
เชียร์ ฑิฆัมพร ขอลบเมนต์ใต้โพสต์ มายด์ ลภัสลัล วอนอย่าตัดสินแค่ประโยคเดียว ยัน แค่ให้กำลังใจเพื่อน-หลานในท้อง ย้ำจุดยืน ไม่สนับสนุนการล่วงละเมิดทางเพศ
โดนทัวร์ลงสนั่นเกือบทั้งวงการบันเทิง หลังจากที่ มายด์ ลภัสลัล ออกมาโพสต์ชี้แจงแทนฝั่งของสามี พาย สุนิษฐ์ และมีเพื่อนพ้องในวงการเข้าไปกดไลก์และคอมเมนต์กันอย่างมากมาย จนชาวเน็ตขนรถทัวร์ไปลงเป็นรายบุคคลว่าไม่เห็นใจเหยื่อที่โดนกระทำอย่าง ทราย สก๊อต แต่กลับไปอวยยศให้ฝั่งคนผิด
ล่าสุดนักแสดงดัง เชียร์ ฑิฆัมพร ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจ มายด์ ลภัสลัล และโดนดรามาเช่นกัน จนเจ้าตัวต้องออกมาโพสต์ข้อความขอโทษ พร้อมชี้แจงเจตนารมณ์ของตัวเองที่เข้าไปคอมเมนต์เพราะเป็นห่วงเพื่อนกับหลานในท้อง ยืนกรานจุดยืนยังชัดเจน “ไม่สนับสนุนการล่วงละเมิดทางเพศ” เตือนชาวเน็ตวิจารณ์ไม่สุภาพ-ล้ำเส้นก็มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน

“เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าเชียร์ยืนหยัด ไม่สนับสนุนเรื่องการถูกล่วงละเมิด เชียร์ขอลบคอมเมนต์เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และมีจุดยืนว่า ไม่ว่าใคร เพศใด อายุเท่าไหร่ ก็ไม่สมควรถูกกระทำ มี trauma จนมีผลกับการใช้ชีวิต ขอส่งกำลังใจให้ผ่านเรื่องที่ยากลำบากนี้ด้วยนะคะ
แม้ว่าเจตนาในการคอมเมนต์ยืนกรานว่าต้องการให้กำลังใจน้องสาวที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะห่วงเด็กในท้องเท่านั้น แต่หากสร้างความเข้าใจผิด เชียร์ขอโทษและขอบคุณที่ติชมถึงความไม่เหมาะสม รับทราบเรียนรู้รับผิดชอบในส่วนนั้นค่ะ
แม้เชียร์จะรู้จักมายด์ รักและเป็นห่วงน้องและหลาน แต่นั่นไม่ได้ = ตัดสิน ผิดถูกต้องว่ากันไปตามเรื่องราว…ขอให้ผ่านเรื่องราวที่บอบช้ำนี้โดยเร็วนะคะ
และสิ่งสำคัญ คือดารแสดงความเห็นอย่างมีสติ หากใครคอมเมนต์ไม่สุภาพ ล้ำเส้นกัน อาจมีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน ไม่ใช่แค่โพสต์ของเชียร์ หรือ ใครคนใดคนหนึ่งนะคะ อย่าลืมว่าเราคือคนรับข่าวสาร และการชี้แจงเป็นเรื่องของครอบครัว ระมัดระวังส่วนนี้ด้วยนะคะ”

View this post on Instagram
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เต ตะวัน ขอโทษกดไลก์โพสต์ มายด์ ลภัสลัล ยันจุดยืน ไม่สนับสนุนความรุนแรงในครอบครัว
- นนท์ อินทนนท์ ร่อนจดหมายขอโทษ รับพลาดกดไลก์โพสต์อ่อนไหว แฟนคลับผิดหวัง ลั่นขอเลิกติดตาม
- มิลลิ-ต้นสังกัด แถลงขอโทษ ยืนยันไม่มีเจตนาสนับสนุนการล่วงละเมิดทางเพศ
- XOXO แถลงด่วน! ‘พั้นช์ 4EVE’ แจงปมดราม่าเผลอกดไลก์ ย้ำไม่ได้ตั้งใจ อันไลก์ทันที
อ้างอิงจาก : IG cheerny14
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





