นรกบนดิน! ตอลิบานเปิดทาง แต่งงานเด็ก 6 ขวบ ข่มขืนในชีวิตสมรสไม่ผิดกฎหมาย
เปิดกฤษฎีกาฉบับที่ 18 ลงนามเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เปิดทางให้แต่งงานเด็กโดยไม่ต้องมีความยินยอม ขณะที่สหภาพยุโรปเตรียมเชิญคณะผู้แทนตอลิบานเยือนบรัสเซลส์
ตอลิบานออกกฤษฎีกาฉบับที่ 18 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เปิดทางให้ผู้ชายที่บรรลุนิติภาวะแต่งงานกับเด็กหญิงอายุ 6–7 ขวบ หรือน้อยกว่านั้น โดยไม่ต้องรับความยินยอมจากเด็ก แค่เด็กไม่ปฏิเสธก็ถือว่าเพียงพอ
ซูไบดา อักบาร์ (Zubaida Akbar) นักเคลื่อนไหวชาวอัฟกัน และผู้อำนวยการโครงการอัฟกานิสถานขององค์กร Femena ในสหรัฐฯ อธิบายว่ากฤษฎีกานี้อ้างว่าเด็กหญิงจะ “ขอหย่าได้เมื่ออายุครบ 9 ขวบ” แต่ในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะเด็กต้องเผชิญกับสามีที่เป็นผู้ใหญ่และผู้พิพากษาตอลิบานโดยลำพัง อายุ 9 ขวบนั้นมาจากการตีความกฎหมายอิสลามฮานาฟีของตอลิบาน ซึ่งกำหนดให้เป็นช่วงเริ่มวัยเจริญพันธุ์ของเพศหญิง
กฤษฎีกาเดียวกันยังลดโอกาสหย่าของสตรีลงเกือบเป็นศูนย์ และห้ามไม่ให้ผู้หญิงร้องขอให้ศาลตัดสินว่าสามีเสียชีวิตแล้ว แม้ฝ่ายชายจะหายสาบสูญมาหลายสิบปี
5 ปี 140 มาตรการ ปิดทุกทางของผู้หญิง
นับตั้งแต่ตอลิบานกลับมาครองอำนาจเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 กลุ่มนี้ออกกฎ พระราชกฤษฎีกา และคำสั่งต่างๆ รวมกว่า 140 ฉบับเพื่อจำกัดสิทธิสตรีและเด็กหญิง
ผลที่เกิดขึ้น ได้แก่
- การศึกษา ปิดโรงเรียนมัธยมสำหรับเด็กหญิงในเดือนกันยายน 2564 จากนั้นปิดมหาวิทยาลัยในเดือนธันวาคม 2565 ทำให้อัฟกานิสถานเป็นประเทศเดียวในโลกที่ห้ามเด็กหญิงอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปเรียนหนังสือ ในเดือนธันวาคม 2567 ตอลิบานยังยกเลิกข้อยกเว้นที่เคยอนุญาตให้สตรีเรียนแพทย์ พยาบาล และผดุงครรภ์
- การทำงาน รายงานของ UN Women ระบุว่าผู้หญิงอัฟกันกว่า 80% ถูกขับออกจากตลาดแรงงาน ห้ามทำงานในหน่วยราชการ กองกำลังความมั่นคง ธนาคาร NGO และองค์กรด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ แม้แต่ร้านเสริมสวยก็ถูกสั่งปิดในเดือนกรกฎาคม 2566
- การเดินทางและชีวิตประจำวัน ผู้หญิงออกนอกบ้านโดยไม่มีผู้ปกครองชาย (มะฮ์ราม) ไม่ได้ ห้ามเข้าสวนสาธารณะ ร้านอาหาร คาเฟ่ ห้องออกกำลังกาย และสถานที่สาธารณะทุกแห่ง ไม่อนุญาตให้ขับรถหรือทำหนังสือเดินทางด้วยตัวเอง
- การรักษาพยาบาล ห้ามรับการรักษาจากแพทย์ชาย แม้อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ขณะที่อัฟกานิสถานขาดแคลนบุคลากรสาธารณสุขหญิงอย่างรุนแรง
- การแสดงตัวตน กฎหมายศีลธรรมปี 2567 ห้ามผู้หญิงเผยให้เห็นใบหน้า พูดในที่สาธารณะ และแม้แต่มองผู้ชาย ตอลิบานยังสั่งให้ก่อผนังปิดหน้าต่างทุกบาน ไม่ให้มองเห็นผู้หญิงจากถนนหรือบ้านข้างเคียง
ความรุนแรงที่กฎหมายรองรับ
ในเดือนมกราคม 2568 ตอลิบานออกกฎหมายอาญาฉบับใหม่ที่อนุญาตให้สามี “ลงโทษ” หรือ “ข่มขืนภรรยา” เมื่อใดก็ได้ ห้ามภรรยาหนีกลับบ้านพ่อแม่ กำหนดโทษจำคุกเพียง 15 วันสำหรับผู้ชายที่ทำให้ภรรยาได้รับบาดเจ็บถึงขั้นกระดูกหัก แผลเปิด หรือฟกช้ำ ขณะที่โทษจัดไก่ชนสูงถึง 5 เดือน กฎหมายเดียวกันยังให้สิทธิมุสลิมทุกคนที่ “เห็นสิ่งที่ถือว่าเป็นบาป” ลงโทษ “เพื่อป้องกันความชั่ว” ได้ทันทีในที่สาธารณะ
ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ออกหมายจับฮิบาตุลเลาะห์ อัคฮุนด์ซาดา ผู้นำสูงสุดของอัฟกานิสถาน และอับดุล ฮากิม ฮักกานี ประธานศาลฎีกาอัฟกัน เมื่อปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการจับกุม

ชีวิตของผู้หญิงอัฟกันในวันนี้
การิชมา อายุ 24 ปี อดีตนักศึกษาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ต้องหยุดเรียนกลางคัน บอกจากสถานที่ซึ่งไม่เปิดเผยในอัฟกานิสถานว่า “ตอนนี้แค่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีแผนอะไรและไม่มีอนาคต”
เธอเล่าว่าหญิงสาวชื่อฟาจุนดา อายุ 17 ปี ถูกสามีสังหารใกล้ตลาดกุลบาฮาร์ในกาบูลเพียงหนึ่งเดือนครึ่งหลังแต่งงาน และรู้จักกรณีเด็กหญิงอายุ 6 ขวบในจังหวัดเฮลมันด์ถูกแต่งงานให้กับชายอายุ 45 ปี
UNICEF บันทึกพบกรณีที่พ่อขายลูกสาวในราคาต่ำกว่า 70,000 บาท องค์กร NGO ระหว่างประเทศประเมินว่าการแต่งงานเด็กเพิ่มขึ้น 500% ในช่วง 5 ปีที่ตอลิบานครองอำนาจ
ประชาคมโลกและทิศทางที่น่าห่วง
ในปี 2568 รัสเซียกลายเป็นประเทศแรกที่รับรองรัฐบาลตอลิบานอย่างเป็นทางการ วันเดียวกับที่กฤษฎีกาแต่งงานเด็กมีผลบังคับใช้ เป็นที่ทราบกันว่าสหภาพยุโรปเชิญคณะผู้แทนตอลิบานเยือนบรัสเซลส์ในเดือนมิถุนายนเพื่อหารือเรื่องการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันกลับประเทศ ตามคำร้องขอของสมาชิก 20 ประเทศ
คาดีจา อมิน นักข่าวอัฟกันที่อาศัยอยู่ในสเปน กล่าวว่าสหภาพยุโรปกำลัง “ปูพรมแดงให้กับตอลิบาน” โดยให้ความชอบธรรมแก่กลุ่มนี้
ประชากรประมาณ 23 ล้านจากทั้งหมด 44 ล้านคนในอัฟกานิสถานต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในปี 2568 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลบันทึกกรณีผู้หญิงที่ออกมาประท้วงถูกอุ้มหาย จำคุก ทุบตี และทรมานด้วยไฟฟ้า
อ่านข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติม
- คลิปไวรัล มนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นหน้าเครียดจัด ทุ่มคนกลางรถไฟไม่แคร์สายตา
- พ่อแท้ๆ รัดคอลูกสาว 13 ข่มขืนจนเสียสติ แม่รู้ปิดเงียบ นราธิวาส
- หนุ่มอินเดียจบวิศวะ ปัดข้อเสนองานประจำ ผันตัวเป็นคนขับแท็กซี่ โกยรายได้เพียบ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





