ข่าวต่างประเทศ

อุทาหรณ์ หนุ่ม 26 น้องชายบวมเป่ง หมอวินิจฉัยพลาด จนต้องตัดทิ้ง เพื่อรักษาชีวิต

หนุ่มวัย 26 ปีสังเกตเห็นความผิดปกติที่อวัยวะเพศแต่ปล่อยปละละเลยจนลุกลาม แพทย์วินิจฉัยผิดพลาดในตอนแรก สุดท้ายต้องเข้ารับการผ่าตัดตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิต

เรื่องราวสุดสะเทือนใจชายชสตรี สตีเวน ฮามิลล์ ชายหนุ่มวัย 26 ปี เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากโรคมะเร็งองคชาต ปัจจุบันเขากลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว อุทิศตัวเพื่อรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคร้ายนี้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 ฮามิลล์ตื่นขึ้นมาพบว่าอวัยวะเพศของเขาบวมเป่งอย่างรุนแรง แต่ตนเลือกที่จะปล่อยทิ้งไว้โดยหวังว่ามันจะหายไปเองตามธรรมชาติ จนกระทั่งวันหนึ่งขณะกำลังชงชา รู้สึกเปียกชื้นที่กางเกง พอเปิดดูก็พบว่ามีเลือดไหลนองเต็มพื้นห้องครัว

ฮามิลล์รีบไปพบแพทย์ทันที แต่แพทย์กลับประเมินอาการของเขาผิดพลาด แพทย์บอกว่าอายุ 26 ปีไม่น่าจะเป็นมะเร็งองคชาตได้ เพราะโรคนี้มักพบในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป แพทย์วินิจฉัยว่าเขาเป็นแค่ภาวะหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศอักเสบเท่านั้น พร้อมสั่งยาทามาให้ใช้

แต่ยาทากลับไม่ได้ผล อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฮามิลล์บรรยายความเจ็บปวดว่าเหมือนมีเข็มทิ่มแทงที่หัวอวัยวะเพศตลอดเวลา เขาต้องทนทุกข์ทรมานจนร่างกายรับไม่ไหวถึงจะได้นอนหลับ บางครั้งเขาต้องนอนแช่น้ำอุ่นนานถึง 5 ชั่วโมงเพื่อบรรเทาอาการปวด

หลังจากนั้นประมาณหนึ่งเดือน อาการเลือดออกกลับมาอีกครั้ง ฮามิลล์ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ แพทย์สั่งให้เขาขลิบหนังหุ้มปลายทันที แต่เมื่อผ่าตัดเสร็จ แพทย์กลับพบว่ามะเร็งได้กัดกินเนื้อเยื่ออวัยวะเพศไปมากจนดูคล้ายกับกล้วยที่ถูกกัด

แพทย์ตัดสินใจผ่าตัดครั้งที่ 2 ซึ่งรุนแรงกว่าเดิม ฮามิลล์ต้องถูกตัดปลายอวัยวะเพศออกไปประมาณ 4 นิ้ว แพทย์ผู้ทำการรักษาบอกกับเขาตรงๆ ว่าอาการของเขารุนแรงมาก หมอจะพยายามรักษาชีวิตของเขาไว้อย่างเต็มที่

มะเร็งองคชาตเป็นโรคที่พบได้ยาก แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น ดร.อารี พาร์นแฮม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักพบก้อนเนื้องอกหรือรอยแดงที่หัวอวัยวะเพศหรือหนังหุ้มปลาย บางรายอาจมีสารคัดหลั่งไหลออกมา หากปล่อยทิ้งไว้ มะเร็งจะลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ

แพทย์แนะนำว่าหากผู้ชายพบความผิดปกติใดๆ ที่อวัยวะเพศ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และหากอาการไม่ดีขึ้นหลังจากรับการรักษา 2 สัปดาห์ อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาเรื่องโรคมะเร็ง

ทุกวันนี้ฮามิลล์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เขาเลือกที่จะไม่ผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งอวัยวะเพศเพราะแพทย์บอกว่าไม่มีอะไรรับประกันว่าความรู้สึกจะกลับมาเป็นปกติ แม้จะมีคนบนโลกออนไลน์ล้อเลียนเรื่องขนาด แต่ฮามิลล์ก็ไม่สนใจ เขากล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมเชื่อมั่นเสมอว่าคนเราก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ถ้าเอาแต่มองย้อนกลับไปข้างหลัง”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button