อุทาหรณ์ สาว 22 สูบบุหรี่ไฟฟ้า ไม่กี่ปี ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้าย อยู่ได้อีก 18 เดือน

อุทาหรณ์ สาว 22 ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้าย หมอชี้อยู่ได้อีก 18 เดือน ต้นเหตุสูบบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่ 15
เคลีย์ โบดา หญิงสาววัย 22 ปีจากเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตหลังจากแพทย์วินิจฉัยว่าเธอป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้าย เหลือเวลาอยู่ได้เพียง 18 เดือน เจ้าตัวมั่นใจว่าสาเหตุหลักมาบุหรี่ไฟฟ้า ที่สูบมาอย่างหนักมาตั้งแต่อายุ 15 ปี
ตอนแรกเริ่มสูบบุหรี่ธรรมดาเล็กน้อยในช่วงวัยรุ่นตอนต้นก่อนจะเปลี่ยนมาสูบบุหรี่ไฟฟ้า จากนั้นเปลี่ยนจากแบบเติมน้ำยามาใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง เพียงไม่กี่เดือน เริ่มมีอาการไอออกมาเป็นเสมหะสีน้ำตาลข้นเหนียวคล้ายน้ำตาลทราย ในช่วงเดือนมกราคม 2568 แพทย์เคยตรวจอาการของเธอแล้วบอกว่าเป็นเพียงการติดเชื้อที่หน้าอกถึง 8 ครั้ง จนกระทั่งเดือนมีนาคม 2568 เธอเริ่มไอเป็นเลือดสด แพทย์จึงจับเอกซเรย์ปอดแล้วพบเงาดำบริเวณปอดขวากลีบล่าง
ผลการตรวจชิ้นเนื้อยืนยันข่าวร้ายในเดือนสิงหาคมว่าเธอป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะแรก เข้ารับการผ่าตัดตัดปอดขวากลีบล่างกับต่อมน้ำเหลืองบริเวณรอบๆ ออกในเดือนกันยายน
ระหว่างผ่าตัดแพทย์พบว่ามะเร็งลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองแล้วจึงปรับระดับความรุนแรงเป็นระยะที่ 3 หลังการผ่าตัด เคลีย์มีปัญหาเรื่องระบบหายใจและต้องฝึกเดินใหม่ เธอต้องทนรับผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดอย่างแสนสาหัส ทั้งอาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
เดือนกุมภาพันธ์ 2569 แพทย์แจ้งว่าเธอปลอดมะเร็งแล้ว แต่ความดีใจอยู่ได้เพียงเดือนเดียว เธอเริ่มปวดหน้าอกอย่างรุนแรง จากภาวะน้ำท่วมปอด มะเร็งกลับมาลุกลามที่เยื่อหุ้มปอด
แพทย์ระบุว่ากรณีของเธอพบได้ยากมากเพราะมักจะเจอในผู้ป่วยอายุ 80 ปีขึ้นไป ไม่มีประวัติคนในครอบครัวของเคลีย์ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด แพทย์ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่ยืนยันว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลเสียอย่างแน่นอน
ปัจจุบันเคลีย์เลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้ามาแล้ว 3 เดือน เธอขอให้แฟนกับแม่เลิกสูบด้วย พร้อมออกโรงเตือนเพื่อนๆ ตลอดจนคนทั่วไปให้เลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพราะสารพิษเหล่านี้จะค่อยๆ ทำลายสุขภาพอย่างเงียบๆ เธอกำลังระดมทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาเพื่อยืดอายุของเธอต่อไปให้ได้นานที่สุด
ดร. เดวิด แคมป์เบลล์ ผู้อำนวยการคลินิก รีคัฟเวอร์ ทูเกเตอร์ เบนด์ ในรัฐออริกอน เตือนว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพหลายอย่างรวมถึงความเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และการได้รับสารโลหะหนักที่เป็นอันตรายเข้าสู่ร่างกาย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- มึนได้อีก! เจ้าหน้าที่ ลากนักท่องเที่ยว มาตักเตือน พร้อมชี้ป้าย “ห้ามสูบบุหรี่”
- อังกฤษผ่านร่างกฎหมายประวัติศาสตร์ แบนบุหรี่ กับเยาวชนเกิดหลังปี 52
- ไม่ใช่แค่เหล้า-บุหรี่ “เครื่องดื่มเดียว” ทำลายตับ คนไทยบริโภคทุกวัน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



