แม่ใจสลาย ลูกชายวัย 21 ปวดหัวหนัก ป่วยภาวะหายาก ดับสลดคาห้องนอน

ลูกชายวัย 21 นอนเสียชีวิตคาห้องนอน ป่วยไซนัสอักเสบลามติดเชื้อในสมอง ปวดหัวมาก เหมือนถูกตีด้วยอิฐ ซ้ำตาพร่ามัว ก่อนเสียชีวิตสลด แม่ใจสลาย หมอวินิจฉัยพลาดให้ยาแล้วกลับบ้าน
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวเศร้า จิลเลียน เอเวอเรตต์ คุณแม่พบ คีแอน เอเวอเรตต์ ลูกชายวัย 21 ปี เสียชีวิตในห้องนอน หลังจากแพทย์ให้ลูกชายกลับบ้านพร้อมคำแนะนำให้ใช้ยาพ่นจมูกเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้ จิลเลียนพาลูกชายไปที่ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน หลังจากโทรศัพท์ปรึกษาสายด่วนของระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) แต่แพทย์ที่โรงพยาบาลระบุว่าไม่เห็นรายละเอียดข้อมูลจากการโทรศัพท์ดังกล่าว ทำให้แพทย์ไม่ทราบว่าอาการของคีแอนรุนแรงเพียงใด
การไต่สวนเปิดเผยว่า แพทย์บอกให้ชายหนุ่มซื้อยาพ่นจมูกน้ำเกลือและสูดดมไอน้ำร้อนจากกะละมังเมื่อกลับถึงบ้าน ในคืนนั้น คีแอนกินอาหารเย็นได้เพียงสองคำ เขารู้สึกหนาวมากจนต้องห่มผ้าห่มไฟฟ้าและกินยาเพื่อบรรเทาอาการปวดหัว หลังจากนั้นเขาอาเจียนตรงบันได คุณแม่จึงบอกให้ลูกชายไปนอน ซึ่งเธอเล่าในศาลไต่สวนว่าได้วางถังไว้ให้ลูกชายเผื่ออาเจียนอีก พร้อมบอกลูกชายว่า “แม่รักลูกนะ”
ในเวลาต่อมาคีแอนเสียชีวิต เพราะภาวะแทรกซ้อนที่หายากมากจากการติดเชื้อไซนัสอักเสบ ซึ่งเกิดฝีขนาด 6×4 เซนติเมตร บริเวณสมองกลีบขมับขวา ประกอบกับมีอาการสมองบวมจากเยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉียบพลัน จิลเลียนเล่าว่าลูกชายเป็นคนสุขภาพแข็งแรงมาตลอด และเธอคิดว่าลูกคงไม่รู้ตัวว่าตัวเองป่วยหนักแค่ไหน

อย่างไรก็ดี คีแอนเริ่มป่วยตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 เขามีอาการปวดหัวรุนแรง และอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งเดือนมกราคมปีถัดมา แม่พาเขาไปโรงพยาบาลนิวฟอเรสต์ในลิมิงตัน หลังพบแพทย์มีการสั่งยาแก้คัดจมูกแบบซื้อได้ทั่วไปและยาพ่นจมูกสำหรับไซนัสอักเสบ แม้ผ่านไปหลายสัปดาห์แต่อาการของเขาไม่ดีขึ้น แม่เริ่มรู้สึกกังวลเพราะลูกชายกินอาหารลำบาก รู้สึกหนาว และเซื่องซึมมาก
ต่อมาจิลเลียนโทรสายด่วนสุขภาพ ฝั่งเจ้าหน้าที่แนะนำให้พาลูกชายไปร้านขายยา ซึ่งเภสัชกรก็วินิจฉัยว่าเขาเป็นไซนัสอักเสบเช่นกัน แต่หลังจากนั้นลูกชายยังมีอาการอาเจียนในตอนกลางคืนและเช้าวันรุ่งขึ้นลุกจากเตียงลำบาก แม่มองว่าอาการของลูกชายแย่ลงแน่นอน
จากนั้นคุณแม่โทรสายด่วนอีกครั้ง คราวนี้คีแอนบอกเจ้าหน้าที่ว่าเขาปวดหัวรุนแรงเหมือนถูกตีด้วยอิฐ ปวดเหนือตาขวา ตาพร่ามัว และอาเจียน เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปโรงพยาบาล จิลเลียนจึงพาลูกชายไปศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน
นายแพทย์ท่านนี้กล่าวว่าเขาไม่เห็นประวัติการโทรสายด่วนของสองแม่ลูกก่อนหน้านี้ เขาดูเพียงบันทึกการรักษาจากโรงพยาบาลเมื่อต้นเดือน คิดว่าอาการของคีแอนดีขึ้นเพราะไม่มีน้ำมูกสีเขียวแล้ว บันทึกการตรวจระบุว่านักศึกษาหนุ่มเป็นนักกีฬาและนักดนตรีคนนี้มีอาการตื่นตัว พูดคุยปกติ และไม่มีอาการสับสน แพทย์จึงไม่ได้ส่งคีแอนไปตรวจเลือดหรือสแกนสมองเพิ่มเติม เพราะผลการประเมินเบื้องต้นเป็นปกติและไม่มีอาการทางระบบประสาท พร้อมอธิบายว่า ผู้ป่วยที่มีฝีในสมองมักจะเดินเหมือนคนเมา สับสน และง่วงซึม
ในการไต่สวนในชั้นศาล แพทย์ยืนยันว่าหากเขาทราบว่าผู้ป่วยแจ้งสายด่วนว่ามีอาการตาพร่ามัว อาเจียน และปวดรุนแรง เขาจะส่งผู้ป่วยไปแผนกฉุกเฉินเพื่อตรวจเพิ่มเติมทันที ซึ่งลูกชายเคยบอกแม่ว่าแพทย์เคาะไซนัสของเขาทุกจุด เนื่องจากเขาไม่รู้สึกเจ็บ แพทย์จึงสรุปว่าไม่ได้ติดเชื้อแบคทีเรีย
หลังจากคีแอนพักผ่อนที่บ้านและเข้านอน เช้าวันรุ่งขึ้นจิลเลียนได้ยินเสียงครืดคราดน่ากลัว เธอรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน เรียกชื่อและเขย่าตัวลูกชาย แต่เขาไม่ตอบสนอง เธอโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉินและทำ CPR จนกระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ชีพมาถึงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตคีแอนไว้ได้
ขณะที่พยาธิแพทย์ระบุว่าฝีในสมองเป็นภาวะแทรกซ้อนที่หายากมากของไซนัสอักเสบ โดยปกติแพทย์จะรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ ขณะนี้ศาลยังคงดำเนินการไต่สวนต่อไป
สำหรับไซนัสอักเสบคือภาวะบวมของไซนัส มักเกิดจากการติดเชื้อตามหลังอาการไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ โรคนี้พบได้บ่อยและมักหายไปเองภายใน 4 สัปดาห์ แต่การใช้ยาสามารถช่วยบรรเทาได้หากอาการเรื้อรัง ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติแนะนำให้ประชาชนนัดพบแพทย์โดยด่วน หากยาแก้ปวดไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น หรืออาการแย่ลง
ข้อมูลจาก : thesun
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- พ่อลูก 3 ถูกคนเมาจงใจขับรถชน เจ็บหนักทนไม่ไหว ดับสลด ครอบครัวใจสลาย
- สลดใจ มอเตอร์ไซค์ชนนักแสดง เจ็บหนักดับต่อหน้าลูก สะเทือนใจเด็กกำพร้าแม่
- สะเทือนใจ เฒ่าวัย 71 ล่วงละเมิดเด็ก อายุน้อยสุดแค่ 6 ขวบ ซุกรูปอนาจารเพียบ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



