
เคซึเกะ ฮอนดะ (Keisuke Honda) ตำนานนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นผู้โด่งดัง กลายเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งระหว่างการเมืองและกีฬา เมื่อเขาออกมาเปิดเผยว่า ดีลโฆษณามูลค่ามหาศาลกับบริษัทในสหรัฐอเมริกาถูกสั่ง “ระงับ” ทันที หลังจากที่เขาแสดงทัศนะส่วนตัวว่าอยากเห็น ทีมชาติอิหร่าน ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ท่ามกลางภาวะสงครามที่กำลังคุกรุ่น
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 ฮอนดะในวัย 39 ปี ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (@kskgroup2017) เกี่ยวกับกรณีที่ฟีฟ่าและชาติเจ้าภาพกำลังพิจารณาสถานะของอิหร่าน หลังจากเกิดเหตุโจมตีทางอากาศโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลในดินแดนอิหร่านเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา:
“ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมอยากให้พวกเขา (อิหร่าน) ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก”
เพียงวันเดียวหลังจากนั้น ฮอนดะออกมาอัปเดตสถานการณ์ด้วยความผิดหวังว่า ข้อความดังกล่าวส่งผลให้บริษัทสัญชาติอเมริกันรายหนึ่งตัดสินใจยกเลิกสัญญาโฆษณาที่กำลังจะสรุปผลเพื่อใช้ในช่วงฟุตบอลโลกพอดี:
“ดูเหมือนว่าคำพูดนี้จะทำให้บริษัทอเมริกันยกเลิกดีลโฆษณาที่กำลังจะเสร็จสิ้น… บริษัทที่ตัดสินใจบนความคิดที่เน่าเฟะและเพิกเฉยต่อแก่นแท้ของสิ่งต่างๆ แบบนี้ ผมก็ไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วย”
สถานการณ์ของ “ทีมเมลลี” (Team Melli) หรือทีมชาติอิหร่าน ในศึกฟุตบอลโลกครั้งที่ 23 นี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน:
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่าน Truth Social เมื่อวันพฤหัสบดีว่า แม้อิหร่านจะได้รับอนุญาตตามหลักการ แต่เขาเชื่อว่า “ไม่เหมาะสม” ที่จะให้อิหร่านเข้าร่วมแข่งขันในสหรัฐฯ เพื่อความปลอดภัยของตัวนักเตะเอง
รมว.กีฬาอัฟกานิสถานและประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่านระบุว่า ภายใต้สภาวะที่ผู้นำสูงสุดถูกลอบสังหารและประเทศอยู่ในภาวะสงคราม พวกเขาไม่สามารถส่งนักเตะไปแข่งขันในดินแดนของศัตรูได้
แม้อิหร่านจะผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม G ร่วมกับเบลเยียม, อียิปต์ และนิวซีแลนด์ แต่ฟีฟ่ายังคง “เฝ้าระวังสถานการณ์” และจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาดในการประชุมคองเกรสวันที่ 30 เมษายนนี้
ฮอนดะ ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักฟุตบอล แต่เขาคือไอคอนของชาวญี่ปุ่นและเอเชีย โดยตำนานซามูไรรายนี้ติดทีมชาติ 98 นัด ยิงได้ 37 ประตู และเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนเดียวที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลกถึง 3 สมัย (2010, 2014, 2018) เคยค้าแข้งกับ 11 สโมสรใน 5 ทวีป รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง เอซี มิลาน ก่อนจะแขวนสตั๊ดในปี 2024 และหันมาทำงานด้านการโค้ชและการลงทุน
ฮอนดะขึ้นชื่อเรื่องการแสดงความเห็นต่อปัญหาสังคมและโลกอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งการสูญเสียดีลโฆษณาครั้งนี้ตอกย้ำว่าเขาให้ความสำคัญกับ “ความเชื่อ” มากกว่า “เม็ดเงิน”
กรณีของฮอนดะแสดงให้เห็นว่า ในโลกกีฬาปี 2026 เส้นแบ่งระหว่างการเมืองระหว่างประเทศและสิทธิส่วนบุคคลของนักกีฬาแทบจะเลือนหายไป และฟุตบอลโลกครั้งที่กำลังจะมาถึงนี้อาจไม่ได้มีเพียงแค่การแข่งขันในสนาม แต่เป็นการประลองอำนาจบนโต๊ะเจรจาโลกด้วยเช่นกัน.
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





