ชาวต่างชาติซื้อคอนโดในไทยโดยไม่ต้องเสียภาษีได้จริงหรือ?

เมื่อไม่นานมานี้ มีกระแสข่าวโด่งดังเกี่ยวกับผู้ซื้อชาวอังกฤษรายหนึ่ง ซื้อคอนโดมิเนียมแบบขายขาด (Freehold) มูลค่า 56 ล้านบาท ใกล้หาดบางเทา จังหวัดภูเก็ต แล้วอ้างว่าเขาไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ว่ารายได้นั้นจะเกิดขึ้นในไทยหรือไม่ก็ตาม โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่อจนกลายเป็นไวรัล เกิดกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์ ชาวต่างชาติหลายคนตั้งคำถามตามมาว่า “ซื้อคอนโดในไทยแล้วไม่ต้องเสียภาษีจริงหรือ? แล้วมันถูกกฎหมายด้วยเหรอ?”
คำตอบตรง ๆ คือ มีทั้งส่วนที่ “ใช่” และ “ไม่ใช่” ความแตกต่างตรงนี้สำคัญมากสำหรับชาวต่างชาติกำลังวางแผนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย คำกล่าวอ้างนี้เป็นความจริงในแง่ของภาษีเงินได้ แต่จะไม่จริงเลยหากตีความแบบเหมารวมว่า “ไม่ต้องเสียภาษีอะไรเลย” ไทยเกอร์จะพาไปดูว่ากฎหมายระบุไว้อย่างไร
เกิดอะไรขึ้น? ชาวอังกฤษซื้อคอนโดภูเก็ต 56 ล้าน อ้างไม่ต้องเสียภาษี
ผู้ซื้อชาวต่างชาติรายนี้ยืนยันว่า ซื้อคอนโดมิเนียมมูลค่า 1.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 56 ล้านบาท) ใกล้หาดบางเทา เป็นการซื้อแบบกรรมสิทธิ์ขายขาด (Freehold) ถูกต้องตามพระราชบัญญัติอาคารชุดของไทย
เจ้าตัวอ้างว่าการซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงขนาดนี้ ทำให้เขามีคุณสมบัติได้รับวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) ประเภทพลเมืองผู้มีความมั่งคั่งระดับโลก (Wealthy Global Citizen) วีซ่านี้อนุญาตให้เขาอาศัยในไทยได้ระยะยาว และยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้ที่มาจากต่างประเทศ ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 743
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายรายยืนยันตรงกันว่า กฎภาษีปี 2567 ที่บังคับให้ผู้อยู่อาศัยในไทยยื่นรายได้จากต่างประเทศนั้น ไม่มีผลกับผู้ถือวีซ่า LTR
สำหรับเรื่องภาษีเงินได้ ชาวต่างชาติท่านนี้เข้าใจถูกต้องแล้วแต่คำว่า “ไม่เสียภาษี” อาจทำให้คนเข้าใจผิด เพราะตอนโอนกรรมสิทธิ์คอนโดที่กรมที่ดิน ยังมีภาษีและค่าธรรมเนียมอีกหลายรายการที่วีซ่า LTR ไม่ได้ช่วยยกเว้น
สรุปต่างชาติซื้อคอนโดกับเงื่อนไขภาษี
| หัวข้อ | สรุป |
|---|---|
| ชาวต่างชาติซื้อคอนโดในไทยอย่างถูกกฎหมายได้อย่างไร | ซื้อได้ผ่านการถือกรรมสิทธิ์แบบขายขาด (Freehold) ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด ต้องเป็นไปตามโควตาต่างชาติ 49% และกฎเกณฑ์การโอนเงินสด |
| ภาษีที่ต้องจ่ายเมื่อซื้อ | ต้องชำระค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีฝั่งผู้ขาย ไม่มีวีซ่าประเภทใดยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมของกรมที่ดิน |
| วีซ่า LTR และ พ.ร.ฎ. 743: สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แท้จริง | ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้จากต่างประเทศ ข้อได้เปรียบทางการเงินที่สำคัญที่สุดเมื่อวางโครงสร้างการซื้ออสังหาริมทรัพย์ |
| ภาระภาษีที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังซื้อ | รายได้จากแหล่งในไทย เช่น ค่าเช่าและกำไรจากการขายต่อ ยังต้องเสียภาษีตามกฎหมายไทย |
| โครงสร้างทางเลือกอื่นๆ | มีทั้งการตั้งบริษัทไทยและการเช่าซื้อ (Leasehold) แต่มีความเสี่ยงทางกฎหมาย ข้อเสียเปรียบทางภาษี หรือข้อจำกัดเมื่อเทียบกับ Freehold |
| รูปแบบโครงสร้างในทางปฏิบัติจริงๆ | โครงสร้างที่คุ้มค่าที่สุดคือการผสานคอนโดแบบขายขาดเข้ากับสถานะผู้ถือวีซ่า LTR สร้างสมดุลระหว่างกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายและความคุ้มครองภาษีเงินได้จากต่างประเทศ |
ชาวต่างชาติซื้อคอนโดในไทยได้จริงไหม แล้วต้องทำอย่างไร
ชาวต่างชาติซื้อคอนโดในไทยได้ กฎหมายรองรับ แต่มีเงื่อนไขหลายอย่างกำกับ แตกต่างจากคนท้องถื่น
กฎหมายไทยห้ามชาวต่างชาติถือครองที่ดินโดยเด็ดขาด แต่ พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 เปิดช่องให้ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดแบบขายขาด (Freehold) ได้ตลอดไป สิทธินี้เป็นกรรมสิทธิ์จริง บังคับใช้ได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่การเลี่ยงกฎหมายผ่านการเช่าซื้อ (Leasehold)
| กฎเกณฑ์ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประเภทการถือครองของต่างชาติ | กรรมสิทธิ์แบบขายขาด (Freehold) สำหรับห้องชุดเท่านั้น — ไม่ใช่ที่ดิน |
| โควตาการถือครองของต่างชาติ | สูงสุดไม่เกิน 49% ของพื้นที่ขายทั้งหมดในอาคาร (คำนวณเป็นตารางเมตร ไม่ใช่จำนวนห้อง) |
| การตรวจสอบโควตา | ต้องมีหนังสือยืนยันจากนิติบุคคลอาคารชุดก่อนเซ็นสัญญา |
| พื้นที่ที่มีความต้องการสูง | โควตา 49% มักเต็มก่อนโครงการสร้างเสร็จในทำเลอย่างบางเทา (ภูเก็ต) และสุขุมวิท (กรุงเทพฯ) |
Freehold กับ Leasehold ต่างกันชัดเจน ผู้ซื้อแบบ Freehold ได้โฉนดกรรมสิทธิ์สมบูรณ์และเป็นเจ้าของตลอดไป ส่วน Leasehold จำกัดสิทธิไว้สูงสุดแค่ 30 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อสัญญา “ต่ออายุ 30+30+30 ปี” ที่เห็นกันบ่อยๆ เป็นแค่ข้อตกลงระหว่างคู่สัญญา จดทะเบียนเป็นสิทธิในทรัพย์สิน (In Rem) ไม่ได้ กฎหมายไม่คุ้มครอง
ผู้ซื้อชาวต่างชาติอาจใช้ Leasehold เป็นเงื่อนไขลงทุนเพื่อยื่นขอวีซ่า LTR ได้ในบางกรณี แต่ไม่เทียบเท่ากับโฉนดคอนโด Freehold วิธีนี้คุ้มค่าก็ต่อเมื่อโควตาต่างชาติของอาคารนั้นเต็มแล้วเท่านั้น

แบบฟอร์มการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (FET Form)
ผู้ซื้อต่างชาติที่จะจดทะเบียนโอนคอนโดเป็นชื่อตัวเองที่กรมที่ดิน ต้องโอนเงินค่าซื้อเต็มจำนวนมาจากต่างประเทศเป็นสกุลเงินต่างประเทศ เมื่อเงินตั้งแต่ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปเข้าธนาคารพาณิชย์ในไทย แล้วแปลงเป็นเงินบาท ธนาคารจะออก “แบบฟอร์มการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ” (FET Form) ให้
| ข้อกำหนด | รายละเอียด |
|---|---|
| จำนวนเงินโอนขั้นต่ำสำหรับขอ FET | 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ต่ำกว่านี้ใช้หนังสือรับรองจากธนาคารแทนได้) |
| ข้อมูลที่ต้องระบุในแบบฟอร์ม | ชื่อผู้ซื้อ, ห้องชุดที่ระบุเจาะจง, จำนวนเงินต้องตรงหรือมากกว่าราคาซื้อขาย |
| ห้ามนำเงินมาจาก | บัญชีเงินบาทในประเทศ หรือการโอนเงินภายในประเทศไปยังผู้ขาย |
| ทำไมสิ่งนี้สำคัญในภายหลัง | ช่วยให้ส่งเงินที่ได้จากการขายกลับประเทศได้ โดยไม่ติดปัญหาการควบคุมเงินทุน |
ภาษีที่ต้องจ่ายตอนซื้อ ไม่มีวีซ่าไหนช่วยยกเว้นได้
ไม่มีวีซ่าประเภทใดช่วยยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียมที่กรมที่ดินเรียกเก็บวันโอนกรรมสิทธิ์ วีซ่า LTR ก็ไม่ได้
| ภาษี / ค่าธรรมเนียม | อัตรา | เงื่อนไขการจัดเก็บ | ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการโอน | 2% ของราคาประเมิน | ทุกการทำธุรกรรม | มักแบ่งจ่าย 50/50 ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย |
| ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) | 3.3% | ผู้ขายถือครองต่ำกว่า 5 ปี หรือผู้ขายเป็นนิติบุคคล | ผู้ขาย |
| อากรแสตมป์ | 0.5% | เฉพาะเมื่อไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ | ผู้ขาย |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย | 1% (นิติบุคคล) หรือ อัตราก้าวหน้า (บุคคลธรรมดา) | ทุกการทำธุรกรรม | ผู้ขาย |
ลองคิดดูจากกรณีคอนโดภูเก็ตมูลค่า 56 ล้านบาท สมมติว่าผู้ขายเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) อย่างเดียวก็ตกประมาณ 1,848,000 บาท ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายอีกราว 560,000 บาท ส่วนค่าธรรมเนียมการโอน 2% เท่ากับ 1,120,000 บาท ปกติผู้ซื้อกับผู้ขายแบ่งจ่ายกันคนละครึ่ง ผู้ซื้อจึงรับผิดชอบส่วนนี้ประมาณ 560,000 บาท
รัฐบาลลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองลงเหลือ 0.01% ชั่วคราวจนถึงเดือนมิถุนายน 2569 ฟังดูดี แต่มาตรการนี้ให้เฉพาะคนไทยที่ซื้ออสังหาฯ มูลค่าไม่เกิน 7 ล้านบาทเท่านั้น ผู้ซื้อต่างชาติในระดับราคา 56 ล้านบาทจึงไม่ได้สิทธินี้
วีซ่า LTR และ พ.ร.ฎ. 743: ตัวช่วยเรื่องภาษีที่แท้จริง
คุณสมบัติผู้มีสิทธิขอวีซ่า LTR ประเภทพลเมืองผู้มีความมั่งคั่งระดับโลก (Wealthy Global Citizen)
| ข้อกำหนด | รายละเอียด |
|---|---|
| สินทรัพย์ทั่วโลก | อย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข (เงินสด, เงินฝาก, หลักทรัพย์จดทะเบียน, พอร์ตการลงทุนที่ได้รับการกำกับดูแล) |
| การลงทุนในไทย | อย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์สหรัฐในเครื่องมือการลงทุนในไทยที่เข้าเงื่อนไข |
| การลงทุนในไทยที่เข้าเงื่อนไข | พันธบัตรรัฐบาลไทย (อายุ 5 ปีขึ้นไป), หุ้นในบริษัทไทย, หุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (ถือครอง 12 เดือนขึ้นไป) หรือคอนโดมิเนียมแบบขายขาดในชื่อตัวเอง |
| ข้อกำหนดรายได้ขั้นต่ำต่อปี | ยกเลิกแล้วตามมติ ครม. เดือนมกราคม 2568 ไม่บังคับใช้อีกต่อไป |
| ประกันสุขภาพ | ความคุ้มครองในไทยมูลค่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมีเงินฝากธนาคาร 100,000 ดอลลาร์สหรัฐที่ถือครองมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน |
| ระยะเวลาของวีซ่า | 10 ปี (แบ่ง 2 ช่วง ช่วงละ 5 ปี) |
| การรายงานตัว | รายงานตัวรายปี แทนที่จะเป็นทุกๆ 90 วัน |
| ผู้ติดตาม | ไม่จำกัดจำนวน รวมถึงพ่อแม่และคู่ชีวิตเพศเดียวกันที่ได้รับการยอมรับ (ตั้งแต่ปี 2568) |
| ค่าธรรมเนียม | 50,000 บาท |
คอนโดแบบขายขาดมูลค่า 56 ล้านบาท (ประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เกินเกณฑ์ลงทุนขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ และนับรวมเป็นสินทรัพย์ทั่วโลก 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ด้วย
แต่มีจุดที่ต้องระวัง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะประเมินมูลค่าทรัพย์สินตาม ราคาที่จดทะเบียนกับกรมที่ดิน ไม่ใช่ราคาตลาด ดังนั้นการแจ้งราคาซื้อขายต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อประหยัดภาษีการโอน อาจทำให้มูลค่าการลงทุนลดลงจนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด

พ.ร.ฎ. 743 ยกเว้นภาษีอะไรให้บ้าง
มาตรา 5 ของ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 743 ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ผู้ถือวีซ่า LTR 3 กลุ่ม ได้แก่ Wealthy Global Citizen, Wealthy Pensioner และ Work-from-Thailand Professional
| ประเภทรายได้ | ได้รับการยกเว้นหรือไม่? |
|---|---|
| เงินเดือนหรือรายได้จากการจ้างงานในต่างประเทศ | ได้รับการยกเว้น |
| ผลกำไรหรือเงินปันผลจากธุรกิจในต่างประเทศ | ได้รับการยกเว้น |
| รายได้จากค่าเช่าในต่างประเทศ | ได้รับการยกเว้น |
| กำไรจากการขายทรัพย์สิน (Capital gains) ในต่างประเทศ | ได้รับการยกเว้น (ตามการตีความของผู้ประกอบวิชาชีพปัจจุบัน) |
| รายได้ค่าเช่าคอนโดในไทย | ไม่ได้รับการยกเว้น — ถือเป็นรายได้ที่มีแหล่งกำเนิดในไทย ต้องเสียภาษีเต็มจำนวน |
| กำไรจากการขายต่ออสังหาริมทรัพย์ในไทย | ไม่ได้รับการยกเว้น — ถือเป็นรายได้ที่มีแหล่งกำเนิดในไทย ต้องเสียภาษีเต็มจำนวน |
ทำไมเรื่อง กฎภาษีใหม่ปี 2567 จึงสำคัญ
เดือนกันยายน 2566 กรมสรรพากรออกคำสั่งที่ ป.161/2566 กำหนดว่าตั้งแต่มกราคม 2567 เป็นต้นไป คนที่อยู่ในไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปต่อปี ต้องยื่นแบบแสดงรายได้จากต่างประเทศในปีที่นำเงินเข้ามาในไทย ไม่ว่ารายได้นั้นจะเกิดขึ้นปีใด กฎนี้ปิดช่องโหว่เดิมที่คนเคยเลี่ยงภาษีด้วยการชะลอการนำเงินเข้าประเทศไปข้ามปี
แต่ผู้ถือวีซ่า LTR กลุ่ม Wealthy Global Citizen, Wealthy Pensioner และ Work-from-Thailand Professional ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ เหตุผลชัดเจน คำสั่ง ป.161 เป็นแค่คำสั่งระดับกรม ส่วน พ.ร.ฎ. 743 เป็นกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่า คำสั่งระดับกรมจึงลบล้างพระราชกฤษฎีกาไม่ได้
บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำอย่าง BDO Thailand, HLB Thailand, PwC และ KPMG ยืนยันว่าสิทธินี้มีผลบังคับใช้จริง ส่วนคนที่ถือ Thailand Privilege Visa วีซ่าเกษียณอายุทั่วไป หรือวีซ่า DTV ไม่ได้รับการคุ้มครอง ต้องเสียภาษีอัตราก้าวหน้าสูงสุด 35% สำหรับรายได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในไทย
ภาระภาษีที่ยังต้องจ่ายหลังซื้อคอนโด
วีซ่า LTR ยกเว้นเฉพาะรายได้จากต่างประเทศเท่านั้น ภาษีต่อไปนี้ผู้ซื้อยังต้องจ่ายไม่ว่าจะถือวีซ่าประเภทใด
| ภาษี | อัตรา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ภาษีเงินได้จากค่าเช่าในไทย | อัตราก้าวหน้า 0% ถึง 35% หลังหักค่าใช้จ่ายเหมา 30% จากค่าเช่ารวม | ยื่นผ่าน ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) และ ภ.ง.ด.90 (ประจำปี) |
| การหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยผู้เช่าในไทย | 5% หากผู้เช่าเป็นนิติบุคคลไทย (นำไปเครดิตภาษีได้) | หักภาษีสุดท้ายที่ 15% หากเจ้าของบ้านไม่ใช่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย |
| ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง | 0.02% ถึง 0.10% ของราคาประเมินต่อปี | สำหรับคอนโดมูลค่า 56 ล้านบาท จะอยู่ที่ประมาณ 11,200–28,000 บาทต่อปี |
| กำไรจากการขายต่อ (Capital gains) | หัก ณ ที่จ่ายแบบอัตราก้าวหน้าที่สำนักงานที่ดิน | คำนวณด้วยการหักค่าใช้จ่ายมาตรฐานตามปีที่ถือครอง มีภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) 3.3% หากถือครองต่ำกว่า 5 ปี |
โครงสร้างทางเลือกอื่นๆ มีอะไรบ้าง
วีซ่า LTR ประเภท Wealthy Global Citizen + คอนโดแบบขายขาด (Freehold) คือวิธีที่ประหยัดภาษีได้มากที่สุดตามกฎหมายปัจจุบัน ทางเลือกอื่นมีข้อเสียที่ต้องชั่งน้ำหนัก
Thailand Privilege Visa ไม่ยกเว้นภาษีอะไรเลย ผู้ถือวีซ่านี้ต้องเสียภาษีตามคำสั่ง ป.161 สูงสุด 35% สำหรับรายได้ที่โอนเข้ามาในประเทศ
บริษัทจำกัดของไทย (ต่างชาติถือหุ้น 49% คนไทย 51%) ถูกกฎหมายก็ต่อเมื่อผู้ถือหุ้นชาวไทยลงเงินจริง ปี 2568 ทางการเข้มงวดเรื่องนอมินีมากขึ้น ทั้งสองฝ่ายเสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา
อสังหาฯ ในนามบริษัทยังต้องเสียภาษีนิติบุคคล 20% และไม่ได้สิทธิลดหย่อนจากการขายกำไรแบบบุคคลธรรมดา
Leasehold น่าสนใจก็ต่อเมื่อโควตาขายขาดเต็มแล้ว แต่เพดาน 30 ปี กับข้อสัญญาต่ออายุที่บังคับใช้จริงไม่ได้ ก็ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ
ในทางปฏิบัติ โครงสร้างไหนดีที่สุด
สำหรับชาวต่างชาติที่กำลังมองหาคอนโดในไทย การใช้วีซ่า LTR ประเภท Wealthy Global Citizen ร่วมกับการซื้อคอนโดมิเนียมแบบขายขาด และสิทธิจาก พ.ร.ฎ. 743 ถือเป็นโครงสร้างทางกฎหมายที่คุ้มค่าด้านภาษีมากที่สุดในปัจจุบัน
แต่ต้องเข้าใจให้ชัดว่า นี่ไม่ใช่การเป็นเจ้าของอสังหาฯ แบบ “ปลอดภาษี” เป็นการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้จากต่างประเทศ ควบคู่กับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยแบบมาตรฐาน
กรณีผู้ซื้อที่ภูเก็ต ชำระภาษีการโอนมาตรฐานที่สำนักงานที่ดินตอนซื้อแล้ว หากเขามีรายได้จากค่าเช่าห้องชุด ก็ต้องเสียภาษีเงินได้ของไทย หากขายต่อก็ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ในส่วนของรายได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในไทย ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เงินปันผล หรือกำไรจากการขายทรัพย์สินในต่างประเทศ จะได้รับความคุ้มครองไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายใต้ พ.ร.ฎ. 743 ตราบใดที่สถานะ LTR ของเขายังมีผล และเขายื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ประจำปีเพื่อแสดงสิทธิการยกเว้นนี้
สถานะทางภาษีแบบนี้มีมูลค่าสูงมาก เป็นทางออกที่ใกล้เคียงคำว่า “ปลอดภาษี” มากที่สุดเท่าที่ชาวต่างชาติจะทำได้เมื่อซื้อคอนโดในไทย แต่มันก็ไม่ใช่การซื้อคอนโดแล้วไม่ต้องจ่ายภาษีอะไรเลยอย่างที่เข้าใจกัน
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- น้ำมันขึ้น 6 บาท ดีเซลทะลุ 50 คนกรุงแห่หาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า หนีค่าเดินทาง
- รถไฟฟ้าสายสีส้มประตูน้ำจ่อคิวเสร็จ ชี้เป้า 3 ปีทองสุดท้าย ดักกวาดอสังหาฯ ก่อนราคาพุ่ง
- เศรษฐกิจไทยเสี่ยงซึมลึก พิษสงครามอิหร่านดันเงินเฟ้อพุ่ง อสังหาฯ ปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522
- พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 743 (ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผู้ถือวีซ่า LTR)
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 (กฎภาษีรายได้จากต่างประเทศ)
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) — วีซ่า LTR
- กรมที่ดิน — ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
- มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน-จดจำนอง (มติ ครม.)
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





