ข่าว

สรุปมหากาพย์ ทราย สก๊อต เปิดใจโหนกระแส เผยทุกปมร้าว จุดแตกหักครอบครัว

สรุปมหากาพย์ดราม่า “ทราย สก๊อต” กลางโหนกระแส แฉปมถูกคนในครอบครัวล่วงละเมิด-แม่ฟ้องฮุบที่ดิน ลั่นหาเงินเอง ไม่พึ่งบารมีตระกูล พร้อมขอเปลี่ยนนามสกุล!

รายการโหนกระแส วันนี้ (18 พ.ค. 69) ได้แปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่เปิดใจครั้งสำคัญของ ทราย สก๊อต นักอนุรักษ์ธรรมชาติชื่อดัง ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวความขัดแย้งและความรุนแรงภายในครอบครัวซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม โดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้ชี้แจงตั้งแต่ต้นรายการว่า การนำเสนอข่าวครั้งนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทางรายการจึงต้องปฏิบัติตามกฎของ กสทช. และ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 อย่างเคร่งครัด

ด้าน หนุ่ม กรรชัย ระบุว่าทางรายการไม่สามารถเชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาเผชิญหน้ากันได้เพื่อป้องกันการข่มขืนใจซ้ำ อย่างไรก็ตาม รายการยังคงยึดหลักความเป็นธรรม โดยเปิดพื้นที่ให้ฝั่งคุณแม่และพี่ชายสามารถออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของตนเองได้เสมอ

สำหรับเรื่องราวที่ ทราย สก๊อต บอกเล่าผ่านรายการ สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

ปมบาดแผลในใจและจุดแตกหักของครอบครัว

ทรายเปิดเผยว่าตนเองเผชิญเหตุการณ์ล่วงละเมิดมาตั้งแต่เด็ก และต้องใช้ธรรมชาติ ทะเล เป็นเครื่องเยียวยาจิตใจแทนพ่อแม่ที่ไม่เคยมี สาเหตุที่เจ้าตัวเลือกเก็บความลับนี้มาตลอดหลายปี เป็นเพราะคุณตาเคยพร่ำสอนให้รักครอบครัว ทรายจึงอยากรักษาสิ่งที่คุณตาสร้างไว้

แต่จุดแตกหักที่ทำให้ทรายต้องตัดสินใจหนีออกจากบ้านเมื่อ 6 ปีก่อน เกิดขึ้นเมื่อทรายตัดสินใจเล่าความจริงให้คุณแม่ฟังว่าพี่เลี้ยงเคยล่วงละเมิดตน แต่คุณแม่กลับเรียกพี่เลี้ยงคนดังกล่าวกลับมาทำงานที่บ้านหัวหิน สั่งให้ทรายปิดปากเงียบ และไล่ทรายออกจากบ้าน เหตุการณ์นี้ทำให้ทรายรู้สึกสูญเสียครอบครัวและพื้นที่ปลอดภัยอย่างถาวร

นอกจากปมในอดีต ทรายยังเพิ่งทราบเมื่อ 2 ปีก่อนว่าตนมีชื่อเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ร่วมกับพี่ชายในที่ดินหัวหิน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่คุณตาตั้งใจมอบให้ ทว่าคุณแม่กลับยื่นฟ้องร้องเพื่อทวงคืนที่ดินส่วนนี้ โดยอ้างเหตุผลว่าทรายเป็น “ลูกเนรคุณ” จากการที่ทรายไปพูดถึงเรื่องพี่เลี้ยงในรายการตีท้ายครัว ซึ่งคุณแม่มองว่าทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยในคดีนี้คุณแม่ได้ใช้ชื่อพี่ชายมาเป็นพยานด้วย

ความขัดแย้งยังลุกลามไปถึงที่ดินมรดกย่านเอกมัย มูลค่าส่วนละกว่า 130 ล้านบาท ครอบครัวพยายามจะขายที่ดินแปลงนี้และให้หลาน ๆ เซ็นมอบสิทธิ์การรับเงินให้กับคุณแม่ ซึ่งทรายยืนยันว่าตนเป็นทายาทเพียงคนเดียวที่ไม่ยอมเซ็นมอบสิทธิ์ดังกล่าว

เมินคำขอโทษ จวกพี่ชายบิดเบือนข้อเท็จจริง

เมื่อพูดถึงกรณีที่พี่ชายใช้บัญชีโซเชียลมีเดียของภรรยา (มาย) โพสต์คลิปชี้แจงว่าเหตุการณ์ในอดีตเป็นเพียง “การเล่นกันตามประสาพี่น้อง” ทรายมองว่าการข่มขืนไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และรู้สึกรับไม่ได้ที่พี่ชายพยายามบิดเบือนเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศให้กลายเป็นปัญหาการแย่งชิงทรัพย์สิน

ส่วนกรณีที่ “มาย” โพสต์ข้อความขอโทษ ทรายเผยว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำขอโทษเหล่านั้น และขอรอดูจากการกระทำมากกว่า เพราะบุคคลที่ควรออกมารับผิดชอบจริง ๆ คือพี่ชาย คุณแม่ และผู้ใหญ่ในครอบครัวที่ทราบเรื่องทั้งหมดแต่เลือกที่จะเพิกเฉย

ในด้านการใช้ชีวิตและการทำงาน ทรายยืนยันว่าตนเองเป็นคนปกติที่หาเงินด้วยลำแข้ง ไม่เคยขอความช่วยเหลือหรือใช้เส้นสายของครอบครัวในการทำงานอนุรักษ์ แม้แต่การหาทุนมาซื้อประกันให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิ ทรายก็เป็นคนเดินสายระดมทุน นำเสนอโครงการจนได้รับการสนับสนุนจากองค์กรใหญ่อย่าง CP และเครื่องดื่มช้างด้วยตนเองทั้งหมด

ปมบาดแผลในใจและจุดแตกหักของครอบครัว
โหนกระแส

เป้าหมายสูงสุดของทรายในการลุกขึ้นมาสู้ครั้งนี้คือ “ความยุติธรรม” ทรายระบุว่าตนพร้อมเจรจาเรื่องทรัพย์สินหากอีกฝ่ายส่งตัวแทนหรือเลขามาพูดคุย แต่สำหรับคดีล่วงละเมิด ทรายยืนยันหนักแน่นว่าพี่ชายไม่สมควรเดินลอยนวลอยู่ข้างนอก

ทรายทิ้งท้ายอย่างเด็ดขาดว่า เขาไม่ต้องการมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลนี้อีกต่อไป และมีแผนจะเปลี่ยนนามสกุลเป็น “ทราย สมุทร” เพื่อแสดงถึงอิสรภาพและหลุดพ้นจากตระกูลที่เคยทำร้ายตนอย่างสมบูรณ์แบบ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button