บริษัทถุงยางรายใหญ่ อาจต้องปรับขึ้นราคา ผลกระทบปิดช่องแคบฮอร์มุซ
คาเร็กซ์ บริษัทถุงยางรายใหญ่ อาจต้องปรับขึ้นราคา 20-30% ผลกระทบปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น เสี่ยงผลิตทุกยางไม่ทัน
เมื่อวันที่ 21 เมษายน สำนักข่าว CNN ได้พูดคุยกับ โก เมียะ เกียต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคาเร็กซ์ (Karex) หนึ่งในผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ของโลกได้แสดงความกังวลว่าพวกเขาอาจจะจำเป็นต้องปรับขึ้นราคา 20-30% เนื่องจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
โก เมียะ กล่าวว่าสถานการณ์ตอนนี้ละเอียดอ่อนมาก ราคาทุกอย่างปรับตัวสูงขึ้น และพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากผลักภาระให้ลูกค้าจ่ายค่าต้นทุนของบริษัท พร้อมกล่าวอีกว่า มีถุงยางอนามัยจำนวนมากค้างไว้บนเรือที่ยังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง
ขณะที่บริษัทโกลบอลโพรเทคชั่น บริษัทในเครือคาเร็กซ์ กล่าวแสดงความกังวลว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้นนอกจากจะทำให้ค่าใช้ต้นทุนสูงขึ้นแล้ว แต่พวกเขาอาจจะเจอปัญหาวัตถุดิบไม่พอในการผลิตถุงยางต่อความต้องการของผู้บริโภค
พร้อมชี้อีกว่านับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น บริษัทสังเกตเห็นการเพิ่มขึ้นของราคาบรรจุภัณฑ์ เช่น ฟอยล์ห่อและพลาสติก ประมาณ 20% ถึง 30% ราคาของน้ำยางเพิ่มขึ้น 30%
ราคาสารหล่อลื่นสำหรับถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้น 25% และราคาวัสดุไนไตรล์ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ใช่น้ำยางสำหรับทำถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้น 100%
อย่างไรก็ตามทางคาเร็กซ์ กล่าวว่าพวกเขายังมีถุงยางพอต่อความต้องการอีกหลายเดือน และอาจจะยังไม่ต้องปรับขึ้นราคาในเร็วๆนี้
สำหรับคาเร็กซ์นั้นผลิตถุงยางกว่า 5 พันล้านชิ้นต่อปี และส่งออกกว่า 130 ประเทศ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- การบินไทย ลดเที่ยวบินช่วงเดือน พ.ค. ทั้งในและนอกประเทศ เซ่นน้ำมันแพง
- อิหร่าน ยิงใส่เรือบรรทุกสินค้าเสียหายหนัก ขณะกำลังผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
- “ทรัมป์” ยืดระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่าน ให้เวลาจนกว่าการเจรจาทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้น
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





