ข่าวอาชญากรรม

“หมวดป๊อบ” ตำรวจเก๊ สาวแฉ 4 เดือน ยืมเงิน 4 แสน ฉกทองอีก 2 บาท

หนุ่มแสบ! อ้างตัวเป็น “หมวดป๊อบ” อดีตทหารองครักษ์ยศร้อยโท ก่อนโอนย้ายมาสน.คันนายาว หลอกสานสัมพันธ์สาว ผ่าน 4 เดือน ยืมเงิน 3-4 แสน ก่อนฉกทองหนี ผู้เสียหายร้อง “สายไหมต้องรอด” ตามคดี สุดพีคพาไปแจ้งความเจอไล่ไปหาหลักฐานเองจนโดนราวีอยู่ทุกวัน

วันนี้ (21 เม.ย.) ได้มีผู้เสียหาย นางสาวบี (นามสมมติ) เข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกหนุ่มอ้างเป็นตำรวจยศ “ร.ต.ท.” อดีตทหารองครักษ์ยศร้อยโท ปัจจุบันโอนย้ายมาเป็นตำรวจชื่อ “หมวดป๊อบ” สังกัด สน.คันนายาว พฤติกรรมหลอกให้รัก ก่อนขโมยทรัพย์สินและทำร้ายร่างกาย

ผู้เสียหายเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดว่า เธอรู้จักกับชายผู้นี้เมื่อต้นปี 2567 ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก อ้างตัวเป็น “หมวดป๊อบ” สังกัด สน.คันนายาว ทำหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด อีกทั้งยังเคยร่วมในคดีวิสามัญฆาตกรรมชื่อดัง ก่อนจะทราบภายหลังว่าเป็นแค่การสร้างภาพให้น่าเชื่อถือ

ระหว่างคบหากันมักสวมเครื่องแบบเต็มยศ และชุดนอกเครื่องแบบ พาไปที่ต่างๆ ที่หนักข้อ คือ กล้าขนาดพาไปที่ สน.คันนายาว โดยให้รอในรถอ้างว่า เข้าไปส่งของให้สารวัตร ด้วยเหตุนี้ผู้เสียหายจึงเชื่อสนิทใจว่า เป็นตำรวจจริง

อย่างไรก็ดี หลังคบหาได้ประมาณ 4 เดือน ก็เริ่มแสดงธาตุแท้ออกมาโดยมีการขอยืมเงินรวมกว่า 30,000-40,000 บาท อ้าง บัญชีถูกอายัดเพราะ ลูกพี่สารวัตรนำเงินค้ายาเสพติดมาฝากไว้

ผู้เสียหายบอกด้วยว่า เคยถูกฝ่ายชายนำอาวุธปืนจ่อศีรษะ ทำร้ายร่างกายเมื่อมีปากเสียงกัน เคยพบยาเสพติดในกระเป๋าของฝ่ายชาย

ขณะที่เพื่อนที่เป็นตำรวจจริง สังเกตเห็นความผิดปกติของเครื่องแบบ เมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลกลับ ไม่พบชื่อ “หมวดป๊อบ” ในระบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ต่อมาผู้เสียหายพบว่า ทองรูปพรรณในตู้เซฟ รวมถึงกำไลข้อเท้าของลูกหายไปทั้งหมด โดยมี “ทองปลอม” 3 เส้น วางทิ้งไว้แทนที่ เชื่อว่า หมวดป๊อปตำรวจเก๊เป็นคนทำ เนื่องจากอาศัยอยู่ด้วยกันเพียง 2 คน โดยน่าจะแอบดูรหัสตู้เซฟที่ฝ่ายจดไว้ในสมุดหัวเตียง

ภาพ @Facebook
ภาพ @Facebook

ช็อกหนักกว่าเดิม พาไปแจ้งความตำรวจกลับทำแบบนี้!

ผู้เสียหายกล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้พาฝ่ายชายซึ่งยังสวมเครื่องแบบตำรวจไป สน.ห้วยขวาง เพื่อแจ้งความ แต่ตำรวจกลับแจ้งว่า พยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะดำเนินคดีลักทรัพย์ และให้ไปหาหลักฐานมาเอง แม้จะตรวจค้นพบปืนปลอมและปืนไทยประดิษฐ์ในห้องพัก

แต่ฝ่ายชายกลับถูกปล่อยตัวในวันเดียวกัน แถมปัจจุบันยังโพสต์ TikTok สวมเครื่องแบบตำรวจแอบอ้างตามปกติ และกลับมาข่มขู่ตามราวีถ่ายภาพรถ และห้องพักจนรู้สึกไม่ปลอดภัย

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คดีผ่านมา 5 เดือน แต่ไม่มีความคืบหน้า หลังจากนี้จะประสานไปยัง ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อติดตามคดีลักทรัพย์และเร่งนำทรัพย์สินคืนผู้เสียหาย รวมถึงติดต่อไปยัง ผกก.สน.คันนายาว ให้ช่วยตรวจสอบกรณีแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน และตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดรู้เห็นเป็นใจ ปล่อยให้บุคคลภายนอกเข้านอกออกในโรงพักเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือไปหลอกลวงผู้อื่นหรือไม่.

ภาพ @Facebook

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button