ตีกันยับ ไทยเปิดศึกเมียนมา กลางลานจอดรถซอยเพชรบุรี เจ็บระนาว 7 ราย
ควันหลงสงกรานต์เดือด สน.มักกะสัน เร่งตรวจสอบวงจรปิดล่าชนวนเหตุตะลุมบอนซอยเพชรบุรี 43/1 พบคู่กรณีบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย เตรียมเรียกสอบปากคำดำเนินคดีหลังอาการดีขึ้น
ในช่วงเวลาที่ความรื่นเริงของเทศกาลสงกรานต์ที่ควรจะอาบชโลมความเหนื่อยล้า กลับมีบางสิ่งปริแตกออกเป็นความรุนแรง ณ ลานจอดรถอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในซอยเพชรบุรี 43/1 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร แรงเหวี่ยงของอารมณ์ที่พุ่งพล่านนำไปสู่เหตุตะลุมบอนระหว่างกลุ่มคนไทยและแรงงานชาวเมียนมา ทิ้งร่องรอยความบอบช้ำไว้บนร่างกายของชาย 7 คน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 21.10 น. เมื่อรุดไปถึงที่เกิดเหตุ พบเงาของความสับสนวุ่นวาย ผู้บาดเจ็บหลายรายนอนรอความช่วยเหลืออยู่บนพื้นปูน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบทำหน้าที่ลำเลียงร่างเหล่านั้นส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยจำแนกคู่กรณีออกเป็นสองฝั่งได้ดังนี้
กลุ่มคนไทย (บาดเจ็บ 3 ราย)
- นายธนายุทธ (แจ็ค) อายุ 37 ปี และ นายนพดล (บิ๊ก) อายุ 32 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาลตำรวจ
- นายสุนทร (บอย) อายุ 43 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาลวิภาราม
กลุ่มแรงงานเมียนมา (บาดเจ็บ 4 ราย)
- นายอ่อง ซอ อายุ 32 ปี ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดี
- นายวิน คยอ ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท
- นายคยอ และ นายอ่อง คยอ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจากถ้อยคำด่าทอที่รุนแรง บรรยากาศที่ตึงเครียด ก่อนที่ความเงียบสงบจะถูกทำลายลงด้วยการใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกัน ท่ามกลางสายตาตระหนกตกใจของผู้อาศัยในอพาร์ทเมนต์
ร.ต.อ.ไพศาล สุธาพจน์ รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน พร้อมทีมสืบสวน ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อรวบรวมหลักฐานและบันทึกภาพสภาพแวดล้อมที่ยังคงทิ้งร่องรอยของความโกลาหลไว้ จุดสำคัญคือการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อค้นหาคำตอบว่า ใครคือผู้เปิดฉากโศกนาฏกรรมย่อยๆ นี้ก่อนกัน
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังรอให้อาการบาดเจ็บของทั้งสองฝ่ายทุเลาลง ก่อนจะเรียกตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริงและแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามตัวบทกฎหมายที่เข้มงวดต่อไป.
ที่มา : ข่าวสด



อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สงกรานต์เลือด ทหารเมียนมาเผาหมู่บ้านวอด 500 หลัง ดับเพลิงเมินช่วยเหลือ
- หวยลาวงดออก 15 เม.ย. 69 เช็กวันหยุดสงกรานต์ปีใหม่ลาว
- หนุ่มหอมแก้มสาว กลางวงเล่นน้ำสงกรานต์ สุดท้ายเจอมีดกะซวกสาหัส
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



