เขมรใจเหี้ยม อาคารถล่มฟิลิปปินส์ กดหัวเราะเยาะ เข้าใจผิดว่าเป็นไทย

เพจดังแฉพฤติกรรมสุดรับได้ หลังคนกัมพูชา แห่กดอีโมจิขำขันใส่โพสต์ข่าวเศร้า โรงแรมถล่มฟิลิปปินส์ เข้าใจผิดคิดว่าเป็นข่าวไทย
เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict โพสต์ข้อความวิจารณ์พฤติกรรมของชาวเน็ตกัมพูชา เพจข่าวสดเวอร์ชันภาษาอังกฤษนำเสนอข่าวอาคารถล่มในประเทศฟิลิปปินส์ ชาวเน็ตกัมพูชาจำนวนมากเข้ามากดอีโมจิหัวเราะเยาะโพสต์ข่าว แอดมินเพจคาดเดาว่ากลุ่มคนเเขมรพวกนั้นอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกจึงเข้าใจผิดคิดว่าโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นในประเทศไทย
เหตุการณ์จริงเกิดขึ้นที่เมืองแองเจลีส จังหวัดปัมปังกา ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา โรงแรมสูง 9 ชั้นที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพังถล่มลงมาหลังเกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ยืนยันยอดผู้เสียชีวิต 4 ศพ คนงานอีก 17 คนยังคงสูญหายใต้ซากคอนกรีต
ทีมกู้ภัยนำสุนัขดมกลิ่นเข้าร่วมภารกิจค้นหา เจ้าหน้าที่ดึงร่างผู้เคราะห์ร้าย 3 คนออกจากกองซากปรักหักพังเมื่อวันจันทร์พบว่าสองคนเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่พยายามช่วยชีวิตชายอีกคนในรถพยาบาลด้วยการให้น้ำเกลือผ่านหลอดเลือดดำแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ผู้เสียชีวิตคนที่ 4 เป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เศษซากอาคารพังทับโรงแรมราคาประหยัดทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิต
คนงานก่อสร้าง 26 คนวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกมาได้ทัน คาร์เมโล ลาซาติน นายกเทศมนตรีเมืองแองเจลีสยืนยันว่าภารกิจกู้ภัยยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อหวังพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติม พลตำรวจเอก โฮเซ เมเลนซิโอ นาร์ตาเตซ จูเนียร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการให้สืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุพร้อมตรวจสอบการละเมิดกฎระเบียบด้านความปลอดภัยการก่อสร้าง
ต่อมาหลังคนกัมพูชาโดนถล่มกลับถึงความไร้มนุษยธรรม ก็ได้มีเฟซบุ๊กคนเขมรหลายคนเข้ามาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่าได้ตรวจดูความคิดเห็นทั้งหมดแล้วไม่พบชาวกัมพูชาหัวเราะเยาะ หากมีคนทำพฤติกรรมดังกล่าว อาจเป็นคนไทยปลอมตัวมาเป็นชาวกัมพูชา หรืออาจเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนที่ต้องการสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศ คนกลุ่มนี้มีนิสัยชอบโกหก เกลียดชังชาวเขมร พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างปัญหา


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แอนเจลีนา โจลี อึ้ง หญิงกัมพูชาอ้างเป็นแม่แท้ๆ แม็ดดอกซ์ เรียกเงิน 120 ล้าน
- นายกฯ ทราบเรื่องแล้ว ทหารกัมพูชายิง 11 นัด ไทยยิงโต้ 2 นัด ยืนยันไม่มีอะไรให้กังวล
- สภากัมพูชาผ่านร่าง บังคับชายอายุ 18-25 ปี ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารสองปี
ติดตาม The Thaiger บน Google News:








