สุดทน หญิงอินเดียนับร้อย บุกพังร้านเหล้า ฉุนผัวเมาแล้วตบตี-ข่มขืน สุดท้ายโดนฟ้องกลับ

สุดทน หญิงอินเดียกว่า 100 คนบุกพังร้านเหล้ายับ ทุบทิ้งมูลค่า 1.5 ล้านรูปี ฉุนปัญหาผัวเมา-ความรุนแรงในครอบครัว
เกิดเหตุการณ์สุดเดือดที่เมืองลลิตปุระ รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย กลุ่มสตรีในหมู่บ้านกว่า 100 คน รวมตัวกันบุกทำลายร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนราบเป็นหน้ากลอง เพื่อประท้วงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและการคุกคามที่มีต้นเหตุมาจากคนเมา
ต้นตอของปัญหา ร้านขายเหล้าหลายแห่งในหมู่บ้าน ทำให้ผู้ชายในพื้นที่ติดการดื่มแอลกอฮอล์หนักขึ้น นำไปสู่ปัญหาการล่วงละเมิดในที่สาธารณะ คดีความรุนแรงในครอบครัวพุ่งสูง รวมถึงเงินทองที่ควรใช้จ่ายประทังชีวิตในบ้านกลับถูกผลาญไปกับค่าเหล้าจนหมด
กลุ่มผู้หญิงระบุว่า พวกเธอได้เคยร้องเรียนปัญหาเหล่านี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้งแล้ว แต่กลับไม่มีการดำเนินการแก้ไขใดๆ ทำให้ความโกรธแค้นสะสมมาเรื่อยๆ
ในวันเกิดเหตุ กลุ่มผู้หญิงได้รวมตัวกันปิดถนนสายหลักเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่เมื่อไม่มีการตอบสนองในทันที พวกเธอจึงยกระดับความรุนแรง บุกเข้าไปพังร้านขายเหล้า 2 แห่ง ทำลายข้าวของ ขว้างปาขวดเหล้าทิ้งเกลื่อนถนน ประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.5 ล้านรูปี หรือประมาณเกือบ 2 ล้านบาท โดยในคลิปวิดีโอพบว่ามีผู้ชายบางส่วนมายืนหยัดสนับสนุนกลุ่มผู้หญิงด้วย
สื่อ Brut India รายงานว่า ล่าสุดได้มีการแจ้งความดำเนินคดี กับกลุ่มผู้หญิงที่ก่อเหตุทำลายทรัพย์สินแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย
หลังจากคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทาง ชื่นชมและให้กำลังใจ ต่อความกล้าหาญของกลุ่มผู้หญิง เช่น
“นี่แหละผู้หญิงที่เราต้องการ ขอแสดงความนับถืออย่างสูงในความกล้าหาญที่ลุกขึ้นสู้เพื่อหมู่บ้าน”
“ผู้ชายควรจะรู้ลิมิตตัวเอง การดื่มบ้างนิดหน่อยไม่ได้แปลว่าต้องดื่มให้เมามายขาดสติ”
“ใครที่คอมเมนต์ด่าผู้หญิงกลุ่มนี้ ลองเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ต้องทนรับความรุนแรงดูบ้าง แล้วจะรู้ว่าพวกเธอทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร!”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คดีพลิก! รมต.อินเดีย พ้นผิดข้อหาข่มขืน หลังเหยื่อกลับคำ แต่งเรื่องเองทั้งหมด
- 6 แก๊งทรชนอินเดีย รุมโทรมพนักงานสปา บังคับเพื่อนดูต่อหน้า เหตุฉุนเจ้าของไม่จ่าย “ค่าคุ้มครอง”
- สามพี่น้องวัยรุ่นอินเดีย ติดเกาหลีหนัก โดดตึกฆ่าตัวตายหมู่ หลังโดนยึดมือถือ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





