สลด สาวอุดรยอดกตัญญ ปลิดชีวิตในเกาหลี เครียดเจ้าหนี้ทวงโหดโพสต์ประจาน

สาวอุดรฯ ป่วยซึมเศร้าเครียดสะสม ดิ่งจบชีวิตตัวเองในห้องพักกรุงโซล หลังกู้เงินหมุนเวียนค้าขาย แต่โดนเบี้ยวหนี้จนต้องยืมต่อ ท้ายที่สุดเจอเจ้าหนี้ทวงโหดโพสต์ประจานโซเชียล สามีเกาหลีใต้เร่งดำเนินคดีถึงที่สุด
ข่าวเศร้าของคนไทยในเกาหลี น.ส.เอ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี เสียชีวิตภายในห้องเช่าที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ หลังจากหายตัวไป 2 วัน จนสามีชาวเกาหลีใต้กับลูกสาววัย 13 ปีออกตามหาจนพบ มีกลุ่มคนไทยในเกาหลีใต้ต่างโพสต์ข้อความร่วมไว้อาลัย
ขณะนี้สามีชาวเกาหลีใต้กำลังดำเนินเรื่องจัดการพิธีศพ ดำเนินคดีกับกลุ่มเจ้าหนี้ที่กดดันอย่างหนักจนเป็นเหตุให้ผู้ตายคิดสั้น
ครอบครัวของผู้ตายเล่ากับสื่อว่า หญิงสาวเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้ร่วม 15 ปี จนแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับสามีชาวเกาหลีใต้ ระยะหลังผู้ตายเช่าห้องพักแยกออกมาเพื่อทำธุรกิจส่วนตัว นำอาหารแห้งและเครื่องครัวจากไทยไปเร่ขายให้คนไทยในแคมป์คนงาน แต่เนื่องจากเป็นคนใจดียอมให้ลูกค้าแปะสำรองเงินจ่ายทีหลังจนถูกเบี้ยวหนี้สะสม ทำให้ขาดสภาพคล่องและต้องไปกู้ยืมเงินจากเพื่อนคนไทยที่มีสามีเกาหลีด้วยกันเพื่อมาหมุนเวียน
ยอดหนี้สินสะสมอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านวอน หรือราว 6 แสนบาท แม้ผู้ตายจะใช้คืนเงินต้นไปหมดแล้ว แต่กลับถูกเจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยเพิ่มเป็นเท่าตัวจนไม่สิ้นสุด ก่อนเกิดเหตุผู้ตายอัดคลิปตัดพ้อลงเฟซบุ๊กว่าจะจบชีวิตตัวเอง แต่กลับถูกเจ้าหนี้โพสต์ประจานซ้ำเติม ท้าทายให้ไปผูกคอตายจริง
ทั้งนี้ กลุ่มเพื่อนและอดีตเจ้านายของผู้ตายกำลังรวบรวมเงินเพื่อเตรียมไปช่วยใช้หนี้ให้ แต่ติดต่อผู้ตายไม่ได้จนกระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้น ผู้ตายป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามานาน 5-6 ปี เป็นเสาหลักที่ส่งเงินดูแลครอบครัวมาโดยตลอด
ด้านแม่ของผู้ตายระบุว่า ลูกสาวเป็นคนสู้ชีวิต ออกเดินทางทำงานต่างประเทศตั้งแต่ยังอายุไม่ถึง 20 ปี ส่งเงินกลับมาให้พ่อแม่ใช้ทุกเดือน ส่วนลูกสาวคนเล็กวัย 13 ปีจะให้ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อและญาติทางเกาหลีใต้ดูแลต่อไป ตอนนี้ครอบครัวที่ประเทศไทยทำได้เพียงรอรับเถ้ากระดูกกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดเท่านั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เกาหลีใต้ แบน 4 จังหวัดอีสาน ห้ามเข้าทำงาน เหตุหลบหนีนายจ้าง
- ศาลรัสเซียสั่งช่างภาพหญิงใช้แรงงาน 18 เดือน แต่งฟิกเกย์ อิงวงเกาหลี
- @เกาหลีเหนือเกาหลีเหนือ แก้รัฐธรรมนูญ ตัดเนื้อหา “รวมชาติ” ย้ำสถานะแยกขาดจาก เกาหลีใต้
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





