89 สว. จี้ เท้ง ณัฐพงษ์ ขอโทษ รับไม่ได้เรียก “วุฒิสภาสีน้ำเงิน” ขู่เจอฟ้อง

89 สว. ตั้งโต๊ะแถลงโต้ เท้ง ณัฐพงษ์ หลังโพสต์โจมตีเป็น “วุฒิสภาสีน้ำเงิน มรดกรัฐประหาร” ยันทำหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย จี้ขอโทษใน 3 วัน ขู่ไม่ทำตามเจอสวนกลับด้วยกฎหมาย พร้อมย้ำจุดยืนแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 เท่าเดิม และห้ามแตะหมวดพระราชอำนาจ
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 89 คน นำโดย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ นายสมบูรณ์ หนูนวล นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล และนายอลงกต วรกี แถลงข่าวตอบโต้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน กรณีโพสต์ข้อความกล่าวหาสว. ชุดนี้ว่าเป็น วุฒิสภาสีน้ำเงิน เป็นมรดกรัฐประหารจากรัฐธรรมนูญปี 2560
นายพิสิษฐ์ ยืนยันว่า ข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของวุฒิสภา จึงเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์แถลงขอโทษภายใน 3 วัน หากเพิกเฉยจะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมท้าให้ชี้แจงคำว่า ระบอบสีน้ำเงิน หมายถึงสิ่งใด เพราะสำหรับ สว. สีน้ำเงินคือสีบนธงไตรรงค์ที่หมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์
นายพิสิษฐ์ ระบุว่า เท้งโจมตีเพราะผิดหวังที่พรรคฝ่ายค้านไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด จึงพยายามยุยงปลุกปั่น สว. ยืนยันว่าชุดนี้มาจากการเลือกตามกระบวนการที่ถูกต้องและอยู่ภายใต้การตรวจสอบขององค์กรอิสระ
ส่วนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 สว. ยืนยันว่าท่าทีของนายณัฐพงษ์ไม่มีผลต่อการตัดสินใจ แต่ขอตั้งคำถามกลับว่าพรรคประชาชนมีความจริงใจที่จะแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ เพราะมักใช้วิธีโจมตี สว. ทั้งที่ทางกฎหมายจำเป็นต้องใช้เสียง สว. เห็นชอบ 1 ใน 3 นอกจากนี้ สว. ยังแสดงจุดยืนปฏิเสธข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทยที่ต้องการลดเสียง สว. เหลือ 1 ใน 4 โดยย้ำว่าจะคงเงื่อนไขเดิมคือใช้เสียง สว. 1 ใน 3 และมีเงื่อนไขห้ามแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 รวมถึงทุกมาตราที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจอย่างเด็ดขาด
ต่อมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียดการแถลง แต่อยากให้สังคมตรวจสอบรายชื่อ สว. ที่ออกมาเคลื่อนไหว ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการคัดเลือก สว. รอบสุดท้ายอย่างไร ก็จะเข้าใจวัตถุประสงค์ของการแถลง
ตนมีเจตนาบริสุทธิ์เพื่อต้องการให้รัฐสภายึดโยงกับประชาชนมากที่สุด ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการตั้งข้อสังเกตตามที่สังคมสงสัย หาก สว. เห็นว่ากระบวนการคัดเลือกวุฒิสภามีปัญหา หน้าที่ของทุกฝ่ายคือการเข้าไปแก้ไขร่วมกันผ่านการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ส่วนกรณีที่ สว. ขู่จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญหากมีการปรับลดสัดส่วนเสียง สว. ในมาตรา 256 นายณัฐพงษ์ มองว่า ทุกฝ่ายมีสิทธิ์เสนอร่างของตนเอง แต่กระบวนการสุดท้ายต้องไปถกเถียงและแก้ไขกันในชั้นกรรมาธิการ หาก สว. ยอมรับฟังความเห็นตรงนั้น จะเป็นการแสดงความจริงใจว่าไม่ได้ต้องการรักษาอำนาจหรือสิทธิพิเศษของตัวเอง
หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเพิ่มเติมว่า การหยิบยกเรื่อง ระบอบสีน้ำเงิน ขึ้นมาพูด เพราะต้องการให้สังคมเห็นว่า ปัจจุบันมีกลุ่มก้อนการเมืองที่ทรงอิทธิพลทั้งในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงมีอำนาจเหนือวุฒิสภาที่ทำหน้าที่เลือกองค์กรอิสระ การผูกขาดเช่นนี้ทำให้ระบบตรวจสอบถ่วงดุลของประเทศล้มเหลว ส่งผลให้ดัชนีคอร์รัปชันเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจ
เมื่อถูกถามถึงข้อครหาว่า พรรคประชาชนมีส่วนทำให้เกิดระบอบสีน้ำเงินจากการตัดสินใจทางการเมืองในอดีต นายณัฐพงษ์ ยอมรับว่า การตัดสินใจที่ผ่านมาส่งผลต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่อยากให้ทุกฝ่ายมองไปข้างหน้า เพราะภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ตราบใดที่ยังมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และองค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน อำนาจเหล่านี้จะคอยทำลายรัฐบาลที่มาจากประชาชนเสมอ โดยพรรคภูมิใจไทยอาจเป็นเพียงด่านหน้าหรือตัวแทน (Agent) ของระบอบนี้เท่านั้น
ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเปิดแผนงานแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายณัฐพงษ์ เผยว่า การแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จเร็วไม่ใช่ทางออก แต่การได้ร่างที่ดีและยึดโยงกับประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุด โดยพรรคประชาชนพร้อมสนับสนุนทุกร่างจากทุกพรรคการเมืองที่ไม่ขัดต่อหลักการสำคัญของพรรค
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “เท้ง” แนะ “อนุทิน” 3 วาระที่ต้องกล้าแสดงบทบาท ในเวทีประชุมสุดยอดอาเซีย
- “เท้ง ณัฐพงษ์” ได้ไปต่อ นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชนเหมือนเดิม ชี้ 4 หมุดอุปสรรคประเทศ
- ลุงโทนี่ไม่ทน! เหยียบกะหล่ำปลีเละ ทำควายเผือกตาย ซัดสวนฉีดยา-สารตกค้างเยอะ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



