ข่าว

ปิดบัญชี 8 ศพ ผล DNA ยืนยันแล้ว เหยื่อรายสุดท้าย รถไฟชนรถเมล์มักกะสัน

ผล DNA ยืนยันเหยื่อรายที่ 8 รถไฟชนรถเมล์สาย 206 แยกอโศกมักกะสัน คือ นายเสริมลาภ ปิ่นทอง ตำรวจสืบจากกล้องวงจรปิดและโซเชียลก่อนตามญาติมาตรวจ

ผลตรวจดีเอ็นเออกมาแล้ว ผู้เสียชีวิตรายที่ 8 และรายสุดท้ายจากเหตุรถไฟขบวนสินค้าชนรถเมล์ ขสมก. สาย 206 บริเวณแยกอโศก/กำแพงเพชร 7 ใกล้สถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน คือ นายเสริมลาภ ปิ่นทอง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย บาดเจ็บกว่า 30 ราย ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์ตัวผู้เสียชีวิตได้แล้ว 7 ราย เหลือนายเสริมลาภเป็นรายสุดท้ายที่รอผลจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

การพิสูจน์ตัวผู้เสียชีวิตรายนี้ไม่ได้ง่ายเลย เพราะนายเสริมลาภอาศัยอยู่ตามลำพัง และพ่อ แม่ รวมทั้งน้องชายเสียชีวิตไปก่อนแล้ว

จุดเริ่มต้นมาจากเพื่อนร่วมงานแจ้งตำรวจ สน.มักกะสัน ว่านายเสริมลาภขาดการติดต่อตั้งแต่วันเกิดเหตุ และมีข้อมูลว่าเขาโดยสารรถเมล์สาย 206 ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

ตำรวจจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเทียบกับสตอรีเฟซบุ๊กของผู้โดยสารอีกรายที่เสียชีวิตบนรถคันเดียวกัน พบว่าลักษณะรองเท้า กระเป๋า และกางเกงตรงกัน จึงเชื่อมโยงไปสู่การตามหาครอบครัว

ไม่มีญาติสายตรง ตำรวจต้องแกะรอยตั้งแต่ต้น
ภาพจาก : FB/Drama-addict

ค้นทะเบียนราษฎร พบลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพ่อ

เจ้าหน้าที่ค้นข้อมูลทะเบียนราษฎรและตามหาญาติฝ่ายพ่อที่เป็นผู้ชาย ก่อนพบ นายไพรัตน์ ปิ่นทอง ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง และเชิญมาตรวจดีเอ็นเอที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

ผลตรวจออกมายืนยันชัดเจนว่า ร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 8 คือนายเสริมลาภ ปิ่นทอง จริง

พนักงานสอบสวนจะประสานญาติเพื่อรับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนคดีหลักยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button