ข่าวการเมือง

“ชัชชาติ” เผยใบลาออกมีผลวันนี้ 17.00 น. ขอทำงานจนถึงวินาทีสุดท้าย

ชัชชาติ ยื่นใบลาออกแล้ว เผยใบลาออกมีผลวันนี้ 17.00 น. ขอทำงานจนถึงวินาทีสุดท้าย ยังมีเรื่องห่วงอีกเยอะ เน้นนโยบานด้านผลิตภาพ

นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนส่งใบลาออกไปเช้าวันนี้แล้ว มีผลทันทีในเวลา 17.00 น. ของวันนี้ เพราะคืนนี้ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ร่วมงานรับปริญญาของนาย แสนปิติ สิทธิพันธุ์ ลูกชาย จะได้ไม่ต้องไปเบียดเบียนเวลาราชการ และไม่ต้องมีรักษาการ โดยยืนยันว่าจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในสมัยต่อไป

เมื่อถามว่าช่วงที่ลาออกจะมีช่องว่าง มีความเป็นห่วงอะไรหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่เป็นไร มันเป็นเรื่องของทีมงาน ข้าราชการทุกคนอยู่ต่อ นโยบายก็ทำต่อ เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตยที่มีช่วงที่ว่าง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกคนใหม่เข้ามา ที่ผ่านมางานต่างๆ ข้าราชการและทีมงานก็ทำได้ดี โดยยืนยันว่าจะทำงานจนถึงวินาทีสุดท้าย เพราะยังมีเรื่องห่วงเยอะ

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเน้นนโยบายเรื่องผลิตภาพ (Productivity) เพราะขณะนี้เราต้องแข่งกับเมืองทั่วโลก ทำอย่างไรใช้ทรัพยากรให้น้อยเพื่อให้ได้ผลผลิตมากที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพของเมืองให้มากขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี ประกอบไปด้วย 3 เรื่องคือ ความสุข โอกาส และความหวัง เพราะช่วงที่ผ่านมาเรามีความสุขมากขึ้น เมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต่อไปจึงต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ แข่งขันกับเมืองต่างๆ ทั่วโลกในอนาคต

นายชัชชาติ ยังให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่ให้คะแนนตัวเอง 5 คะแนน ว่า ที่ให้ 5 คะแนน เพราะไม่ควรถามตนเอง การให้คะแนนตนเองเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราให้ทีมงาน 8 คะแนน จึงขอให้คนอื่นให้คะแนนเราดีกว่า เพราะพูดไปมีทั้งคนชอบไม่ชอบ ส่วนสิ่งที่พอใจมากที่สุดในตลอด 4ปีคงเป็นพวกการตอบสนองปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการกับประชาชนเชื่อว่าระบบต่างๆ เช่น Traffy Fondue ทำให้ข้าราชการเห็นความสำคัญของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพเป็นอย่างมากเมื่อก่อนใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในเรื่องหนึ่ง แต่ 4 ปีที่ผ่านมาเหลือแค่ 1.9 วันโดยเฉลี่ย

ดังนั้นเรื่องที่ประชาชนสั่งการมา เราทำได้เร็วขึ้น ประชาชนรู้สึกว่ามีการกระจายอำนาจไปได้มากขึ้นประชาชนไว้ใจเรามากขึ้น เพราะตอนที่เราเข้ามาวันแรก ๆ ประชาชนไม่ไว้ใจ กทม.มีแต่เรื่องใต้โต๊ะ ทุจริตสั่งการอะไรก็ไม่ทำให้ เราก็ไม่ไว้ใจประชาชน ประชาชนบ่นก็ไม่ค่อยฟัง แต่ตอนนี้เปลี่ยนไป มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทำให้เราหันหน้าเข้าประชาชนมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนกฏหมาย ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมโดยไม่ใช้เงินลงทุนแต่ได้ผลตอบแทนที่มีค่ามากขึ้น คงต้องทำต่อเชิงรุกมากขึ้น ที่ผ่านมาเราให้ประชาชนแจ้งเหตุ แต่ต่อไปเราต้องลงไปหาปัญหามากขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button