ข่าวการเมือง

ครบรอบ 14 ปี อากง SMS ตายในคุก คดี 112

สรุปคดีอากง SMS ชายวัย 61 ปีผู้เสียชีวิตในเรือนจำหลังศาลพิพากษาจำคุก 20 ปีจากข้อหา ม.112 ข้อกล่าวหาส่งข้อความสั้น

ครบรอบ 14 ปี วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 อำพล ตั้งนพกุล ชายวัย 61 ปี เสียชีวิตในเรือนจำด้วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ภรรยาของเขาเดินทางไปรับร่างพร้อมบอกลาด้วยประโยคสุดท้าย “กลับบ้านเรานะ ตอนนี้เขาปล่อยตัวลื้อแล้ว”

จุดเริ่มต้นของคดีเกิดในปี 2553 ตำรวจจับกุมอำพลในข้อหาผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 คู่กับกฎหมายคอมพิวเตอร์ หลังเลขานุการนายกรัฐมนตรีเข้าแจ้งความเรื่องมีคนส่งข้อความสั้น 4 ข้อความเนื้อหาหมิ่นประมาทสถาบันกษัตริย์ ตำรวจตรวจสอบพบหมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ส่งข้อความตรงกับเครื่องของอำพล

พนักงานอัยการให้ข้อมูลต่อศาล พยานหลักฐานชี้ชัดนายอำพลส่งข้อความสั้น 4 ข้อความไปยังโทรศัพท์ของนายสมเกียรติ ครองวัฒนาสุข เลขานุการส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เครือข่ายโทรศัพท์ส่งข้อความดังกล่าวเข้าสู่ศูนย์บริการข้อความสั้นก่อนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อความทั้งหมดมีเนื้อหาหมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนรัชทายาท

ตำรวจฝ่ายสืบสวนตรวจสอบพบข้อมูลสำคัญ โทรศัพท์ที่ใช้ส่งข้อความมีหมายเลขประจำเครื่อง หรืออีมี่ ตรงกับเครื่องของนายอำพล เมื่อตรวจสอบประวัติการโทรศัพท์พบการติดต่อไปหาลูกสาวของนายอำพลทั้งสองคน นายอำพลเองก็ยอมรับกับตำรวจ เครื่องโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นของตนเองจริง

ฝ่ายนายอำพลต่อสู้คดีด้วยข้ออ้างหลายประการ ยืนยันความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ ให้การปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเบอร์โทรศัพท์ต้นทาง เขาอธิบายต่อศาล ช่วงเดือนเมษายน 2553 เขานำโทรศัพท์ไปซ่อม อาจมีผู้อื่นขโมยหมายเลขประจำเครื่องไปใช้ เขายังอ้างอิงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต หมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์มีโอกาสซ้ำกันได้ร้อยละ 10 นอกจากนี้เขายังยืนยัน พิมพ์ข้อความสั้นไม่เป็น ไม่รู้จักนายสมเกียรติ ไม่เคยนำซิมการ์ดเบอร์อื่นมาใส่เครื่องของตนเอง

พยานฝ่ายโจทก์นำตัวแทนจากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เข้าให้การโต้แย้งข้ออ้างของจำเลย ตัวแทนบริษัทเครือข่ายให้ข้อมูล ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์มีความน่าเชื่อถือสูง หมายเลขโทรศัพท์ต้นทางเป็นระบบเติมเงิน ไม่ได้จดทะเบียนบุคคลผู้ใช้งาน แต่จับคู่การใช้งานกับโทรศัพท์หมายเลขประจำเครื่องเดียวกับของนายอำพล เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของนายอำพลก็ใช้งานกับโทรศัพท์เครื่องนี้เช่นเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน หมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์ไม่สามารถทำซ้ำหรือเปลี่ยนแปลงได้

ศาลพิจารณาข้อมูลเชิงลึกจากสถานีส่งสัญญาณโทรศัพท์ย่อยบริเวณซอยวัดด่านสำโรง 12 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับที่พักของจำเลย ข้อมูลแสดงให้เห็นการสับเปลี่ยนซิมการ์ดระหว่างเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของจำเลยกับเบอร์ต้นทางที่ใช้ก่อเหตุ รวม 12 ครั้ง แต่ละครั้งมีระยะเวลาห่างกัน 10 นาที เวลาดังกล่าวเพียงพอให้บุคคลถอดเปลี่ยนซิมการ์ดเพื่อกระทำความผิด เวลาการใช้งานก็ใกล้เคียงกับเวลาส่งข้อความหมิ่นประมาททั้ง 4 ครั้ง

ศาลมองข้อต่อสู้ของจำเลยมีน้ำหนักน้อย ศาลไม่เชื่อข้ออ้างเรื่องการนำโทรศัพท์ไปซ่อม หากจำเลยนำไปซ่อมจริงก็ควรจำชื่อร้านได้เพื่อไปรับเครื่องคืน ข้อมูลเอกสารจากอินเทอร์เน็ตเรื่องหมายเลขประจำเครื่องซ้ำกันก็ไม่มีผู้เชี่ยวชาญรับรอง ขัดแย้งกับหลักการทางวิชาการ ส่วนข้ออ้างเรื่องส่งข้อความไม่เป็น ศาลพบหลักฐานประวัติการส่งข้อความจำนวนมากจากเบอร์โทรศัพท์ของจำเลย

แม้พนักงานอัยการไม่มีพยานบุคคลเห็นเหตุการณ์ขณะจำเลยกดส่งข้อความ ศาลให้เหตุผล ผู้กระทำความผิดร้ายแรงย่อมปกปิดการกระทำของตนเอง การหาพยานบุคคลจึงทำได้ยาก ศาลตัดสินใจพิจารณาจากพยานแวดล้อม ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์มีความสอดคล้องกัน ไร้ข้อพิรุธ ศาลเชื่อมั่น จำเลยเป็นผู้ส่งข้อความทั้ง 4 ข้อความด้วยตนเอง

ศาลสรุปการกระทำของจำเลยเข้าข่ายนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ สร้างความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ศาลพิพากษาว่านายอำพลมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ถือเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ศาลสั่งลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 4 กระทง สรุปโทษจำคุกรวมทั้งสิ้น 20 ปี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button