ย้อนร้อย เมฆ วินัย แก้กรรม อ.ไพศาล จุดเริ่มต้นขอขมาเจ้ากรรมนายเวร ก่อนเสียชีวิต
เปิดไทม์ไลน์ เมฆ วินัย พบ อ.ไพศาล ผ่าน หนุ่ม คงกระพัน เดินหน้าขออโหสิกรรม 7 ราย ก่อนครอบครัวยืนยันไม่โทษใคร หลังเสียชีวิต 20 มีนาคม 2567
ชื่อของ เมฆ วินัย ไกรบุตร หรือชื่อปัจจุบัน หัฒศนัย ไกรบุตร กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง เมื่อหลายคนย้อนถามถึงช่วงสุดท้ายที่อดีตพระเอกร้อยล้านพยายามหาทางรักษาอาการป่วยโรคตุ่มน้ำพอง ทั้งการแพทย์แผนปัจจุบัน และเส้นทางตามความเชื่อเรื่องการ “แก้กรรม” กับ อ.ไพศาล แสนไชย
จุดเริ่มต้นการเปิดกรรม ไหว้พระ 5 วัด
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจาก หนุ่ม คงกระพัน แสงสุริยะ เพื่อนสนิทของเมฆ วินัย ซึ่งพาเรื่องอาการป่วยของเขาไปถาม อ.ไพศาล หลังเมฆเผชิญโรคตุ่มน้ำพองมาหลายปี ร่างกายมีตุ่มขึ้นตามตัวและรักษายืดเยื้อ ช่อง 8 รายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ว่า อ.ไพศาลแนะนำให้เมฆไปไหว้พระ 5 วัดในกรุงเทพฯ แล้วถ่ายภาพส่งกลับมา เพื่อให้อาจารย์นิมิตดูว่าอาการที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับกรรมอะไร และควรแก้ไขอย่างไรต่อไป
วัดที่เมฆ วินัยไปตามคำแนะนำมี 5 แห่ง ได้แก่ วัดบางโคล่นอก, วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร หรือวัดสามปลื้ม, วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์, วัดราชสิทธารามหรือวัดพลับฝั่งธน และวัดระฆัง โดยเมฆให้สัมภาษณ์ว่า เขายังรักษากับแพทย์อยู่ตามปกติ ส่วนการไปวัดเป็นเรื่องของความเชื่อ และไม่ได้เข้าใจรายละเอียดการแก้กรรมทั้งหมดในเวลานั้น
ช่วงที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นชัดเจนของกระบวนการ “เปิดกรรม” อยู่ปลายเดือนตุลาคม 2566 อ.ไพศาลระบุว่าเริ่มนั่งนิมิตในวันพระ วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 และจะนั่งนิมิตอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2566 เพื่อให้ทราบถึงกรรมที่เมฆกำลังเผชิญ จากนั้นจึงให้เมฆเดินทางมาพบเพื่อฟังรายละเอียดด้วยตัวเอง

ภารกิจขอขมากรรมเกจิ 7 ราย
ต่อมาเรื่องนี้เดินหน้าจาก “ไหว้พระ 5 วัด” ไปสู่การขออโหสิกรรมตามความเชื่อ รายงานของผู้จัดการออนไลน์เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 ระบุว่า เมฆรู้จัก อ.ไพศาล ผ่านหนุ่ม คงกระพัน และได้รับคำแนะนำให้ขอขมา “เกจิ-พระ” ในชาตินี้ รวม 7 ราย ตามนิมิตที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับบาปกรรมในอดีต
อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวไปติดที่ “รายที่ 7” ซึ่งข่าวระบุว่ามีข้อจำกัดเกี่ยวกับหลักศาสนาอิสลามที่เมฆนับถือ ภรรยาของเมฆจึงพาเขาเดินทางไปพบ อ.ไพศาลที่จังหวัดลำพูนเป็นครั้งแรก เพื่อทำพิธีครั้งสุดท้าย โดยมีการถวายสังฆทานกับพระครูบา 4 รูปจาก 4 วัด อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร โดยเน้นรายที่ 7 และรวมถึงรายอื่นทั้งหมดตามความเชื่อของพิธี
“ขอจบที่ อ.ไพศาล” ประโยคสุดท้ายแห่งการแสวงหา
ทริปลำพูนครั้งนั้นหนักมากสำหรับร่างกายของเมฆ เอ๋ ภรรยาของเขาเล่าว่าระหว่างเดินทางต้องเปลี่ยนผ้ารองซับเลือดหลายชิ้น ส่วนเมฆเองยอมรับว่าหลังเสร็จพิธีรู้สึกเจ็บและเหนื่อยมาก แต่ก็สบายใจที่ได้พบครูบา และได้ทำตามขั้นตอนจนจบ
ประโยคสำคัญที่กลายเป็นจุดปิดของเส้นทางแก้กรรม คือเมฆพูดว่า “ขอจบที่ อ.ไพศาล” และบอกว่าเขาจะไม่ไปไหนอีกแล้ว ไม่ว่าจะหายหรือไม่หายก็ไม่ว่า เพราะเหนื่อยและทรมานมาก ด้านเอ๋ก็ยืนยันว่า ครอบครัวจะสิ้นสุดการทำเรื่องลักษณะนี้ไว้ที่ อ.ไพศาล ไม่ไปหาผู้วิเศษคนอื่นอีก
หลังจากนั้น เมฆ วินัย ยังมีชีวิตอยู่ต่ออีกระยะหนึ่ง ก่อนเสียชีวิตเมื่อเวลา 23.49 น. วันที่ 20 มีนาคม 2567 ขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาล CGH สายไหม ด้วยภาวะความดันตกและติดเชื้อในกระแสเลือด รวมอายุ 54 ปี ไทยพีบีเอสระบุว่าเขาต่อสู้กับโรคตุ่มน้ำพองเรื้อรังมานานกว่า 5 ปี จนร่างกายซูบผอม ไม่มีแรง และต้องหยุดรับงานแสดง

โรคที่เมฆเผชิญคือ โรคตุ่มน้ำพอง หรือเพมฟิกอยด์ แพทย์จุฬาฯ เคยแถลงตั้งแต่ปี 2562 ว่าเกิดจากภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ ไม่ใช่โรคติดต่อ และต้องรักษาต่อเนื่องในระยะยาว ส่วนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอธิบายเพิ่มเติมว่า โรคตุ่มน้ำพองเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่คุมให้สงบได้ แต่หากดูแลไม่ถูกต้องหรือมีภาวะแทรกซ้อน แพทย์ต้องเฝ้าระวัง เพราะอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
เส้นทางแก้กรรมของเมฆ วินัย กับ อ.ไพศาล เริ่มเป็นข่าวชัดเจนช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน 2566 จากการไหว้พระ 5 วัดเพื่อเปิดกรรม จากนั้นขยับไปสู่การขอขมากรรม 7 ราย และจบที่ทริปลำพูนช่วงมกราคม 2567 ก่อนที่เมฆจะเสียชีวิตในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน เรื่องนี้จึงควรเล่าในฐานะเส้นทางความเชื่อส่วนบุคคลของผู้ป่วยคนหนึ่ง ที่ยังรักษากับแพทย์ควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ว่าโรคเกิดจากกรรมจริงหรือไม่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นักธุรกิจหนุ่ม แฉหมอดูดังภาคเหนือ หลอกอมกล้วย อ้าง แก้กรรม-รักษาป่วย แบบ VIP
- หนุ่ม คงกระพัน อึ้ง! อ.แก้กรรม ตุ๋ยลูกศิษย์หนุ่ม เผยเคยพา ‘เมฆ วินัย’ ไปรักษา
- ประวัติ “เมฆ วินัย ไกรบุตร” หนุ่มยากจนสู้ชีวิต ก่อนชะตาลิขิตสู่ถนนการแสดง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



