แพทย์ไทยสุดยอด! มช. ผ่าตัดตับด้วยหุ่นยนต์ Hugo™ สำเร็จครั้งแรกของโลก
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ นำหุ่นยนต์ Hugo™ ช่วยผ่าตัดตับกลีบซ้ายจากผู้บริจาคมีชีวิตสำเร็จ 2 รายแรกของไทย มอบความหวังใหม่ให้ผู้ป่วยโรคตับแข็ง
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของวงการปลูกถ่ายตับไทย หลังทีมศัลยแพทย์ปลูกถ่ายตับ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ Hugo™ Robotic-Assisted Surgery หรือ Hugo™ RAS ผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิตสำเร็จเป็น 2 รายแรกของประเทศไทย
ความสำเร็จครั้งนี้ถูกระบุว่าเป็น ครั้งแรกของโลกในการใช้หุ่นยนต์ระบบ Hugo™ ผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิต และเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิต เพื่อปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยโรคตับทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
ประเด็นนี้ต้องแยกให้ชัดว่า ไม่ใช่ “การผ่าตัดตับด้วยหุ่นยนต์ครั้งแรกของโลก” แบบกว้าง ๆ แต่เป็น ครั้งแรกของโลกสำหรับการใช้ระบบ Hugo™ ในการผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิต ซึ่งเป็นหัตถการที่มีความซับซ้อนสูงและต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริจาคเป็นหลัก
แม่บริจาคตับช่วยลูกสาววัย 9 ปี
กรณีแรกเป็นแม่วัย 40 ปี บริจาคตับให้ลูกสาววัย 9 ปี ที่มีภาวะท่อน้ำดีตีบตันแต่กำเนิด และเคยได้รับการผ่าตัดสร้างทางระบายน้ำดีตั้งแต่วัยทารก ก่อนพัฒนาเป็นภาวะตับแข็งร่วมกับภาวะแทรกซ้อนรุนแรง จนมีข้อบ่งชี้ให้ต้องเข้ารับการปลูกถ่ายตับ
ทีมแพทย์จึงวางแผนผ่าตัดตับกลีบซ้ายจากแม่ ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ Hugo™ ก่อนนำตับไปปลูกถ่ายให้ลูกสาว ถือเป็นกรณีสำคัญที่แสดงให้เห็นการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาใช้กับการผ่าตัดผู้บริจาคตับที่ยังมีชีวิต
ลูกสาวบริจาคตับช่วยพ่อวัย 61 ปี
กรณีที่สองเป็นลูกสาววัย 27 ปี บริจาคตับให้พ่อวัย 61 ปี ซึ่งมีภาวะตับแข็งร่วมกับมะเร็งตับ โดยทีมศัลยแพทย์ใช้หุ่นยนต์ Hugo™ ช่วยผ่าตัดตับกลีบซ้ายจากผู้บริจาค เพื่อนำไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยผู้ใหญ่
คณะแพทยศาสตร์ มช. ระบุว่า กรณีนี้เป็นการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิต เพื่อปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยผู้ใหญ่รายแรกของประเทศไทย
การผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิตแตกต่างจากการผ่าตัดผู้ป่วยทั่วไป เพราะผู้บริจาคเป็นคนสุขภาพแข็งแรงที่เข้ารับการผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น ดังนั้น ความปลอดภัยของผู้บริจาคต้องมาก่อนเสมอ
รศ.นพ.สัณหวิชญ์ จันทร์รังสี อาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน คณะแพทยศาสตร์ มช. อธิบายว่า หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดทำให้แพทย์เห็นภาพสามมิติความละเอียดสูง และควบคุมเครื่องมือได้ละเอียดขึ้น โดยเฉพาะบริเวณขั้วตับ ซึ่งมีหลอดเลือดและท่อน้ำดีอยู่ใกล้กันจำนวนมาก
พูดให้เข้าใจง่ายคือ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้แพทย์มองเห็นจุดผ่าตัดชัดขึ้น ควบคุมเครื่องมือในพื้นที่แคบได้ดีขึ้น และทำงานกับโครงสร้างสำคัญในตับได้ประณีตกว่าเดิม

เลือกตัดตับกลีบซ้าย ลดผลกระทบต่อผู้บริจาค
รศ.นพ.วรกิตติ ลาภพิเศษพันธุ์ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และอาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน ระบุว่า โดยทั่วไปการปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคมีชีวิตมักใช้ตับกลีบขวา เพราะมีขนาดใหญ่กว่า แต่ในผู้บริจาคที่ได้รับการประเมินว่าเหมาะสม แพทย์สามารถเลือกใช้ตับกลีบซ้ายได้อย่างปลอดภัย
การเลือกตัดตับกลีบซ้ายช่วยลดปริมาตรตับที่ต้องตัดออกจากผู้บริจาค เมื่อเทียบกับการตัดตับกลีบขวา จึงอาจช่วยลดผลกระทบหลังผ่าตัดต่อผู้บริจาค โดยยังต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้รับและผู้บริจาคเป็นรายกรณี
ผู้บริจาคปลอดภัย ผู้รับปลูกถ่ายสำเร็จ
อ.พญ.อัษรา เทพบัญชรชัย อาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบทางเดินน้ำดี ตับ และตับอ่อน เปิดเผยว่า การผ่าตัดทั้ง 2 คู่เป็นไปตามแผนการรักษา ผู้บริจาคทั้งสองรายปลอดภัย ฟื้นตัวดี และมีสุขภาพแข็งแรงหลังผ่าตัด ส่วนผู้รับการปลูกถ่ายตับทั้งผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยผู้ใหญ่ได้รับการปลูกถ่ายสำเร็จ ภายใต้การดูแลของทีมสหสาขาวิชาชีพโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
ด้าน รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่คณะแพทยศาสตร์ มช. ดำเนินการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ครบ 100 เคส ครอบคลุมหลายสาขา โดยศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะมีสัดส่วนมากที่สุด 53.5% รองลงมาคือศัลยกรรมตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน 28.3%
ความสำเร็จนี้จึงเป็นก้าวสำคัญของการปลูกถ่ายตับในประเทศไทย เพราะไม่ใช่เพียงการนำหุ่นยนต์มาใช้ในห้องผ่าตัด แต่เป็นการประยุกต์เทคโนโลยีกับงานผ่าตัดซับซ้อนสูง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริจาคและผลลัพธ์ของผู้รับการปลูกถ่ายควบคู่กัน
อ่านข่าวน่าสนใจเพิ่มเติม
- เร่งบินฉุกเฉิน! เคลื่อนย้าย รศ.นพ.ธีระศักดิ์ สมองวิกฤติ จากเกาะพะงัน สู่รามาธิบดี
- อาลัย “หมอเติ้ล” สัตวแพทย์ธานินทร์ ศรีนา คนดีอนาคตไกล จากไปด้วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว
- อึ้ง หมอเตือน กินสุกี้ดัง ป่วยไข้หูดับ เกือบตาย ทั้งที่ไม่กินหมูดิบ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





