ข่าวต่างประเทศ

“ฮุน เซน” ร่ายยาว ซัดสาเหตุเจรจา MOU44 ไม่คืบหน้าเพราะไทยเปลี่ยนนายกบ่อย

ฮุน เซน ร่ายยาวหลังไทยยกเลิก MOU44 ฝ่าบเดียว ซัดสาเหตุเจรจา MOU44 ไม่คืบหน้าเพราะไทยเปลี่ยนนายกบ่อย พร้อมเข้าสู่กระบวนการ UNCLOS

สมเด็จ ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กภายหลังจากที่ประชุม ครม. มีมติยกเลิก MOU44 หรือ MOU2001 โดยระบุว่า “ผมสนับสนุนจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทางทะเลที่ทับซ้อนระหว่างกัมพูชาและไทย ภายหลังจากที่ไทยยกเลิก MOU 2001 ฝ่ายเดียว ไม่ควรมีการจัดตั้งกลไกทวิภาคีใหม่ขึ้นมาแทน MOU 2001 แต่ควรเดินหน้าเข้าสู่กลไกภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยตรง ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นธรรมด้วยการมีส่วนร่วมของบุคคลที่สาม ตามที่นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ได้เน้นย้ำไว้เมื่อวานนี้

สำหรับตัวผมเอง ซึ่งทำงานในประเด็นนี้มาตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ชาติชาย ชุณหะวัณ ระหว่างปี 1989–1990 และต่อมาได้มีส่วนร่วมในการลงนาม MOU 2001 ผมรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการที่ไทยตัดสินใจยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวฝ่ายเดียว โดยอ้างว่า “ไม่มีความคืบหน้า”

ผมอยากชี้แจงว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ไม่มีความคืบหน้า? ไทยเองย่อมรู้ดีกว่าใครทั้งหมด นับตั้งแต่รัฐประหารในไทยปี 2006 ที่โค่นอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ไทยมีนายกรัฐมนตรีมาแล้วกี่คน? ขณะที่กัมพูชายังคงมีความต่อเนื่องภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน และปัจจุบันคือ ฮุน มาเนต โดยไม่เปลี่ยนแปลงทั้งกลไกและสาระของการเจรจา ในทางกลับกัน ไทยเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีราวสิบคนแล้ว—นี่อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้าหรือไม่?

ผมขอย้ำเพิ่มเติมว่า แม้ไทยจะเปลี่ยนผู้นำบ่อยครั้ง แต่ผู้นำเหล่านั้นก็ยังแสดงเจตจำนงที่จะเดินหน้าเจรจาต่อไป ตัวอย่างเช่น ในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ และรัฐมนตรีกลาโหม ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เดินทางมาพบผมที่บ้านพักในเมืองตาเขมา เมื่อปี 2010 และในการพบกันครั้งนั้น บุคคลสำคัญทั้งสองยังได้ลิ้มลอง “ซัมลอร์กอร์โก” อาหารกัมพูชาเป็นครั้งแรก ซึ่งภรรยาของผมเป็นผู้ลงมือทำให้รับประทานด้วยตนเอง

กัมพูชากำลังเดินหน้าบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ กรุณาอย่ากล่าวหากัมพูชาว่ากำลัง “ทำให้ปัญหาทวิภาคีกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ” หรือกล่าวหาว่ากัมพูชากำลังวางกับดักด้วยการเชิญบุคคลที่สามหรือองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นเดียวกัน กรุณาอย่ากดดันให้กัมพูชาจัดตั้งกลไกทวิภาคีใหม่ขึ้นมาแทนกลไกที่ไทยเป็นฝ่ายยกเลิกเอง

ผมหวังว่ากัมพูชาและไทยจะร่วมมือกันก้าวไปสู่กลไกระหว่างประเทศที่เหมาะสม และมีอำนาจในการพิจารณาประเด็นทางทะเลต่อไป”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button