การเงินเศรษฐกิจ

เช็กเลย! เปิดลิสต์ สินค้า-บริการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซื้ออะไรได้บ้าง ก่อนใช้สิทธิ

เช็กเลย! เปิดลิสต์ สินค้า-บริการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซื้ออะไรได้บ้าง ซื้ออะไรไม่ได้บ้าง ก่อนใช้สิทธิ พร้อมเงื่อนไขก่อนสแกนจ่าย

ประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” อย่างต่อเนื่อง โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. พบว่ายังมีจำนวนสิทธิคงเหลือ 4,894,519 สิทธิ ประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนสามารถกดรับสิทธิผ่านแบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง ระบบเปิดรับลงทะเบียนระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค. 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน จนกว่าจะครบตามจำนวนที่กำหนด

สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ

  • ร้านอาหาร สตรีทฟู้ด และร้านขายของชำ
  • ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัด และร้านโชห่วยรายย่อยทั่วไป
  • ร้านค้าบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ร้านของกองทุนหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง และวิสาหกิจชุมชน
  • บริษัทหรือนิติบุคคลขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

ระบบขนส่งสาธารณะ (เดินทางสแกนได้)

  • ขนส่งรายย่อย: รถแท็กซี่มิเตอร์, รถตู้โดยสาร, วินมอเตอร์ไซค์, รถสองแถว และรถสามล้อถีบรับจ้าง
  • รถไฟฟ้า BTS, MRT สายสีน้ำเงิน/ม่วง/เหลือง/ชมพู, สายสีแดง และ Airport Rail Link สแกนซื้อได้เฉพาะตั๋วหรือเหรียญโดยสารเที่ยวเดียวที่ห้องตั๋วเท่านั้น (ไม่สามารถใช้เติมเงินเข้าบัตรรายเดือนหรือบัตรเติมเงินได้) และต้องใช้เดินทางภายในวันที่ซื้อ
  • ขนส่งสาธารณะอื่นๆ: รถเมล์ ขสมก. (สแกนกับเครื่องของพนักงาน), รถทัวร์ บขส. (ซื้อตั๋วได้ทุกเส้นทางที่ช่องตั๋ว หากตั๋วแพงเกินวงเงินต่อวันต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด) และเรือด่วนเจ้าพระยาตามท่าเรือที่กำหนด

สั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery)

  • กดสั่งและใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันชั้นนำได้ 4 ค่ายหลัก ได้แก่ Grab, LINE MAN, ShopeeFood และ Robinhood

สินค้าและบริการที่ไม่เข้าร่วมโครงการ

  • ห้างใหญ่ (Modern Trade) และร้านสะดวกซื้อแฟรนไชส์: ห้ามใช้สิทธิตรงๆ กับ ห้าง Big C, Lotus’s, Makro, 7-Eleven หรือ Tops (แต่ห้างเหล่านี้จะจัดแคมเปญลดราคาสินค้าป้ายสูงสุด 50-60% คู่ขนานกันไปแทน)
  • หากเป็นร้านอาหาร/เครื่องดื่มขนาดเล็กที่บุคคลธรรมดาซื้อแฟรนไชส์มาเปิดเอง (เช่น ชานมไข่มุก, ซูชิ 5 บาท) ยังสามารถใช้สิทธิได้ตามปกติ
  • ธุรกิจบริการเฉพาะ: ร้านนวด, สปา, ร้านทำผม และร้านทำเล็บ ไม่เข้าร่วมโครงการในรอบปี 2569
  • สินค้าต้องห้ามสแกน: ลอตเตอรี่/สลากกินแบ่ง, เหล้า, เบียร์, บุหรี่/ยาสูบ, บัตรกำนัล (Gift Voucher), บัตรเงินสด และการจ่ายค่าบริการล่วงหน้าทุกชนิด

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ก่อนสแกนจ่าย

ผู้ได้รับสิทธิต้องตรวจสอบสิทธิคงเหลือและเงื่อนไขก่อนการใช้งานครั้งแรก การซื้อขายสินค้าหรือให้บริการ ผู้ซื้อและผู้ขายต้องทำธุรกรรมสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อชำระค่าสินค้าแบบพบหน้าเท่านั้น ห้ามทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์หรือผ่านคนกลางเด็ดขาด

ระยะเวลาการใช้สิทธิกำหนดไว้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน รัฐบาลสั่งห้ามผู้เข้าร่วมโครงการกระทำการใด ๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการของโครงการ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button