มาดามเก่ง เปิดศึกบ่ายนี้ ลากชื่อ “9 เซียนพระลูกหนี้” หนี้โทน บางแค หลักร้อยล้าน

ใครที่เพิ่งตามข่าวใหญ่ช่วงนี้ ในไทม์ไลน์ จะมีเรื่อง เซียนพระดัง จะถูกจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกง เวลาเดียวกับที่มีชื่อ โทนบางแค ออกมาฟาดถึง บิ๊กเต่า เกิดเรื่องอะไรขึ้น เกี่ยวกันหรือไม่
ก่อนอื่นต้องรู้จักคนสามคนนี้ก่อน
ประวัติ โทน บางแค ชื่อจริง โทนทอง สุขแก่น อายุ 43 ปี เป็นเซียนพระชื่อดังของย่านฝั่งธน อยู่ในวงการพระเครื่องมากว่า 30 ปี ถือว่าเป็นที่รู้จักในระดับที่คนในวงการเรียกได้ว่า “บิ๊กเนม”
บิ๊กเต่า หรือ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ตำแหน่งจริงคือ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ตำรวจระดับสูงที่คนทั่วไปจะคุ้นชื่อจากการคลี่คลายคดีดังหลายๆ คดี
ประวัติ มาดามเก่ง ชื่อจริง ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ คือฝั่งเจ้าหนี้ในเรื่องนี้ และเป็นคนที่บ่ายวันนี้จะเดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อแถลงข่าวใหญ่ พร้อมเปิดชื่อสิ่งที่เธอเรียกว่า “9 เซียนลูกหนี้”
เรื่องมันเริ่มจากตรงไหน
ปมนี้เริ่มเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังโทน บางแค เดินไปยื่นหนังสือร้องทุกข์กับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวหาว่าตัวเองโดนบิ๊กเต่าเรียกไปคุย เรื่องหนี้สินที่ห้องทำงานชั้น 27 ของ บช.ก. เมื่อวันที่ 17 เมษายน
โทนเล่าว่า เขาถูกพาเข้าไปในห้องที่มีเจ้าหนี้รออยู่ มีอีกคนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นอัยการนั่งอยู่ด้วย บรรยากาศตอนนั้นทำให้ตนรู้สึกถูกข่มขู่กดดันให้ตกลงเรื่องหนี้ในเวลาราชการ ซึ่งโทนมองว่าตำรวจระดับสูงไม่น่าจะมีหน้าที่มาเป็นคนกลางทวงหนี้แทนเอกชน
วันที่ 5 พฤษภาคม โทนพร้อมทนายเลยเดินเข้า สน.พหลโยธิน แจ้งความดำเนินคดีกับบิ๊กเต่าโดยตรง ในข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐทวงถามหนี้ที่ไม่ใช่ของตน ตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 และยังไปยื่นเรื่องที่สำนักงานอัยการสูงสุด ขอให้ตรวจสอบ “อัยการแหม่ม” คนที่อยู่ในวงเจรจาวันนั้นด้วยว่าเป็นอัยการจริงหรือไม่ ถ้าเป็น ทำงานทวงหนี้ในเวลาราชการได้หรือไม่
บิ๊กเต่าตอบกลับ พร้อมแฉขบวนการ 2,000 ล้าน
บ่ายวันเดียวกัน บิ๊กเต่าออกมาแถลงสวน บอกว่าตัวเองไม่ได้เรียกโทนมา แต่เป็นการที่ผู้เสียหายขอให้ช่วยเป็นคนกลางเจรจา เพราะคดีนี้ใหญ่กว่าที่เห็น
บิ๊กเต่าเล่าว่า ตั้งแต่ต้นปี 2568 มีผู้เสียหายมาร้องว่าโดนกลุ่มเซียนพระประมาณ 7 คน ฉ้อโกงรวมเสียหายพันกว่าล้านบาท พอสืบมาเรื่อยๆ จนถึงต้นปี 2569 ตัวเลขขยับเป็น 2,000 ล้าน และพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 2 คน รวมเป็น 9 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโทน บางแค
บิ๊กเต่าพฤติการณ์สรุปง่ายๆ คือ
- กลุ่มเซียนพระเอาพระมาขายให้เศรษฐินีในราคา 50 ล้านบาท เก็บเงินสดไป
- หลังจากนั้นจะมีอีกกลุ่มหนึ่งโผล่มาเสนอซื้อพระชุดเดิมต่อในราคา 60-70 ล้าน ทำให้เชื่อว่ากำไรชัวร์
- แต่กลุ่มที่สองจ่ายเป็นเช็ค พอเช็คเริ่มเด้ง ก็อ้างว่าไม่มีเงิน เพราะเอาพระไปจำนำแล้ว
- เหยื่อกลัวพระหายไปกับโรงจำนำ เลยควักเงินเองไปไถ่พระคืน
- เงินที่จ่ายไปไถ่ก็กลายเป็นมูลหนี้ก้อนใหม่ที่กลุ่มเซียนพระติดเหยื่อ
- แล้วก็เอาพระชุดใหม่มาขายอีก วนไปแบบนี้
ฝั่งโทนยอมรับว่ามีหนี้ แต่ยืนยันไม่ได้โกง
ฝั่งโทน บางแค ยอมรับว่ามีหนี้กับเจ้าหนี้รายนี้จริง แบ่งเป็นสองสัญญา รวมหลักร้อยล้านบาท แต่ยืนยันว่าทยอยจ่ายมาตลอดตามรอบเงินหมุนเวียนของธุรกิจ ถึงขั้นจ่ายล่วงหน้าไปถึงปี 2570 แล้ว มีหลักทรัพย์ค้ำประกันทั้งพระเครื่อง ตึกแถว และเช็คล่วงหน้ารายเดือน
โทนยังบอกอีกว่า ที่บิ๊กเต่าอ้างว่าเป็นการนัดเจรจานั้น จริงๆ แล้วป๋อง สุพรรณ ซึ่งเป็นเซียนพระรุ่นพี่เป็นคนชวนให้เข้าไปพบ เขานึกว่าจะได้ไปอธิบายที่มาของหนี้ ไม่คิดว่าพอเดินเข้าห้องไปจะเจอทั้งเจ้าหนี้และเจ้าหน้าที่รัฐนั่งรอเจรจากดดันให้ตกลงในวันนั้น
ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม โทนพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังได้ว่ากดดันมาก บอกว่าตอนนี้ไม่กล้าเล่นโซเชียล เพราะโดนถล่มหนัก สภาพจิตใจไม่ค่อยดี ยืนยันว่าไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ไม่มีใบสั่งจากใครทั้งสิ้น พร้อมจะไปสาบานที่วัดพระแก้วหรือวัดไหนก็ได้

บ่ายวันนี้ มาดามเก่งจะมาแฉอะไร
ทีนี้กลับมาที่ข่าววันนี้ บ่ายวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 มาดามเก่ง พร้อมทนาย เตรียมเดินทางเข้า บช.ก. เพื่อเปิดเผยข้อมูลในมุมเจ้าหนี้ จุดที่น่าจับตาคือ
เจ้าตัวจะ เปิดชื่อ 9 เซียนลูกหนี้ทั้งหมด
แหล่งข่าวอ้างว่า เฉพาะโทน บางแค คนเดียว ยอดหนี้แตะ 300 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าตัวเลขหลักร้อยล้าน ที่โทนยอมรับเอง
จะมีรายละเอียดพฤติการณ์ของลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งคาดว่าจะตอบโจทย์คำถามที่ค้างคาว่า เครือข่ายเซียนพระระดับ 2,000 ล้าน หน้าตาเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ดี ทุกฝ่ายมีเรื่องของตัวเองที่ต้องพิสูจน์ บิ๊กเต่าต้องพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ลงไปเล่นในบทบาทที่เกินหน้าที่ตำรวจ โทนต้องพิสูจน์ว่าเขาเป็นแค่ลูกหนี้ที่ถูกกดดันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของขบวนการฉ้อโกง ส่วนมาดามเก่งและกลุ่มเจ้าหนี้ต้องพิสูจน์ว่าหลักฐาน 2,000 ล้านที่อ้างถึงนั้นมีน้ำหนักจริง
ใครพูดความจริง ใครพูดความจริงครึ่งเดียว ใครเล่นเกมอำนาจ คงต้องดูกันยาวๆ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





