ข่าว

สรุปดราม่า ครอบครัวไรเดอร์ บ.จีนจ้างจัดฉากสู้ชีวิต-หักหัวคิว 80% ก่อนยึดช่องหนี

สรุปดราม่า ครอบครัวไรเดอร์ บริษัททุนจีนจ้างจัดฉากสู้ชีวิต-หักหัวคิว 80% ก่อนยึดช่องหนี ชาวเน็ตโยงช่องอื่นทำคอนเทนต์น่าสงสารคล้ายกัน

จุดเริ่มต้นไวรัลสู้ชีวิต มาจาก 2 สามีภรรยามีอาชีพเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ต้องสลับกันเลี้ยงลูกวัย 8 เดือน (บางทีก็พาลูกนั่งมอเตอร์ไซค์ไปด้วย) ซึ่งทางฝั่งภรรยาชอบถ่ายคลิปชีวิตประจำวันลง TikTok เก็บไว้เป็นความทรงจำอยู่แล้ว

วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ ฝั่งสามีโดนลูกค้าชาวจีนปาเงินค่าอาหารใส่ เงินทั้งหมดร่วงลงพื้น ฝั่งภรรยาจึงนำภาพนั้นมาโพสต์ระบายความกดดันของคนทำงานบริการ คลิปนั้นกลายเป็นไวรัลมีคนดูมากถึง 11 ล้านวิว หลายคนต่างก็สงสารและเห็นใจที่ถูกกระทำแบบนี้ แห่โอนเงินไปช่วยเป็นค่านมให้ลูกกันเพียบ ความไวรัลนี้ไปเตะตาเอเจนซี่ทุนจีนเข้า (อ้างตัวเป็นบริษัท) เลยมีการติดต่อเพื่อขอร่วมงานกับ 2 สามีภรรยาไรเดอร์

สคริปต์สั่ง “เรียกทัวร์ลงเมีย” จัดฉากดราม่า

เอเจนซี่นัดเจอกันที่คาเฟ่ (มากันเป็นทีมงานไทย 4 คน จีน 1 คน) นั่งคุยกันกว่า 2 ชั่วโมง ซักประวัติยันภาระหนี้สิน ก่อนเสนอค่าจ้างให้ทำคลิป คลิปละ 1,000 บาท มีการส่งเรฟเฟอเรนซ์คลิปต่างประเทศมาให้ดู และบรีฟสคริปต์จัดฉากให้ภรรยารับบทนางร้าย ขี้เกียจ นอนกินเฟรนช์ฟรายส์สบายใจเฉิบอยู่กับลูกเล็กที่บ้าน ปล่อยให้สามีออกไปทำงานตากแดดเหนื่อยคนเดียว โดยเอเจนซี่ทุนจีนมีเป้าหมายว่า “เมียจะต้องโดนทัวร์ลง” เพื่อเรียกยอดวิวและเอนเกจเมนต์ ฝั่งไรเดอร์รู้อยู่แก่ใจว่าทำไปเมียต้องโดนด่า แต่ก็ยอมทำโดยอ้างว่า “อยากหาเงินปลดหนี้” เพราะทางเอเจนซี่ขายฝันว่าจะพาชีวิตครอบครัวให้ดีขึ้น

เซ็นสัญญาทาส ฮุบช่อง 100% หักหัวคิว 80/20

หลังจากประชุมงานพร้อมบรีฟสคริปต์เสร็จเรียบร้อย ก็มีการถ่ายทำตามบทบาทที่ตกลงจนคลิปมียอดคนดูมากถึง 5 ล้านวิว เอเจนซี่จึงเปลี่ยนข้อเสนอใหม่จากให้คลิปละ 1,000 บาท เป็นให้เงินเดือนประจำ คนละ 10,000 บาท สองคนรวม 20,000 บาทต่อเดือน แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน คือ ต้องเซ็นสัญญา 3 ฉบับ (จ้างอินฟลูฯ, ลิขสิทธิ์, ภาพลักษณ์) โดยมีเงื่อนไข คือ บริษัทจะเป็นผู้ครอบครองและมีสิทธิ์ดูแลช่อง 100% ในทันทีที่จรดปากกาเซ็นชื่อลงไปในสัญญา

นอกจากนั้นในสัญญายังระบุเรื่องการแบ่งรายได้จากค่าโฆษณาแบบขูดเลือดเนื้อ ระบุว่า บริษัทหัก 80% ไรเดอร์ 2 ผัวเมียได้แค่ 20% และในสคริปต์ที่ส่งมาให้เล่นก็ดันมีภาษาจีนกำกับเอาไว้ด้วย แต่ระหว่างที่ร่วมงานกัน ลูกวัย 8 เดือนเกิดป่วยและเงินช็อต ทำให้ไรเดอร์จึงได้ตัดสินใจขอเบิกเงินล่วงหน้า 2 ครั้ง เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลลูก

จุดแตกหักก่อนโดนยึดช่อง

เอเจนซี่อยากทำคอนเทนต์ให้ไรเดอร์ขายหันมา “ขายหมูปิ้ง” เพื่อหารายได้ที่สามารถเอาลูกมาทำด้วยได้ และเมียไม่ต้องนอนอยู่บ้านเฉย ๆ ตามฉากที่จัดไว้ในตอนแรก โดยบ.จีนจะลงทุนให้ทั้งหมด แต่ทางภรรยาไรเดอร์แจ้งว่า ตัวเองถนัดทำไก่ทอดมากกว่า เอเจนซี่จึงจะให้ลงทุนเองถ้าจะทำไก่ทอดขาย สองผัวเมียไรเดอร์จึงยอมเจียดเงินตัวเองไปเปิดร้านไก่ทอด แล้วเอาพิกัดร้านไปโพสต์โปรโมทในสตอรี่ช่อง TikTok

หลังจากนั้น เอเจนซี่ เห็นโพสต์โปรโมทร้านไก่ทอด เลยสั่งยึดช่องทันที ทำการเปลี่ยนรหัส และล็อกเอาท์ออกตอนนั้นเลย ทั้ง ๆ ที่ช่องดังกล่าวเป็นช่องที่ผัวเมียไรเดอร์สร้างมาด้วยกัน 3 ปีมีผู้ติดตามเกือบ 4 หมื่น กลับหายไปในพริบตา โดยบริษัททุนจีนแห่งนี้อ้างว่า ไรเดอร์ทำผิดสัญญา นำช่องที่ตอนนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทแล้ว ไปโพสต์โปรโมทหาผลประโยชน์ส่วนตัว 100% โดยไม่ขออนุญาต

ไรเดอร์กลัวจะไม่ได้เงินเดือนและกลัวจะโดนบริษัทฟ้อง จึงอัดคลิปแฉความจริงทั้งหมด พร้อมขอโทษสังคมที่ร่วมจัดฉากโกหกเพราะเห็นแก่เงิน แต่ดรามามันยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากที่ทาง HR ของเอเจนซี่ออกมาชี้แจงว่า บริษัทจดทะเบียนเป็นของคนไทย 100% ถูกกฎหมาย (แต่ยอมรับว่าผู้บริหารเป็นคนจีน) ยืนยันว่าไม่ได้บังคับให้จัดฉากดราม่า เป็นเพียงการแนะนำทิศทางคอนเทนต์ให้น่าสนใจ HR ย้ำว่าที่ยึดช่องเพราะผิดสัญญาเรื่องแอบโปรโมทร้านตัวเอง และตอนนี้กำลังรวบรวมหลักฐานพิจารณาข้อกฎหมาย

ชาวเน็ตจับโป๊ะโยงพิรุธช่องอื่น

ดันมีชาวเน็ตตาดีจับพิรุธได้อีกช่องหนึ่ง คือ พ่อบ้านเลี้ยงเดี่ยว ที่ทำคอนเทนต์อุ้มลูกรับจ้างทำความสะอาดแนวน่าสงสาร แต่จู่ ๆ ก็มีเงินจากไหนไม่รู้มาทำแบรนด์น้ำยาทำความสะอาดเป็นของตัวเอง เหล่านักสืบโซเชียลเลยลองเอาเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของแบรนด์น้ำยานั้นไปตรวจสอบ และพบว่า ชื่อดันไปตรงกับ บริษัท ส. ซึ่งก็คือเอเจนซี่จอมบงการแห่งนี้ สังคมเลยตั้งคำถามหนักว่า นี่คือโมเดลธุรกิจ”จัดฉากสร้างความสงสารเพื่อปูทางขายสินค้า” ใช่หรือไม่?

อ้างอิงจาก : FB อรรถรส, รายการ ถกไม่เถียง, Phutta Talk

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

GIFT T.

Rewriter สาวจากรั้วสวนดุสิต เก็บเกี่ยวประสบการณ์งานข่าวมากว่า 5 ปี ชื่นชอบการส่งต่อเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์ หวย และข่าวบันเทิง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้นักอ่านได้เห็นประเด็นรอบด้านมากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button