สปอนเซอร์แฟชั่นและความงาม

5 หัตถการลดรอยสิว รอยแดง รอยดำ ให้ผิวกลับมาเรียบเนียน กระจ่างใส

ปัญหารอยสิว ไม่ว่าจะเป็นรอยแดงหรือรอยดำ เป็นปัญหาผิวหนังที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกไม่มั่นใจ ทำให้ผิวดูไม่สะอาดและเรียบเนียน แม้สิวจะยุบหรือหายแล้ว แต่หากรักษาไม่ถูกวิธีก็จะทำให้ทิ้งรอยสิวไว้ได้ ในบทความนี้เราได้นำข้อมูลวิธีลดรอยสิวด้วย 5 หัตถการทางการแพทย์ที่ DSK Clinic คลินิกความงามที่เข้าใจผิวของคุณได้ให้ข้อมูลไว้มาแชร์ให้ทุก ๆ ได้ใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษา ไปดูกันว่ารอยสิวแต่ละประเภทมีสาเหตุมาจากอะไร และ 5 หัตถการที่ช่วยกู้ผิวให้กลับมาสวยกระจ่างใสอีกครั้งมีอะไรบ้าง

ทำความรู้จัก “รอยสิว” ปัญหาผิวที่กวนใจใครหลายคน

รอยสิว

รอยสิว คือร่องรอยความเสียหายของผิวหนังที่เกิดขึ้นภายหลังจากกระบวนการอักเสบของสิวสิ้นสุดลง โดยปกติเมื่อเกิดการอักเสบ ร่างกายจะส่งสัญญาณผ่านสารโปรตีนที่เรียกว่า Cytokine เพื่อพยายามซ่อมแซมตัวเอง แต่กระบวนการนี้มักไปกระตุ้นให้เกิดผลข้างเคียงตามมา นั่นคือการขยายตัวของหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังจนกลายเป็นรอยแดง หรือการกระตุ้นเซลล์ Melanocyte ให้ผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากเกินไปจนกลายเป็นรอยดำ ซึ่งการบีบหรือแกะสิวยิ่งเป็นการเพิ่มความเสียหายให้ชั้นผิวและกระตุ้นการอักเสบให้รุนแรงขึ้น ส่งผลให้รอยสิวฝังลึกและรักษาได้ยากกว่าเดิม

รอยสิวมีกี่ประเภท? เช็กให้ชัดก่อนเลือกวิธีรักษา

ประเภทของรอยสิว

ก่อนจะเลือกหัตถการที่เหมาะสม เราต้องแยกประเภทของรอยสิวที่เป็นให้ชัด เพราะรอยสิวแต่ละประเภทมีสาเหตุและวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • รอยแดง (PIE – Post-Inflammatory Erythema) เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดฝอยในชั้นผิวหนังหลังการอักเสบ มักเห็นเป็นจุดสีชมพูหรือสีแดงสด ซึ่งรอยแดงจากสิวรักษาด้วยการใช้ครีมทาไม่เห็นผล แต่จะดีขึ้นเมื่อใช้เลเซอร์ที่จำเพาะต่อเม็ดเลือดแดง
  • รอยดำ (PIH – Post-Inflammatory Hyperpigmentation) เกิดจากการที่เซลล์เม็ดสีทำมากเกินไป จนผลิตเมลานินมาสะสมที่ผิวหนังชั้นบนและชั้นลึก มักเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลหรือดำ มักเกิดกับผู้ที่มีผิวสองสีหรือเกิดจากการถูกแสงแดดกระตุ้นซ้ำ
  • หลุมสิว เกิดจากการที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังถูกทำลายอย่างรุนแรงจนคอลลาเจนสลายตัวไป ทำให้ผิวบริเวณนั้นบุ๋มลงไป ไม่เรียบเนียนเหมือนผิวบริเวณรอบ ๆ

แนะนำ 5 หัตถการลดรอยสิวที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด

วิธีลดลดรอยสิว

ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ทำให้การรักษารอยสิวไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โดยมีนวัตกรรมหลายรูปแบบที่สามารถจัดการปัญหาได้ถึงต้นตอ ดังนี้

1. โปรแกรม Picosecond Laser

โปรแกรม Picosecond Laser คือเลเซอร์ที่สามารถรักษารอยดำและปรับผิวให้ใส ด้วยนวัตกรรมที่ส่งพลังงานเลเซอร์ความเร็วสูงระดับหนึ่งในล้านล้านวินาที เข้าไปสลายเม็ดสีที่ผิดปกติในชั้นหนังแท้และหนังกำพร้าให้แตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็ก ๆ เพื่อให้ร่างกายกำจัดออกได้ง่าย พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผิวใหม่โดยไม่ทำให้ผิวไหม้หรือต้องพักฟื้นนาน ถือเป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็ว

2. โปรแกรม RedTouch Pro

สำหรับผู้มีปัญหารอยแดงจากสิวและรอยดำจากสิว โปรแกรม RedTouch Pro จะช่วยแก้ปัญหาได้ดี โดยเลเซอร์ความยาวคลื่นเฉพาะที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนและจัดการเม็ดสีไปพร้อม ๆ กัน พลังงานจะถูกส่งลงลึกถึงชั้นผิวอย่างแม่นยำ เพื่อซ่อมแซมความผิดปกติโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนกระจ่างใสแต่ไม่อยากให้ผิวลอกหรือมีแผลหลังการทำ

3. โปรแกรมฉีด Vitaran

โปรแกรม Vitaran คือทางเลือกในการจัดการรอยสิวด้วยสารสกัด PN เข้มข้นที่เข้าฟื้นฟูผิวถึงระดับเซลล์ โดยจะเข้าไปยับยั้งกระบวนการอักเสบและปรับสมดุลเม็ดสี ช่วยให้รอยแดงและรอยดำจากสิวจางลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อสมานผิวและเติมเต็มหลุมสิวตื้น ๆ ให้เรียบเนียนขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้ากลับมาแข็งแรง กระจ่างใส และดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

4. โปรแกรม V-Beam Laser

โปรแกรม V-Beam Laser เป็นเลเซอร์มาตรฐานระดับ Gold Standard ที่เน้นจัดการรอยแดงจากหลอดเลือดโดยเฉพาะ โดยตัวเลเซอร์จะไปจับกับเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดที่ขยายตัวผิดปกติยุบตัวลง ส่งผลให้รอยแดงจางลงอย่างรวดเร็ว แม้ปัจจุบันแพทย์มักแนะนำให้ทำควบคู่กับโปรแกรม Picosecond Laser หรือโปรแกรม RedTouch Pro เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทั้งรอยแดงและรอยดำ แต่โปรแกรม V-Beam ยังคงเป็นที่หนึ่งในการลดรอยแดงจากการอักเสบได้ดี

5. โปรแกรม Dual Yellow Laser

โปรแกรม Dual Yellow Laser เป็นทางเลือกสำหรับผิวบอบบางที่ใช้คลื่นแสงสีเหลืองและสีเขียวในการรักษาทั้งรอยแดงและจุดด่างดำอย่างอ่อนโยน โดยจะเข้าไปจัดการกับหลอดเลือดฝอยและยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง แม้จะมีประสิทธิภาพความแรงน้อยกว่าโปรแกรม Picosecond Laser แต่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับการบำรุงแบบค่อยเป็นค่อยไปและต้องการความผ่อนคลายขณะทำหัตถการ

ทำไมต้องรักษารอยสิวที่ DSK Clinic?

DSK Clinic คลินิกความงามที่มีความเข้าใจปัญหาผิว และพร้อมออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับปัญหาได้อย่างตรงจุด ซึ่งแพทย์ที่ DSK Clinic ให้ความสำคัญกับการรักษาภายใต้คอนเซปต์ “Customized Analysis” เพราะรอยสิวของแต่ละคนมีความลึกและประเภทที่แตกต่างกัน ทีมแพทย์จะทำการวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล พร้อมเลือกใช้เครื่องเลเซอร์มาตรฐาน เพื่อให้คนไข้มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เห็นผลจริง การผสมผสานเทคนิคเฉพาะตัวของแพทย์เข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้การรักษารอยสิวที่ DSK เห็นผลไว

สรุปบทความ

การรักษารอยสิวให้ได้ผลลัพธ์ดี การเลือกหัตถการให้ตรงกับประเภทของรอยที่เป็นอยู่ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามก่อนทำการรักษาควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อนเสมอ เพื่อช่วยวางแผนการรักษาได้ตรงกับปัญหาที่เป็น หากคุณกำลังมองหาทางออกที่ตอบโจทย์ ที่มีมาตรฐาน การเลือกคลินิกที่เน้นการรักษาเฉพาะบุคคลอย่าง DSK Clinic จะช่วยเปลี่ยนผิวที่มีรอยสิวให้กลับมาเรียบเนียนกระจ่างใสได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง สำหรับใครที่สนใจสามารถแอดไลน์สอบถามข้อมูลได้ที่ @dskinclinic หรือสามารถเข้าไปสอบถาม ประเมินการรักษาได้ที่ DSK ทั้ง 7 สาขา ดังนี้

  • สาขา Stadium One
  • สาขาอโศก
  • สาขา MRT สุทธิสาร
  • สาขา เซ็นทรัลปิ่นเกล้า
  • สาขา บางนา
  • สาขา CDC
  • สาขา นครปฐม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thaiger

If you have story ideas, a restaurant to review, an event to cover or an issue to discuss, contact The Thaiger editorial staff.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button