
อาลัย “โทชิฟูมิ ซูซูกิ” บิดาร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้ง 7-Eleven Japan เสียชีวิตวัย 93 ปี ทิ้งอาณาจักรกว่า 85,000 สาขาทั่วโลก
วงการค้าปลีกโลกสูญเสียบุคคลสำคัญ บริษัท เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ (Seven & i Holdings Co.) แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ว่า โทชิฟูมิ ซูซูกิ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของบริษัทและผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่น ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลวที่บ้านพักในกรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม สิริอายุ 93 ปี
แถลงการณ์ของบริษัทระบุว่า “เราขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อความกรุณาและการสนับสนุนที่มอบให้แก่ท่านในช่วงชีวิต และขอแจ้งให้ทราบถึงการจากไปของท่านด้วยความเคารพ”
จากร้านขายส่งหนังสือ สู่ผู้พลิกโฉมการค้าปลีกญี่ปุ่น
ซูซูกิเกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ที่เมืองซาคากิ จังหวัดนากาโนะ ภูมิภาคภูเขาทางตะวันตกของกรุงโตเกียว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชูโอ อันมีชื่อเสียงในกรุงโตเกียว
ก่อนเข้าสู่อุตสาหกรรมร้านสะดวกซื้อ ซูซูกิทำงานที่บริษัทขายส่งหนังสือ ก่อนเข้าร่วมงานกับห้างค้าปลีกอิโต-โยคาโด (Ito-Yokado) ในปี 2506 ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องสำอาง และเสื้อผ้า ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเครือ Seven & i Holdings เช่นกัน
กำเนิด 7-Eleven Japan
ในปี 2516 ซูซูกิตัดสินใจเปลี่ยนวงการค้าปลีกญี่ปุ่นไปตลอดกาล ฝ่ากระแสความไม่เชื่อมั่นของวงการในเวลานั้น ร่วมมือกับบริษัท Southland Corp. ผู้บริหาร 7-Eleven ในสหรัฐฯ เพื่อเปิดตัว Seven-Eleven Japan ในปี 2516 และเปิดร้านสาขาแรกในกรุงโตเกียวในปีถัดมา
ซูซูกิขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 7-Eleven Japan ในปี 2521 จากจุดเริ่มต้นเพียงสาขาเดียว เขาปั้นธุรกิจให้เติบโตจนปัจจุบัน ร้าน 7-Eleven มีจำนวนมากกว่า 80,000 สาขาทั่วโลก กลายเป็นร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
ซูซูกิได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็น “บิดาแห่งอุตสาหกรรมร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่น” บุกเบิกการใช้ข้อมูลเพื่อปรับสต็อกสินค้าให้เหมาะสม สร้างโมเดลธุรกิจที่เน้นอาหารพร้อมรับประทานและการหมุนเวียนสินค้าอย่างรวดเร็ว ช่วยเปลี่ยนร้านสะดวกซื้อให้กลายเป็นเสาหลักของการค้าปลีกญี่ปุ่น

ร้าน 7-Eleven กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันคนญี่ปุ่น เป็นจุดที่ผู้คนยุ่งสามารถแวะซื้อแซนด์วิช ข้าวปั้น เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว และอาหารกลางวัน ใช้ตู้ ATM จ่ายค่าสาธารณูปโภค และถ่ายเอกสารได้ จนเกิดคำว่า “konbini” (คอนบินิ) ซึ่งเป็นคำย่อภาษาญี่ปุ่นของร้านสะดวกซื้อ
ในยุค 2533 บริษัท Southland Corp. ผู้ก่อตั้ง 7-Eleven ในสหรัฐฯ ประสบปัญหาทางการเงินจนล้มละลาย ซูซูกินำการปรับโครงสร้างและช่วยกอบกู้ Southland ในต้นทศวรรษ 2533 หลังบริษัทแม่ของ 7-Eleven ยื่นล้มละลาย บริษัทญี่ปุ่นจึงเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของ Southland ในเวลาต่อมา ทำให้ธุรกิจ 7-Eleven ในญี่ปุ่นกลายเป็นผู้ควบคุมแบรนด์ระดับโลก CNN
สร้างอาณาจักร Seven & i Holdings
ในปี 2546 ซูซูกิได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานและซีอีโอของ Ito-Yokado บริษัทแม่ของ 7-Eleven จากนั้นในปี 2548 เขาเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Seven & i Holdings ขยายเครือข่ายไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซีย และเดนมาร์ก พร้อมเพิ่มจำนวนสาขาในสหรัฐฯ จากประมาณ 7,300 แห่งเป็นเกือบ 10,500 แห่งในปี 2558
นอกจากบริหาร 7-Eleven แล้ว ซูซูกิยังเป็นผู้ผลักดันการเข้าซื้อ Barney’s Japan ในปี 2558 และเพิ่มบริการทางการเงินเข้ามาในเครือ เขาก่อตั้ง Seven Bank ในปี 2544 ซึ่งทำรายได้ส่วนใหญ่จากค่าธรรมเนียมตู้ ATM ในร้าน 7-Eleven นอกจากนี้ห้างสรรพสินค้า Sogo และ Seibu ก็เข้ามาอยู่ในเครืออาณาจักรของเขาด้วย
ลาออกหลังศึกบอร์ดบริหารปี 2559
แม้สร้างความสำเร็จระดับโลก แต่บั้นปลายการบริหารของซูซูกิจบลงด้วยความขัดแย้ง การก้าวลงจากตำแหน่งประธานและซีอีโอในปี 2559 เกิดขึ้นหลังการปะทะกับ Daniel Loeb นักลงทุนเชิงรุกชาวอเมริกัน ซึ่ง Third Point LLC กองทุนเฮดจ์ฟันด์ของเขาเข้าถือหุ้นใน Seven & i ซูซูกิพยายามให้บอร์ดบริหารปลด Ryuichi Isaka ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง ในฐานะประธานหน่วยธุรกิจหลักของบริษัทในญี่ปุ่น โดยอ้างปัญหาด้านผลงาน
Loeb เข้าแทรกแซงเพื่อขัดขวางแผน ตั้งคำถามเรื่อง “ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง” ของซูซูกิ อ้างว่าเขาวางแผนแต่งตั้งลูกชายของเขา Yasuhiro Suzuki เป็นผู้สืบทอด ซึ่งซูซูกิปฏิเสธ ในที่สุด Isaka ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ส่วนซูซูกิลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ และดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของบริษัทจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

ที่น่าสนใจคือ เมื่อซูซูกิวัย 83 ปีประกาศลาออกจากซีอีโอในปี 2559 หลังพ่ายแพ้ในศึกบอร์ดบริหารกับ Daniel Loeb เขาไม่ได้โทษกระแสนักลงทุนเชิงรุก ความคิดระยะสั้น หรือการทำงานมายาวนาน แต่กลับโทษตัวเอง
แม้อายุมากขึ้น แต่ซูซูกิยังคงทำงานอย่างหนัก แม้ในวัย 80 ปี เขายังคงไปเยี่ยมร้าน 7-Eleven ในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อซื้อและตรวจสอบสินค้าด้วยตัวเอง
เขาเคยกล่าวว่า “ผมโชคดีมากในฐานะนักธุรกิจ แต่ผมเชื่อเสมอว่าโชคจะเข้าข้างคนที่ทำงานหนัก”
ปัจจุบัน เครือบริษัทระดับโลก Seven & i Holdings บริหารเครือข่ายร้านค้าปลีกกว่า 85,000 แห่งทั่วโลก โดยประมาณหนึ่งในสี่ตั้งอยู่ในญี่ปุ่น
นอกจากนี้ในปี 2564 บริษัทยังขยายอาณาจักรด้วยการซื้อกิจการ Speedway จาก Marathon Petroleum Corp. มูลค่า 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงปั๊มน้ำมัน Sunoco
อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 Alimentation Couche-Tard บริษัทค้าปลีกแคนาดาเจ้าของ Circle K ยื่นข้อเสนอเข้าซื้อกิจการ Seven & i แต่การเจรจาไม่คืบหน้า บริษัทแคนาดาจึงถอนข้อเสนอเมื่อปีที่แล้ว โดยอ้างถึง “การขาดการมีส่วนร่วมเชิงสร้างสรรค์”
ซูซูกิทิ้งมรดกที่เปลี่ยนวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นและทั่วโลก ร้าน “konbini” ที่เขาบุกเบิก กลายเป็นต้นแบบของร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ที่ขายมากกว่าสินค้า แต่ขายความสะดวกในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ บริษัทยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพิธีศพ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





