บันเทิง

“ทราย สก๊อต” แฉซ้ำ ถูกข่มขืน-บังคับเสพยา ตั้งแต่ 9 ขวบ เตรียมขึ้นศาลฟ้องคดี

“ทราย สก๊อต” แฉซ้ำ ถูกข่มขืน-บังคับเสพยา ตั้งแต่ 9 ขวบ ลุยให้มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินช่วยฟ้องคดี เตรียมขึ้นศาล 10 มิ.ย. นี้

25 พ.ค. 2569 “ทราย สิรณัฐ สก๊อต” หรือ “ทราย สมุทร” เดินทางมาร่วมแถลงข่าวที่มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วยนายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ ประธานมูลนิธิฯ นายเอกราช นามโภคิน ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี และนายคมสันต์ โพธิ์คง ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย

ทราย สมุทร เปิดเผยว่า หลังจากทบทวนข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าถูกข่มขืนกระทำชำเราตั้งแต่อายุ 9 ขวบถึง 15 ปี และยังถูกบังคับให้เสพยาต่าง ๆ ด้วย โดยหลังจากนี้จะมอบหน้าที่ดำเนินคดีทั้งหมดให้กับมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมเตรียมเดินทางขึ้นศาลในวันที่ 10 มิ.ย. 2569

ทราย สมุทร ยืนยันว่า รู้สึกสบายใจขึ้นมากหลังจากเปิดเผยเรื่องนี้สู่สาธารณะ สิ่งที่กังวลเพียงอย่างเดียวในวันขึ้นศาลคือ คู่กรณีจะมาหรือไม่ แต่หากฝ่ายตรงข้ามต้องการเจรจา พร้อมพูดคุยเสมอ ซึ่งตนไม่ได้อยากฝากอะไรถึงโดยเฉพาะพี่ชาย ส่วนกรณีมายด์ ลภัสลัล ภรรยาของพี่ชาย มองว่าก็เป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน เพราะได้รับข้อมูลที่ผิดเพี้ยนจากอีกฝั่ง พร้อมกับกล่าวว่า “เวลานี้มองว่าพี่ชายต้องโตขึ้น ไม่ใช่ให้เมียรับผิดแทน”

ส่วนกรณีที่มีชาวเน็ตบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ว่าการที่ออกมาแฉเพราะแอบชอบพี่ชาย ส่วนนี้ตนยังไม่ได้รับฟัง และตนไม่ให้น้ำหนักเพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ผิดเพี้ยนแบบนั้น

ส่วนกรณีของ “ลีน่าจัง” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่ออกมาวิจารณ์บอกให้ไปขอโทษแม่และให้อภัยพี่ชาย “ทราย สมุทร” ระบุว่าไม่ได้ฟังสัมภาษณ์เพราะเขาดูเหมือนสติไม่ค่อยนิ่ง ซึ่งตนเป็นคนที่เลือกฟังความคิดเห็นของคนที่ที่มีธรรมะและจิตที่นิ่ง จึงไม่ได้รับฟังเรื่องนี้ สุดท้าย ทราย สมุทร ได้ฝากให้กำลังใจเหยื่อและขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ตนเช่นกันพร้อมทิ้งท้ายถึงตระกูลด้วยว่า ควรออกมาเพราะการกระทำตอนนี้ถือเป็นการมองข้ามในเรื่องจริยธรรม

ด้านนายปานเทพ ระบุว่าจะเดินทางไปขึ้นศาลพร้อมทราย สมุทร ด้วยตนเองในวันที่ 10 มิ.ย. นี้ โดยชี้ว่าหากยึดตามกฎหมายปี 2550 คดีข่มขืนและบังคับให้เสพยาเด็กอายุ 9–12 ปี มีโทษจำคุกตลอดชีวิต เป็นคดีอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ และมีอายุความ 20 ปี ซึ่งหมายความว่าคดีนี้ยังไม่หมดอายุความ

นอกจากนี้ยังยืนยันด้วยว่าคลิปเสียงที่มีอยู่ไม่ได้ถูกตัดต่อหรือสร้างขึ้นด้วย AI โดยเป็นไฟล์ต้นฉบับจากโทรศัพท์ Samsung Galaxy S23 ที่บันทึกไว้เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2566 ซึ่งหากย้อนกลับไปในเวลาดังกล่าวยังไม่มี AI

ส่วนเรื่องฟ้องข้อหาเนรคุณ จากการดูข้อมูลเชื่อมั่นว่า ทราย สมุทร ไม่ได้เนรคุณ และจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในการดำเนินการเรื่องนี้ นอกจากนี้จะมีการตรวจสอบได้ว่าขณะนี้ทรายสมุทร ยังไม่ได้รับมรดกหรือผลประโยชน์ส่วนใดที่มาจากตาหรือยาย

นายปานเทพ ย้ำว่าการช่วยเหลือทรายในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การช่วยเหลือบุคคล แต่เพราะทรายจะเป็นกรณีศึกษาที่จะเป็นประโยชน์ แก่พ่อแม่ปกป้องครอบครัวของตนเอง

ที่มา: ข่าวช่อง 8

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button