ข่าวประชาสัมพันธ์สปอนเซอร์สุขภาพและการแพทย์

อยากผิวสวยต้องรู้! 5 หัตถการที่ได้ไปต่อในปี 2026

ใคร ๆ ก็ทำสวยกันเป็นเรื่องปกติ และเทรนด์ความงามก็มักจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ซึ่งหนึ่งในหัตถการที่กำลังมาแรงในปัจจุบันก็คือ การเน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว แต่คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วเราควรจะทำหัตถการอะไรบ้างที่ตอบโจทย์ความงามอย่างเป็นธรรมชาติ เน้นเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด

เหตุผลหนึ่งก็อาจเกิดจากความนิยมของการทำหัตถการที่เหมาะสมกับแต่ละคนมากขึ้น ไปจนถึงการทำหัตถการเน้นการเสริมสร้างร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามาตอบโจทย์มากขึ้น หลายคนก็อาจจะสับสนว่า เราควรทำหัตถการไหนบ้างที่เข้ากับเทรนด์ปัจจุบันมากที่สุด วันนี้เราได้ข้อมูลจาก Atita Clinic ที่จะมาแนะนำหัตถการที่ได้ “ไปต่อ” ในปี 2026 กัน

5 หัตถการที่ได้ไปต่อในปี 2026

1. PN (Polynucleotide)

เป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับปัจจุบัน โดย PN เป็นสารสกัดจากปลาแซลม่อนที่มีความบริสุทธิ์สูง เพื่อช่วยเข้าไปซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพถึงระดับ DNA จึงช่วยลดการอักเสบ กระชับรูขุมขน และกระตุ้นคอลลาเจนไปในตัว ผิวจึงจะดูฉ่ำวาว อิ่มน้ำ ไปจนถึงช่วยให้ผิวแข็งแรงอย่างเป็นธรรมชาติสุด ๆ

สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือ การใช้ PN มาพร้อมกับเทรนด์ผิวสุขภาพดีแบบ Glass Skin จากภายใน ซึ่งเป็นมากกว่าการเติมเต็มผิวแค่ชั่วคราว จึงเหมาะกับคนที่มองหาตัวช่วยบำรุงผิวที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวแบบยั่งยืน เข้ากับยุค Longevity ไม่น้อยเลย

2. Biostimulator

ต่อกันด้วยสารกระตุ้นคอลลาเจนให้กับผิวหรือ Biostimulator ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ต่อเนื่องมาจากปีก่อน เพราะเป็นหนึ่งในตัวช่วยจากวงการเสริมความงามที่เน้นความเป็นธรรมชาติเหมือนกับ PN นั่นเอง มีจุดเด่นในเรื่องกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในชั้นผิว พร้อมช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แน่นกระชับ และยกผิวที่หย่อนคล้อย ขณะเดียวกันจะค่อย ๆ เติมเต็มวอลลุ่มบนใบหน้าให้ดูเด็กลง พร้อมกับคงผลลัพธ์ได้ยาวนานถึง 2 ปี จนกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่หลายคนมองหา

3. Oligio X

ไปกันต่อที่เครื่องยกกระชับยอดนิยมที่ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF รุ่นใหม่ที่มีจุดเด่นเรื่องระบบทำความเย็น (Cooling System) ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม ไม่ว่าจะช่วยคนไข้ให้รู้สึกเจ็บน้อยลง ส่งพลังงานได้ลึกมากขึ้น จนเป็นอีกหนึ่งเครื่องที่ยกกระชับกรอบหน้าและลดริ้วรอยได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วย เรียกได้ว่านอกจากจะช่วยลดไขมันบนใบหน้าได้แล้ว ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวกระชับ อิ่มฟูได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ด้วยเหตุนี้เองเครื่อง Oligio X เลยตอบโจทย์ความต้องการในการยกกระชับผิวหน้า ลดไขมัน และไม่อยากทำเครื่องที่ทำให้เจ็บหน้าจนเกินไป เนื่องจากรุ่นนี้ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายผิวกว่าที่เคย

4. Ulthera Prime

ใครจะไม่รู้จักกับ Ulthera Prime หรือเครื่องยกกระชับที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์หรือที่เรียกว่า MFU-V (Microfocused Ultrasound with Visualization) ที่มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แบบ Real-Time ช่วยให้ประมวลผลได้ไวขึ้น ยกกระชับได้ตรงจุด พร้อมกับเน้นผลลัพธ์ที่ยาวนานมากขึ้น

เนื่องจากเป็นเครื่องยกกระชับที่ทำแล้วได้ผลค่อนข้างนาน หลายคนเลยยกให้เป็น “ตัวแม่” หรือมาตรฐานสูงสุดของการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด เพราะรุ่น Prime ได้อัปเกรดจะทำงานได้เร็วขึ้น แม่นยำกว่าเดิม จึงใช้เวลาในการทำที่น้อยลง จนทำให้แต่ละคนเจ็บน้อยลงอีกด้วย

5. ร้อยไหม

แม้ว่าหลายคนจะได้ยินชื่อของการร้อยไหมมานานแล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือการยกกระชับที่เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว เป็นการใช้ไหมละลายทางการแพทย์สอดเข้าไปใต้ชั้นผิวเพื่อดึงและยกเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับ เพื่อปรับให้หน้าคมชัดมากขึ้น และที่สำคัญคือ กระตุ้นคอลลาเจนรอบแนวเส้นไหมที่ทำให้ผิวแน่นฟูในระยะยาวได้ดี

เป็นการใช้เส้นไหมละลายทางการแพทย์สอดเข้าใต้ชั้นผิวเพื่อดึงรั้งและยกเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับ ช่วยปรับกรอบหน้าให้คมชัดขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นคอลลาเจนรอบแนวเส้นไหมให้ผิวแน่นฟูในระยะยาว ส่วนจุดเด่นที่ได้ใจใครหลายคนก็คือ การเห็นผลแบบทันที ใช้เวลาพักฟื้นน้อยและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเสริมความงามอีกต่อไป เช่นเดียวกับไหมละลายที่สามารถสลายไปตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป จนเป็นทางเลือกน่าสนใจไม่แพ้กับเครื่องยกกระชับต่าง ๆ

จับคู่หัตถการที่ได้ไปต่อ เพราะเห็นผลปังกว่า

ต้องบอกว่าในยุคสมัยที่การทำหัตถการเดียวอาจไม่พออีกต่อไป แพทย์จาก Atita Clinic ยังแนะนำการจับคู่หัตถการที่เห็นผลได้เร็วและช่วยแก้ปัญหาผิวได้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะกับเทรนด์ยุคใหม่ที่ต้องการให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานอีกด้วย

ซึ่งการทำหัตถการควบคู่กัน (Combination Therapy) จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคและการออกแบบรูปหน้าโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เพราะว่าพวกเขาจำเป็นต้องวางแผนการส่งพลังงาน ไปจนถึงการใช้ปริมาณยาให้เหมาะสมกับแต่ละเคสนั่นเอง จะคู่ไหนน่าสนใจบ้าง ไปดูกัน

1. ร้อยไหม + Biostimulator

หากใครมองหาผลของการยกกระชับผิวแบบเห็นผลทันที แต่ยังเพิ่มคอลลาเจนเข้าสู่ผิวและกระตุ้นให้เกิดการสร้างในระยะยาว เข้ากับเทรนด์การชะลอวัยที่ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน ๆ แถมยังเห็นผลใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้าอีกด้วย

โดยจุดเด่นของการทำหัตถการคู่นี้ก็คือ เส้นไหมจะเป็นโครงสร้างหลักในการดึงรั้งและยกกระชับเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยได้ในทันที ส่วน Biostimulator จะทำหน้าที่เสริมสร้างให้ร่างกายกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ๆ รอบแนวเส้นไหม ช่วยล็อกกระชับให้ผิวแน่นฟูและอยู่ได้นานมากขึ้น

2. Oligio X + Ulthera Prime

เป็นสองเทคโนโลยีขึ้นสูงที่หลายคนมักจะนำมาเปรียบเทียบกันเสมอ แต่ความจริงแล้วเราสามารถใช้ทั้งสองเครื่องได้เพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น เริ่มจาก Ulthera Prime จะใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวน์ยิงลงลึกไปยกกระชับถึงชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (SMAS) เพื่อปรับโครงสร้างของผิว แล้วตามด้วย Oligio X ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงเข้าไปจัดการสลายไขมันชั้นตื้นและกระชับผิวชั้นบน ผลก็คือ กรอบหน้าจะชัดเจนและผิวเรียบเนียนตึงกระชับในเวลาเดียวกัน

ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ตอบโจทย์ของคนที่มีปัญหาทั้งความหย่อนคล้อยจากโครงสร้างผิวชั้นลึกและมีไขมันหรือชั้นผิวไม่กระชับ ต้องการการยกกระชับขั้นสุดแบบครบทุกมิติผิวเหมาะกับคนที่ไม่อยากฉีดหน้าหรือกลัวเข็มนั่นเอง

3. ร้อยไหม + PN (Polynucleotide)

หากคุณเป็นคนที่ต้องการจะปรับรูปหน้าให้ยกกระชับพร้อมกับฟื้นฟูผิวแห้งหรือเริ่มเสื่อมโทรม เทรนด์ที่กำลังมาอย่างการผสมผสานเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างความหย่อนคล้อยควบคู่ไปกับงานผิวหน้าใสแบบ Glass Skin จึงทำให้การร้อยไหมและฉีด PN เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจไม่น้อย

เมื่อการร้อยไหมเข้าไปช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและปรับรูปหน้าให้มีมิติได้อย่างตรงจุด หากเสริมการฉีด PN ที่เข้าไปซ่อมแซมเซลล์ผิวลึกถึงระดับ DNA ก็จะช่วยลดการอักเสบจากสารที่มีความบริสุทธิ์สูง ทำให้ผิวฟื้นตัวไวขึ้น และปรับสภาพผิวโดยรวมให้ดูฉ่ำวาว อิ่มน้ำ สุขภาพดีรับกับกรอบหน้าใหม่ที่เรียกได้ว่า เสริมความงามได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง

บทสรุป

จะเห็นเลยว่า กระแสหัตถการตอนนี้จะเน้นเรื่องความเป็นธรรมชาติมากขึ้น เสริมสร้างผิวให้คงผลลัพธ์ได้นาน เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนจากภายในให้เพื่อให้ผิวดูสุขภาพดีในแบบของตัวเอง แต่อีกเทรนด์หนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจเช่นกันก็คือ การทำหัตถการแบบควบคู่เพื่อแก้ปัญหาและเสริมผิวไปด้วยในเวลาเดียวกัน ถือว่า เป็นหัตถการที่คู่ควรจะได้ “ไปต่อ” ในปี 2026 นั่นเอง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thaiger

If you have story ideas, a restaurant to review, an event to cover or an issue to discuss, contact The Thaiger editorial staff.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button