อ.ปานเทพ ยื่นมือช่วย ทราย สมุทร มองเป็นตัวอย่าง คนกล้าลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม
อ.ปานเทพ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินเปิดเผย พร้อมให้คำปรึกษา 3 ด้าน ทั้งกฎหมาย การพิสูจน์หลักฐาน และคำแนะนำทางสังคม หลัง ทราย สมุทร เข้าบ้านพระอาทิตย์ขอความช่วยเหลือปมปัญหาครอบครัว
ทราย สมุทร หรือ ทราย สก๊อต เดินทางเข้าพบ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อเช้าวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เพื่อขอคำปรึกษาทางกฎหมาย หลังออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมเกี่ยวกับปัญหาในครอบครัว มีแฟนคลับและสื่อมวลชนไปรอให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง
อ.ปานเทพ ระบุว่า มูลนิธิตัดสินใจช่วยเหลือเพราะมองว่าทรายไม่ใช่แค่คนคนหนึ่งที่มีปัญหาส่วนตัว แต่เป็นตัวอย่างของคนที่กล้าลุกขึ้นพูดและเรียกร้องความเป็นธรรม ซึ่งอาจเป็นกำลังใจให้คนอื่นอีกจำนวนมากที่เคยเผชิญสถานการณ์คล้ายกัน
สำหรับแนวทางช่วยเหลือ อ.ปานเทพ แจ้งว่ามูลนิธิเตรียมให้คำปรึกษา 3 ด้านหลัก ได้แก่ คำแนะนำด้านกฎหมาย การตรวจพิสูจน์หลักฐานโดยผู้เชี่ยวชาญ และคำแนะนำทางสังคม เพื่อให้ทรายมีแนวทางดำเนินการต่อไปอย่างรอบคอบ
ด้านประเด็นกฎหมาย อ.ปานเทพ ชี้ว่า หากข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับการกระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และยังไม่หมดอายุความ กรณีนี้อาจเข้าข่ายคดีอาญาแผ่นดิน ซึ่งต้องหารือกับทีมกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อน
ทรายเปิดเผยกับสื่อว่า รู้สึกผิดหวังกับท่าทีของครอบครัว หลังออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม โดยมองว่าเรื่องนี้ไม่ควรถูกมองเป็นแค่ปัญหาภายในครอบครัว เพราะกระทบต่อความรู้สึกของผู้ที่เคยเผชิญเหตุลักษณะเดียวกันในสังคม
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าบุคคลใดกระทำผิด จนกว่าจะมีข้อเท็จจริงหรือคำวินิจฉัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อ.ปานเทพ ยืนยันปิดท้ายว่า พร้อมช่วยเหลือทรายอย่างเต็มที่ และต้องการให้ทรายรู้ว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

นอกจากนี้ อ.ปานเทพ ยังได้โพสต์ภาพประทับใจขณะ ยืนกุมมือทราย สก๊อต พร้อมกับเขียนข้อความว่า “นับเป็นเกียรติที่ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน จะทำงานร่วมกันเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับคุณทราย สมุทรวันนี้”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “ทราย สก๊อต” ผิดหวังแถลงการณ์ บุญรอดฯ ลั่น “หัวใจสิงห์เป็นแค่คำโฆษณา”
- อ.ปวิน ซัด ลีน่าจัง “แก่กะโหลกกะลา” หลังแนะนำ ทราย สก๊อต หยุดแฉเรื่องในบ้าน
- อึ้งตัวเลข! ทราย สก๊อต เปิดยอดเงินบริจาคมูลนิธิ วันเดียวยอดพุ่ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





