ด่วน สายเชีย โดนทำร้ายร่างกาย คาสำนักงานที่ดิน ปมโฉนดหนี้ปริศนา

สายเชียโดนคนร้ายบุกทำร้ายร่างกาย สำนักงานที่ดินจากปมหนี้ปริศนา ทนายอั๋นเตรียมพาแจ้งความ ทวงความยุติธรรม
เกิดเหตุอุกอาจกลางสถานที่ราชการ ทนายความชื่อดัง ทนายอั๋น บุรีรัมย์ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว แจ้งข่าว สายเชีย กลุ่มคนร้ายบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายสายเชียถึงภายในสำนักงานที่ดินนครชัยศรี
คนร้ายยังเอาโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายไปอีกด้วย ต้นเหตุของความขัดแย้งมาจากการที่สายเชียเพิ่งทราบว่าตัวเองมีชื่อเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินพ่วงมากับหนี้สิน
ทนายอั๋นประกาศเดินหน้าช่วยเหลือผู้เสียหาย ทนายความคนดังสั่งการให้ทีมงานคัดเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมทวงสิทธิคืน ทนายอั๋นเตรียมพาผู้เสียหายไปสะสางปัญหาที่สำนักงานที่ดินนครชัยศรี พร้อมนำเรื่องเข้าแจ้งความเอาผิดกลุ่มผู้ก่อเหตุที่สถานีตำรวจภูธรนครชัยศรีต่อไป
ทั้งนี้ สายเชียเพิ่งกลับมาเป็นข่าวบนหน้าสื่ออีกครั้ง หลังจาก 1 พฤษภาคม 2569 ทนายอั๋น บุรีรัมย์ พาสายเชีย วงศ์วิโรจน์ เจ้าของโฆษณา “จน เครียด กินเหล้า” สตันท์แมนชาวไทยที่ไปร่วมงานกับนักแสดงฮอลลีวูด เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อลงบันทึกประจำวันและชี้แจงว่าได้ถอนตัวจากแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ “สยามชัยหาดทรายขาว” ทะเลนครปฐม พร้อมสารภาพว่า ไม่ได้เป็นเจ้าของหาด ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
เรื่องราวที่สายเชียเล่าเอง เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีนักธุรกิจคนหนึ่งชวนสายเชียไปทำอสังหาฯ แบ่งขายที่ดินที่นครปฐม โดยให้เงินเดือน 15,000 บาท ออกรถยนต์ให้ 1 คัน เป็นชื่อสายเชียแต่สายเชียเป็นคนผ่อนค่างวด
ตอนหลังธุรกิจไม่ดี ก็มีไอเดีย สร้างชายหาดเทียม ขึ้นมา แล้วใช้สายเชียเป็นหน้าฉาก โปรโมตจัดงานวันเกิดที่หาด ออกตัวว่าเป็นเจ้าของ สายเชียก็โปรโมตเต็มที่ ออกรายการทีวีต่างๆ ในนามเจ้าของอาณาจักรพันล้าน จนหาดดังทั่วประเทศ
ต่อมาสายเชียขอเพิ่มเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 35,000 บาท เจ้าตัวยอมให้ แต่ไม่มีเงินปันผลประจำปี เงินเดือนที่ได้ก็ใช้กิน ผ่อนรถ เติมน้ำมัน ใส่ซองงานแต่ง งานศพ งานวันเกิดในนามหาดทรายขาว ทุ่มเททุกอย่างจนเงินไม่เหลือ รถถูกยึด เป็นหนี้เป็นสิน งานบันเทิงก็ไม่ค่อยมี เลยถอยออกมา
สาเหตุที่ต้องไปลงบันทึกประจำวัน เพราะโครงการเริ่มมีปัญหาเรื่องแรงงาน สายเชียจึงเกรงว่าตัวเองที่มีชื่อเป็น “หน้าฉาก” จะได้รับความเดือดร้อนทางกฎหมาย
แต่ปรากฏว่าเรื่องไม่ได้จบง่ายๆ ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่านายสายเชียมีชื่อในโฉนดบางแปลงของ “หาดทรายขาว” ร่วมกับคนอื่นๆ อีก 3-4 คน ทำให้ยังลงบันทึกประจำวันไม่ได้ พนักงานสอบสวนแนะนำให้กลับไปปรึกษาข้อกฎหมายกับทีมทนายก่อน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สายเชีย “จน-เครียด-กินเหล้า” เครียดจริง! หอบหลักฐานพบกองปราบ
- อุบัติเหตุสยอง คร่าชีวิตหนุ่มบิ๊กไบค์ ถนนสายเชียงราย-ดอยสะเก็ด
- รวบแก๊งจีนเทา ลอบเข้าเมืองคาบ้านเช่า จัดฉากลักพาตัว-ซ้อมเหยื่อ รีดค่าไถ่กว่า 5 แสน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





