ข่าวต่างประเทศ

7 ปีนรก สาวออสซี่ติดคุกไทย เล่าชะตากรรม ถอนฟันสด คนท้องคุ้ยถังขยะกิน

ในยุคสามเหลี่ยมทองคำกำลังพีค คุกหญิงคลองเปรมแน่นยัดทะนานด้วยนักโทษเกือบ 2,000 คน จากคดียาเสพติด ในจำนวนนั้นมีหญิงผมบลอนด์ชาวออสเตรเลียวัย 29 ปีคนหนึ่ง ศาลไทยตัดสินจำคุก 31 ปี ข้อหาส่งเฮโรอีนทางไปรษณีย์กลับบ้าน เธอเป็นนักโทษออสเตรเลียที่ถูกคุมขังในเอเชียยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กล้าเล่าเรื่องในคุกไทยจากปากตัวเอง

ชื่อของเธอคือ ฮอลลี่ ดีน-จอห์น (Holly Deane-Johns) ไทยเกอร์ของพาย้อนเรื่องราวทั้งชีวิตของเธอ ตั้งแต่บ้านในย่านหรูเมืองเพิร์ธจนถึงพื้นไม้แข็งของแดนหญิงคลองเปรม

ฮอลลี่กับพี่ชายปี 1992

ฮอลลี่เกิดในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียในปี 1971 เป็นลูกคนที่ 4 สี่ของพี่น้องห้าคน มีพี่ชายสองคน เครก กับ แกรนท์ น้องชายชื่อ มาร์ค และน้องสาวชื่อ เอมี่ เธอเติบโตที่ เมาท์ลอว์ลีย์ ย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องความเก๋ของเมืองเพิร์ธ

ภายนอกบ้านของฮอลลี่ดูเป็นครอบครัวที่มีอันจะกิน แม่ที่ชื่อ รอเลน ขับรถสปอร์ตคันงาม ใส่ชุดราคาแพง ส่วนพ่อ เดเมียน ที่ฮอลลี่บอกว่า “เป็นคนดีมาก แต่เข้มงวด”

ทว่าที่มาของเงินในบ้านนั้นไม่ปกติรอเลนเปิด เอเจนซี่หญิงบริการ ในบ้านตัวเอง เมื่อฮอลลี่อายุ 12 ปี พ่อแม่หย่ากัน ลูกๆ ทั้งห้าคนเลือกอยู่กับแม่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะที่จะตามไปทั้งครอบครัว

ผู้มาเยือนชื่อ ‘ไซมอน’

หลังพ่อแม่แยกทางรอเลนคบกับแฟนใหม่ชื่อ ไซมอน ซึ่งเป็นคนที่นำ ผงขาว เข้ามาในบ้าน แม่ติดเฮโรอีนก่อน ตามมาด้วยหญิงในบ้านและคนรอบตัว ฮอลลี่ในวัยกระเตาะเห็นทุกคนรอบตัวเสพแล้วดูมีความสุข จึงรบเร้าขอลองบ้าง แม่ปฏิเสธหลายครั้ง จนวันหนึ่งไม่ปฏิเสธอีกต่อไป

ฮอลลี่เสพเฮโรอีนครั้งแรกตอนอายุ 15 ปี หลังจากนั้นเธอติดงอมแงมเช่นเดียวกับแม่

ปีถัดมาตอนอายุ 16 เธอตกหลุมรักเพื่อนพี่ชายคนหนึ่งของเครก ชื่อ สตีเฟน วอลเลซ ตอนนั้น เขาอายุ 24 ฮอลลี่บอกว่ารู้ตั้งแต่วินาทีแรกว่าเขาคือเนื้อคู่ แต่สตีเฟ่นเองก็ดิ่งลงเหวยาเสพติดตามมา

เส้นทางของทั้งคู่จากนั้นจึงไม่ใช่เรื่องรักโรแมนติก แต่เป็นเรื่องของคนสองคนที่ดิ่งลงเหวพร้อมกัน

ติดคุกครั้งแรกที่บ้านเกิด

ตอนอายุ 20 ปี ฮอลลี่ถูกจับครั้งแรกในออสเตรเลียในข้อหาคดียาเสพติด เธอถูกส่งเข้าทัณฑสถานหญิง แบรนดีอัป ในเมืองเพิร์ธ และต้องโทษอยู่ที่นั่น 5 ปี

ระหว่างที่ติดคุก ข่าวร้ายมาถึงเธอ แม่รอเลนเสียชีวิตจากการเสพเฮโรอีนเกินขนาด

หลังพ้นโทษ ฮอลลี่ไม่กลับเข้าสู่ชีวิตปกติ เธอตามไปอยู่กับสตีเฟน ที่เริ่มเข้ามาทำธุรกิจส่งเฮโรอีนจากไทยกลับออสเตรเลีย ทั้งคู่บินไปบินกลับระหว่างเพิร์ธกับกรุงเทพฯ ในยุคที่ผงขาวจากสามเหลี่ยมทองคำกำลังหลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ ผ่านชายแดนพม่าและลาว

ฮอลลี่ ดีน-จอห์น ติดคุกคดียาเสพติด

วันที่ทุกอย่างพังทลาย

ในเดือนสิงหาคม ปี 2000 หลังจากที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดของไทยแกะรอยฮอลลี่กับเพื่อนร่วมขบวนการมานานสามเดือน ฮอลลี่ในวัย 29 ไปที่ ที่ทำการไปรษณีย์กลางกรุงเทพฯ เพื่อส่งพัสดุกลับเพิร์ธ ในพัสดุมี ปฏิทิน หนึ่งเล่ม ซึ่งซ่อนเฮโรอีน 15 กรัม ในเวลาเดียวกันที่ออสเตรเลีย สตีเฟน ถูกจับที่สนามบินเมลเบิร์น พร้อมเฮโรอีน 1 กิโลกรัมจากกรุงเทพฯ

ที่ไปรษณีย์ ฮอลลี่ไปกับเพื่อนร่วมขบวนการอีกคนชื่อ โรเบิร์ต “บ็อบบี้” ฮัลลิเวลล์ ชายชาวออสเตรเลียที่หนีคดียาเสพติดมาอยู่ไทยตั้งแต่ 20 ปีก่อน ตำรวจรวบทั้งคู่ที่นั่น

เมื่อค้นต่อ ตำรวจพบเฮโรอีนอีก 15 กรัมในอพาร์ตเมนต์ของฮอลลี่ และอีกประมาณ 110 กรัมที่บ้าน Halliwell

“คุณกำลังจะได้รับโทษประหารชีวิต” ตำรวจไทยบอกฮอลลี่

ตามกฎหมายไทย การมีเฮโรอีนเกิน 100 กรัมในครอบครอง โทษคือฉีดยาประหารโดยอัตโนมัติ ฮอลลี่จึงเสี่ยงที่จะตายในไทย

คืนแรกในนรก ที่เรียกว่าคุกไทย

ฮอลลี่ถูกขังที่กองปราบฯ อยู่นานกว่าหนึ่งเดือนในห้องขังคับแคบ เธอถามเจ้าหน้าที่ว่าเมื่อไหร่จะได้ย้ายไปคุกใหญ่ เพราะคิดเอาเองว่าคุกใหญ่ต้องสะดวกสบายกว่านี้

เจ้าหน้าที่ตอบว่า “ถ้าเธอได้ไปที่นั่น เธอจะคิดถึงที่นี่”

จากนั้นเธอถูกส่งเข้า ทัณฑสถานหญิงกลาง คลองเปรม ย่านจตุจักร หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Lard Yao หรือที่ดังไปทั่วโลกในชื่อ ‘Bangkok Hilton’ กรุงเทพฮิลตัน ตามชื่อมินิซีรีส์ปี 1989 ที่นิโคล คิดแมนแสดงนำ

วินาทีที่เธอเดินเข้าไปในห้องขัง เธอเห็นพื้นที่เต็มไปด้วยร่างผู้หญิงนอนเรียงเบียดกันจนแทบมองไม่เห็นพื้น “ฉันลงเอยในที่แบบนี้ได้ยังไง” เธอเล่าในเวลาต่อมา

แม่หัวหน้าห้องที่นักโทษเรียกว่า ‘แม่ห้อง’ ชี้ตำแหน่งให้เธอนอน เป็นพื้นไม้แข็งเย็น เบียดอยู่ระหว่างผู้หญิงสองคน เวลาคนหนึ่งพลิกตัว ทุกคนต้องพลิกตาม กลิ่นเหงื่อกับฉี่ที่ลอยอบอวลทำให้เธอแทบอาเจียน

ชีวิต 7 ปีในคลองเปรม

ฮอลลี่อยู่ในคุกคลองเปรมรวมเวลา 7 ปีกว่า สภาพชีวิตที่เธอเล่าในหนังสือ Holly’s Hell และในบทสัมภาษณ์หลายครั้ง แทบไม่ต่างจากภาพในมินิซีรีส์ของนิโคล คิดแมน

ห้องน้ำ มีส้วมหลุมเพียงไม่กี่ที่สำหรับนักโทษเกือบ 2,000 คน ไม่มีประตู ไม่มีความเป็นส่วนตัว ผู้หญิงไทยที่ไม่เคยใช้ผ้าอนามัยแบบสอดต้องซับด้วยกระดาษทิชชู่ขัดไว้ระหว่างก้นในเวลากลางคืนเพื่อกันรั่ว

การอาบน้ำ มีขันพลาสติกใบเล็กให้ตัก น้ำในถังเต็มไปด้วยเส้นผม ขนเพชร และเหา ใครไปไม่ทันก็ไม่มีน้ำให้อาบ

อาหาร เลวร้ายจนฮอลลี่ผอมลงจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเพราะท้องเสียเรื้อรัง

ระบบขาใหญ่ ในคุกทุกอย่างต้องซื้อ นักโทษที่มีฐานะเก็บค่าคุ้มครองจากคนใหม่ๆ เพื่อแลกกับสิทธิเล็กๆ น้อยๆ เช่นได้อาบน้ำก่อน หรือมีคนคอยปกป้องเวลาถูกรังแก

สัตว์รบกวน ยุงเยอะมาก เห็บหมัด ตะขาบ และคืนหนึ่งฮอลลี่โดนตะขาบกัดที่เท้าจนบวมขนาดลูกกอล์ฟ ค่ำคืนหนึ่งเธอตื่นมาพบแมลงสาบบินเกาะหน้าตัวเอง

ที่หนักที่สุดคือ ยังไม่หลุดจากเฮโรอีน เพราะแม้อยู่ในคุก ผงขาวก็ยังหาทางเล็ดลอดเข้ามาได้ ฮอลลี่ใช้ยาในคุกเพื่อกลบความเจ็บปวดในช่วงสิบเดือนแรก

หลังเข้าคุกได้ประมาณ 10 เดือน ฮอลลี่ตื่นขึ้นมาเช้าวันหนึ่งและคิดประโยคที่เปลี่ยนชีวิตเธอ “เฮโรอีนทำลายชีวิตฉัน มันทำลายชีวิตแม่ฉัน แต่ฉันยังมีชีวิตอยู่ และฉันอยากรอดจากที่นี่ให้ได้”

เธอเลิกยาในคุกได้สำเร็จในปี 2001 และ ไม่กลับไปแตะอีกเลยจนถึงทุกวันนี้

ฮอลลี่ใช้เวลาที่เหลือในคุกเรียนภาษาไทยจนพูดได้คล่อง เรียนเย็บผ้า ทำดอกไม้ผ้าไหมขาย เธอผูกมิตรกับนักโทษไทยและต่างชาติ มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อ Aong ที่มาจากครอบครัวยากจน ไม่เคยมีญาติมาเยี่ยมเลย ทั้งคู่กลายเป็นที่พึ่งของกันและกัน Aong เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ในปี 2007 ขณะอายุเพียงสามสิบต้นๆ

‘การถอนฟันที่โลกต้องจารึก’ฉากในคุกที่ฮอลลี่ไม่อยากจดจำ

ในหนังสือของเธอมีตอนหนึ่งที่ฮอลลี่เล่าว่าเธอปวดฟันหนักมาก จึงขอร้องให้นักโทษที่เคยเป็นผู้ช่วยหมอฟันถอนให้ทันที ถอนสดไม่มียาชา แต่รอบแรกถอนผิดซี่ ทำให้ต้องถอนซ้ำในวันรุ่งขึ้น

อีกฉากที่หลายคนพูดถึงคือเธอเห็นนักโทษหญิงท้องคนหนึ่งคุ้ยถังขยะหาอาหารกิน ภาพนี้ติดอยู่ในความทรงจำของเธอจนถึงทุกวันนี้

ในช่วงเวลาเลวร้ายที่สุด สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฮอลลี่อยู่รอดได้ คือ สถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย

เจ้าหน้าที่กงสุลที่เธอจดจำเป็นพิเศษคือ อีวอนน์ ไซเกลอร์ ที่แวะมาเยี่ยมเธอกับนักโทษออสซี่คนอื่นๆ เป็นประจำ นำเงินส่วนตัวที่ถูกยึดในวันถูกจับมาแบ่งให้ทีละน้อย ส่งข่าวจากบ้าน นำของจำเป็นมาให้ ในคุกที่ทุกอย่างต้องซื้อ การมาของ อีวอนน์ คือเทวทูตจากสวรรค์

พี่ชามาร์ค กับน้องสาวเอมี่ ก็บินมาเยี่ยมจากเพิร์ธหลายครั้ง นักท่องเที่ยวออสเตรเลียที่รู้ข่าวเรื่องของเธอบางคนแวะมาเยี่ยมโดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ระหว่างถูกตัดสินคดี ‘การโอนตัวกลับบ้าน’

หลังถูกขังโดยยังไม่ตัดสินอยู่สามปี ในเดือน กรกฎาคม 2003 ศาลอาญาไทยตัดสินจำคุกฮอลลี่ 31 ปี (เธอรับสารภาพเพื่อหลีกเลี่ยงโทษประหาร) ส่วน บ๊อบบี้ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

ปี 2006 ฮอลลี่ยื่นเรื่องขอโอนตัวนักโทษกลับออสเตรเลียภายใต้สนธิสัญญาทวิภาคีไทย-ออสเตรเลีย ปี 2002 รัฐบาลกลางอนุมัติแล้ว แต่รัฐมนตรีของเวสเทิร์นออสเตรเลียในตอนนั้น มาร์กาเร็ต เคิร์ก ปฏิเสธในตอนแรก

จนเมื่อมีหลักฐานทางการแพทย์ว่าสภาพร่างกายของฮอลลี่ทรุดลงจากการอยู่ในคุกไทย มาร์กาเร็ต เปลี่ยนใจในเดือนสิงหาคม 2007 และในวันที่ 7 ธันวาคม 2007 ฮอลลี่บินกลับออสเตรเลียในฐานะนักโทษโอนตัว เธอเป็นนักโทษออสเตรเลียที่ถูกคุมขังในเอเชียนานที่สุดเท่าที่เคยมีการโอนตัวกลับ

ฮอลลี่ถูกย้ายเข้าแบรนดีอัป เรือนจำเดิมที่เธอเคยอยู่ในวัย 20 และอยู่ที่นั่นต่ออีก 5 ปี จนวันที่ 6 ธันวาคม 2012 ขณะอายุ 41 ปี รวมเวลาในคุกทั้งสองประเทศประมาณ 17 ปี ฮอลลี่ได้รับการปล่อยตัวในที่สุด

ความสูญเสียครั้งสุดท้าย

ระหว่างที่ฮอลลี่อยู่ที่แบรนดีอัป สตีเฟนก็รับโทษอยู่ที่เรือนจำ Casuarina ในเพิร์ธในข้อหาขนเฮโรอีน ทั้งคู่เลิกยาทั้งหมด

หลังออกจากคุก ฮอลลี่กลับมาอยู่กับสตีเฟนอีกครั้ง ใช้ชีวิตเหมือนสามีภรรยาตั้งแต่ปี 2012 ถึง 2023

ปี 2022 สตีเฟ่นถูกวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งหลอดอาหาร หมอบอกว่าเหลือเวลาประมาณเก้าเดือน วันที่ 15 สิงหาคม 2023 Stephen เสียชีวิตในวัย 59 ปี

ฮอลลี่บอกว่าความเจ็บปวดจากการสูญเสียสตีเฟ่น หนักกว่าทุกอย่างที่เธอเคยเจอในคุกไทย เธอป่วยเป็น PTSD เรื้อรังและซึมเศร้าตามมา

หมายเหตุ: บางแหล่งรายงานในโซเชียลไทยเล่าว่า Stephen เลือก ‘การุณยฆาต’ แต่ในรายงานข่าวกระแสหลักและในคำให้สัมภาษณ์ของฮอลลี่เอง ระบุเพียงว่าเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งหลังต่อสู้กับโรคไม่นาน

วันนี้ของฮอลลี่

ฮอลลี่เลิกยามาแล้วประมาณ 24 ปี ปัจจุบันฮอลลี่ในวัย 50 กลางๆ ใช้ชีวิตอยู่ในเพิร์ธ เธอได้รับ ประกาศนียบัตรงานเยาวชน ตั้งแต่อยู่ในเรือนจำ และจบ อนุปริญญาด้านสังคมสงเคราะห์ ก่อนพ้นโทษ หลังออกมาก็เรียนต่อด้านการให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด

อาชีพของเธอผ่านมาหลายอย่าง คนขับ Uber, คนงานเหมืองแบบไปเช้าเย็นกลับ ในเวสเทิร์นออสเตรเลีย และตอนนี้เป็น นักเขียน เจ้าของหนังสือ Holly’s Hell – Seven Years in a Thai Prison ที่ตีพิมพ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดยสำนักพิมพ์ Hembury Books

หลายปีหลังเธอกลายเป็น วิทยากร เดินสายพูดในโรงเรียน เรือนจำ และองค์กรต่างๆ ในออสเตรเลีย เพื่อเตือนเยาวชนเรื่องโทษของยาเสพติด ทุกๆ เล่มของหนังสือที่ขายได้ มีรายได้ส่วนหนึ่งบริจาคให้ Cyrenian House ศูนย์บำบัดยาและแอลกอฮอล์ในเพิร์ธ

ครอบครัวของเธอที่เคยมีพี่น้อง 5 คน เหลือกันแค่ฮอลลี่ มาร์ค และ แกรนท์ ทุกวันนี้ รอเลน ผู้เป็นแม่ พี่ชาย เครก และน้องสาว เอมี เสียชีวิตจากเฮโรอีนเหมือนกันหมด

หนังสือ Holly’s Hell – Seven Years in a Thai Prison

บทเรียนจากคุกบางกอกฮิลตัน

ในบทสัมภาษณ์หลายครั้ง ฮอลลี่บอกตรงๆ ว่าเธอใช้ชีวิตครึ่งหนึ่งไปในคุก เพราะยาเสพติดตัวเดียว และเธอไม่มีทางได้ปีเหล่านั้นกลับคืนมา “ถ้ามีใครเตือนฉันตอนเด็ก ชีวิตฉันอาจจะไม่เป็นแบบนี้”

เรื่องของเธอไม่ใช่เรื่องโรแมนติกหรือเรื่อง การไถบาปแสนสวยงาม มันคือเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่เกือบตายในคุกต่างประเทศ และโชคดีพอที่ได้กลับมามีชีวิตเล่าเรื่อง มันคือเรื่องของแม่ที่ให้ลูกลองเฮโรอีน ของพี่น้องที่ตายเรียงคน ของแฟนคนเดียวที่รักจนวันสุดท้าย และของชายแดนสามเหลี่ยมทองคำที่ส่งผงขาวเข้ากรุงเทพฯ ในยุค 90

และที่สำคัญที่สุด มันคือเรื่องเตือนใจว่า คุก ‘บางกอกฮิลตัน’ ที่หลายคนเห็นในซีรีส์ ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่นิดเดียว


แหล่งข้อมูลหลัก: บทสัมภาษณ์ของ Holly Deane-Johns ในนิตยสาร that’s life! (กรกฎาคม 2024) โดย Lisa Brookman, Now To Love / Woman’s Day, NZ Herald, Thai Examiner, Mamamia, สื่อ ABC ออสเตรเลีย, รายงานคดี The Age (2003 และ 2005), เว็บไซต์ทางการของ Holly Deane-Johns และหนังสือ Holly’s Hell – Seven Years in a Thai Prison (Hembury Books, 2024)

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button