ข่าวการเมือง

“สีหศักดิ์” เผยเตรียมเปิดด่านแม่สอด เตือน “เมียนมา” ขอให้การต่อสู้ไม่กระทบไทย

สีหศักดิ์ เผยเตรียมเปิดด่านแม่สอด ซึ่งคิดเป็น 80% ของมูลค่าการค้าไทย-เมียนมา เตือนขอให้การต่อสู้ไม่กระทบไทยและลดระดับความรุนแรง

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 21-22 เม.ย. 2569 ว่า การมาเยือนเมียนมาครั้งนี้เพื่อแสดงความยินดีกับทางเมียนมาในการจัดการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ โดยมีการพบกับผู้นำคนสำคัญของฝ่ายเมียนมา ตั้งแต่ พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา รองประธานาธิบดี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ ซึ่งได้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง อาทิ ความสัมพันธ์ทวิภาคี ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ และเรื่องความมั่นคงชายแดน เนื่องจากไทยและเมียนมา มีชายแดนร่วมกัน 2,400 กิโลเมตร

โดยเรื่องแรกที่หยิบยกมาหารือ คือเรื่องการค้าชายแดน เพราะว่าที่ผ่านมาการค้าชายแดนที่เมียวดี อ.แม่สอด ได้หยุดชะงักไปเนื่องจากมีการปิดด่าน แต่ได้ทราบในการระหว่างมาเยือนครั้งนี้ว่าจะมีการเปิดด่านหลักที่แม่สอดในเร็วๆ นี้ และถ้าเปิดได้ ก็จะเป็นการส่งเสริมการค้าชายแดน ซึ่งคิดเป็น 80% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดระหว่างไทยและเมียนมา

ส่วนสถานการณ์การสู้รบภายในเมียนมา ฝ่ายไทยไม่อยากให้การสู้รบกระทบฝั่งไทย และอยากให้เมียนมาหาทางลดความรุนแรงในการสู้รบในพื้นที่ ส่วนหากมีเหตุหลายๆ ครั้งที่เข้ามาในเขตไทย เช่น เครื่องบินล้ำเข้ามา จะมีการประท้วงต่อเมียนมา เรื่องที่มากระทบกับอธิปไตยของไทย

ส่วนอีกหนึ่งประเด็นที่ไทยหารือกับเมียนมา คือ ความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพราะขบวนการสแกมทั้งหลาย ซึ่งมีความจำเป็น เพราะมีคนถูกบังคับทำงานมากมาย ปีที่แล้วมีการส่งกลับคนมากกว่า 13,000 คน ซึ่งขบวนการสแกมอยู่ได้ เพราะประเทศไร้มนุษยธรรม พร้อมฝากถึงกัมพูชาขอให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึง มลพิษทางอากาศ ซึ่งสถานการณ์ปีนี้ค่อนข้างจะหนัก สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ ซึ่งทางการเมียนมาพร้อมจะให้ความร่วมมือ 3 ฝ่าย คือ ไทย เมียนมา และลาว โดยทางฝ่ายไทยพร้อมให้การสนับสนุนในเรื่องอุปกรณ์เทคโนโลยี และแผนที่ภาพถ่ายทางดาวเทียม ที่รู้ว่าเขตไหนเสี่ยงที่สุด นอกจากนี้ ยังมีเรื่องมลพิษทางน้ำที่ไทยอยากมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันซึ่งจะทำงานทางเทคนิค ซึ่งไทยหวังให้เมียนมามาทำงานร่วมกันในอนาคต

ส่วนเรื่องของการค้า การลงทุน เรื่องเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยในการเยือนครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญภาคเอกชนไทย ที่มีความเชี่ยวชาญ หลายสาขา ทั้งเรื่องของภาคการเกษตร วัสดุก่อสร้าง ภาคบริการ ธนาคาร โรงพยาบาลมาร่วมหารือกับรองประธานาธิบดีเมียนมา โดยทางฝ่ายไทย เชื่อว่าเมียนมามีรัฐบาลใหม่ ก็จะมีการเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจโดย ไทยย้ำว่า อยากจะเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ซึ่งในส่วนภาคเอกชนไทยมีความสนใจลงทุนในเมียนมาแน่นอน ส่วนตัวเชื่อว่ามีโอกาสในเมียนมามีลู่ทางมากขึ้น ทำให้ภาคเอกชนสนใจที่จะมาประกอบธุรกิจเพิ่มเติม ไม่ใช่เรื่องการค้าอย่างเดียวแต่เป็นการผลิตทั้งตลาดภายในประเทศ และเพื่อการส่งออกในอนาคต

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยต้องการช่วยเหลือเมียนมา ในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างเห็นโครงการที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพราะหากประชาชนมีความกินดีอยู่ดี จะทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งและเป็นผลประโยชน์ของประเทศไทย และเสนอให้ความช่วยเหลือผ่าน กรมพัฒนาความร่วมมือของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีแผนการในการให้ความช่วยเหลือทั้งในเรื่องสาธารณสุข เรื่องการเกษตร การศึกษา สิ่งแวดล้อมการส่งเสริม SME

ส่วนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็น ไทยมีสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ เนด้า ที่ขณะนี้กำลังเข้ามาพัฒนาในเรื่องของสายส่งสัญญาณไฟฟ้าในนครย่างกุ้ง ซึ่งในอนาคต หากมีโครงการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานไทยก็พร้อมที่จะสนับสนุนเมียนมา

ส่วนเรื่องพลังงาน ขณะนี้ไทยต้องอาศัย พลังงานแก๊สจากเมียนมาร์เพื่อผลิตไฟฟ้า ซึ่งทางปตท.สผ.ก็มีความสนใจที่จะบุกเบิกแหล่งใหม่ ๆ ตอนนี้ก็มีแหล่งใหม่เช่นA 6 ก็ใกล้ที่จะตกลงกันได้แล้ว ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนส่วนอีกแหล่งหนึ่ง เป็นM 3 ซึ่งเป็นแหล่งที่ผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศ และอีกแหล่ง คือ M 10 ซึ่งไทยอยากขยายบทบาทของไทยในภาคพลังงาน

นายสีหศักดิ์ ยังระบุอีกด้วยว่า เรื่องที่สำคัญในการไปเยี่ยมครั้งนี้ เพราะว่าอาเซียนและไทยก็มีความเป็นห่วงถึงสถานการณ์ภายในเมียนมา ซึ่งยืดเยื้อมาหลายปี ขณะเดียวกัน ไทยเห็นความสำคัญว่าควรที่จะรื้อฟื้นการมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมากับอาเซียน ดึงเมียนมากลับสู่อาเซียน แต่กระบวนการมีปฏิสัมพันธ์ไม่ใช่ฝ่ายเดียว ต้องเป็นปฏิสัมพันธ์สองทาง ที่จะเสนอที่จะตอบสนองต่อข้อมูลของอาเซียนซึ่งอยู่ในฉันทามติ 5 ข้อ โดยหลักๆคือกระบวนการลดความรุนแรง ใช้กระบวนการพูดคุยเพื่อประสิทธิภาพแต่เรื่องของความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมซึ่งประเด็นเหล่านี้ใครอยากสนับสนุนให้เมียนมาในฐานะเพื่อนบ้านของไทยกลับสู่อาเซียนทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็งในช่วงที่โลกกำลังปั่นป่วนวุ่น ซึ่งเราต้องระดมพลังของภูมิภาคมากขึ้น

นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงเรื่องหนึ่งได้หยิบยกขึ้นพูดระหว่างการเยือน คือเรื่องของ นางอองซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เป็นข้อกังวลของอาเซียนเกี่ยวกับความเป็นอยู่ โดยประธานาธิบดีของเมียนมา ยืนยันว่า ขณะนี้ นางอองซาน ซูจี ได้รับการดูแลที่ดี และทางรัฐบาลเมียนมากำลังพิจารณาในสิ่งที่ดี ซึ่งน่าจะเป็นการส่งสัญญาณที่ดี และเมียนมากำลังทำให้เห็นว่ากำลังเป็นไปทางที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นกับการกลับสู่อาเซียน แต่ไทยจะช่วยเมียนมาไม่ได้ ถ้าเมียนมาไม่ช่วยตัวเอง ซึ่งเมียนมาก็ต้องมีความคืบหน้าในประเด็นที่เป็นความกังวลของอาเซียนตามฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งอีกไม่นานนี้จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรป-อาเซียน ที่ประเทศบรูไน ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจที่ไทยเยือนเมียนมาและมีความคืบหน้าขึ้นมา และจะมีการพูดคุยประเด็นสถานการณ์เมียนมาในการประชุมอาเซียน ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ในวันที่ 7-8 พ.ค. นี้ พร้อมย้ำว่า เรื่องภายในเมียนมา ทั้งเรื่องสันติภาพและความปรองดอง มันเป็นเรื่องที่คนเมียนมาต้องหาทางแก้ปัญหากันเองให้ได้

ทั้งนี้ การเยือนเมียนมาครั้งนี้ ทำให้ไทยอาจถูกครหาเรื่องการสนับสนุนรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมานั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า การเยือนในครั้งนี้มาเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ซึ่งผลประโยชน์ด้านความมั่นคงชายแดนรอคอยไม่ได้ และการมาพูดคุยในครั้งนี้เราสนับสนุนให้เมียนมาเดินหน้าในกระบวนการสันติภาพ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าเมียนมาจัดการเลือกตั้งแล้ว และหวังว่าการจัดการเลือกตั้งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ พร้อมทั้งเรียกร้องให้เมียนมาเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ถือเป็นความปรารถนาดีและเราต้องอยู่ในโลกของความจริง และเมื่อมองไปข้างหน้าความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ระหว่างไทยกับเมียนมา ซึ่งเราต้องร่วมมือกัน และหลายอย่างที่ทำก็ต้องเกิดผลประโยชน์กับประชาชนของเมียนมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button