
กมธ.เศรษฐกิจ วุฒิสภาชงรื้อระบบภาษี ขึ้น VAT เป็น 10% เล็งเก็บภาษีขายหุ้น-เทรดทอง แก้หนี้รัฐพุ่ง
มีรายงานว่า คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เตรียมเสนอแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ต่อที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 21 เมษายน ก่อนส่งไม้ต่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เน้นการเพิ่มรายได้รัฐเพื่อแก้ปัญหาการขาดงบประมาณเรื้อรัง และรองรับภาระหนี้สาธารณะที่มีแนวโน้มทะลุเพดานในอนาคต
สรุปประเด็นสำคัญของข้อเสนอปรับโครงสร้างภาษี
1. ปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และขยายฐานการเก็บเงิน
กมธ. เสนอให้ปรับขึ้นภาษี VAT จากปัจจุบัน 7% เป็น 10% เพื่อนำเงินมาใช้จัดสวัสดิการของรัฐและดูแลสังคมผู้สูงอายุ พร้อมทั้งเสนอให้เก็บภาษีจากการขายหุ้น และภาษีจากการซื้อขายทองคำ ทั้งทองคำแท่งและทองคำในระบบออนไลน์ ยังเสนอให้ยกเลิกข้อยกเว้นภาษีสำหรับธุรกิจที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยให้เข้าระบบภาษีทั้งหมด
2. รีดภาษีแพลตฟอร์มต่างชาติและอีคอมเมิร์ซ
เสนอให้เก็บภาษีนิติบุคคลกับแพลตฟอร์มต่างชาติ เช่น TikTok, eBay หรือ Alibaba ในอัตรา 20% ของรายได้ที่เกิดขึ้นในไทย แม้จะไม่มีบริษัทตั้งอยู่ในไทยก็ตาม รวมถึงให้อีคอมเมิร์ซหักภาษี ณ ที่จ่าย 2% จากยอดขายส่งให้กรมสรรพากรทันที
3. ใช้ระบบ AI และดึงทุกคนเข้าฐานข้อมูล
เสนอให้ใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยตรวจสอบการจัดเก็บภาษีให้โปร่งใส และผลักดันให้คนไทยที่มีรายได้ทุกคนต้องขึ้นทะเบียนในระบบ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับสวัสดิการรัฐและประกันสังคม โดยเสนอให้กรมสรรพากรเป็นองค์กรอิสระจากการเมือง
4. เพิ่มสิทธิลดหย่อนเพื่อสนับสนุนการออม
มีข้อเสนอให้เพิ่มค่าลดหย่อนลูกคนละ 500,000 บาท เพื่อสนับสนุนการเกิด และตั้งกองทุนการออมพิเศษสำหรับลูกหลานรวมถึงพ่อแม่ โดยสามารถนำเงินออมส่วนนี้ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ เพื่อสร้างวินัยการเงินให้คนในชาติ
5. ปรับปรุงภาษีที่ดินและมรดก
เสนอเพิ่มภาษีที่ดินรกร้างให้สูงขึ้น และเก็บภาษีป้ายโฆษณานอกอาคารทุกประเภท รวมถึงป้ายหาเสียงหรือป้ายอวยพรของนักการเมือง ส่วนภาษีมรดกเสนอให้ปรับวิธีเก็บเงิน โดยต้องชำระภายใน 150 วันหลังจากที่เจ้าของมรดกเสียชีวิต
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- หมดเขตยื่นภาษีออนไลน์ 2569 ยื่นล่าช่าต้องทำยังไง เสี่ยงค่าปรับ บวกเงินเพิ่ม
- ออสเตรเลียสั่งหั่นภาษีน้ำมัน นาน 3 เดือน ช่วยประชาชน หลังวิกฤตสงคราม
- ญี่ปุ่นเดือด! เจ้าชายโอดได้เงิน 125 ล้านเยนไม่พอใช้ ทั้งที่กินฟรี-อยู่ฟรีจากภาษี
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



