สรุปปมยืมเงิน 2 หมื่นไม่ได้ เจอสากตีหัวดับ เพื่อน-ญาติคนตายนับ 100 ฮือล้อมร้านตัดผม
เจ้าของร้านตัดผม อ้างใช้สากตีศีรษะชายวัย 26 ปีจนเสียชีวิต โดยมีมีดปลายแหลมในมือ อ้างคนตายมาขอยืมเงินแล้วไม่ได้ ชักมีดขู่จนเกิดการต่อสู้กัน กู้ภัยเข้ามาเคลียร์พื้นที่เจอรุมทำร้ายเจ็บ 3 ราย
กรณี นายจีราวัฒน์ อายุ 58 ปี เจ้าของร้านทำผม ใช้สากกะเบือตีหัว นายฐิติ อายุ 26 ปี จนเสียชีวิตภายในร้านโดยมีมีดปลายแหลมในมือ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุ อ้างว่าคนตายมาขอยืมเงินแล้วไม่ได้ จึงไม่พอใจชักมีดออกมาขู่ จนเกิดการต่อสู้กัน สุดท้ายผู้ตายก็ถูกสากตีหัวเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุ กลุ่มเพื่อนและญาตินับ 100 คน มาปิดล้อมร้านตัดผม เชื่อทุกอย่างเป็นการจัดฉาก เพื่อนถูกลวงมาฆ่า ท่ามกลางความโกรธแค้นของกลุ่มเพื่อนที่พยายามฝ่าประตูร้านเข้าไปหานายจีราวัฒน์ แต่ถูกตำรวจและกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าห้ามไว้ เนื่องจากต้องรอให้แพทย์นิติเวชศาสตร์ เข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุก่อน
ต่อมาเกิดการกระทบกระทั่งกัน กลุ่มของเพื่อนผู้เสียชีวิตปะทะคารมณ์กับเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยจนเป้นเหตุให้ฝ่ายหลังบาดเจ็บ 3 ราย รายแรกถูกขวดปาใส่บริเวณใบหน้า รายที่สองถูกขวดตีเข้ที่ศีรษะ รายที่สามถูกรุมชกต่อย นอกจากนี้ยังมีรถพยาบาลถูกทุบกระจก 1 คัน จนในที่สุดต้องมีการแจ้งความที่สภ.ปากเกร็ด เมื่อราว 5 ทุ่มของวานนี้ (17 เม.ย.) ขณะเดียวกันมีกลุ่มเพื่อนของผู้ตายประมาณ 30 คน ติดตามมายังโรงพัก พบกับกลุ่มเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีก
ล่าสุด พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด เรียกทั้งสองฝ่ายมาปรับความเข้าใจกัน จนกลุ่มเพื่อนของผู้ตายอารมณ์เย็นลง และยกมือไหว้ขอโทษกลุ่มเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่อารมณ์ร้อนไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้น เพราะเกรงว่าผู้ตายจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ทั้งนี้ในส่วนของคดีความของเจ้าของร้านทำผมนั้น ให้ข้อมูลกับตำรวจว่า ผู้ตายเป็นลูกค้าที่ร้าน เข้ามาหาตนพร้อมกับขอยืมเงิน 2 หมื่นบาท ตนจึงบอกไปว่าไม่มี ผู้ตายก็พูดว่า จำเป็นต้องใช้เงิน จากนั้นก็ล้วงมีดออกมา ตนเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหนีไปหลังร้าน ผู้ตายก็วิ่งตามไป ด้วยความกลัวตาย ตนจึงสู้กลับ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่สักพัก ระหว่างนั้นตนคว้าสากกะเบือเอาไว้ได้ แล้วตีเข้าที่ศีรษะของผู้ตายหลายครั้งจนแน่นิ่งไป ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตดังกล่าว
เบื้องต้นตำรวจตำรวจควบคุมตัวนายจีราวัฒน์ไปที่ สภ.ปากเกร็ด และไม่เชื่อคำให้การที่อ้างว่าป้องกันตัว เนื่องจากขัดแย้งกับพยานหลักฐานหลายจุด และได้เชิญตัวเพื่อนผู้ตาย, พยานแวดล้อม และตามตัวผู้หญิงที่อยู่ในร้านขณะเกิดเหตุ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียด
หากรวบรวมหลักฐานจากคลิปเสียงและผลชันสูตรชัดเจน อาจนำไปสู่การตั้งข้อหาหนัก “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” แทนการอ้างป้องกันตัว.
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สรุปดราม่า 12 ปี วงโยฯ บุกยืมเงินคุณตัน 3.1 ล้าน ปี 2569 คืนหรือยัง?
- หนุ่มอินเดีย บันดาลโทสะ ใช้เคียวทุบเมียดับ ไม่สลดโพสต์เซลฟี่ศพเมีย
- เคสสยอง สาวหวิดดับคาเครื่อง MRI ใส่ ปลั๊กเสียบก้น ดูดทะลุอวัยวะถึงอก
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





