ข่าวการเมือง

“ศุภจี” รับสินค้ามีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ขอความร่วมมือทุกฝ่ายร่วมกันประหยัด

ศุภจี รับสินค้ามีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ขอความร่วมมือทุกฝ่ายร่วมกันประหยัด ยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งปรับมาตรการ ในช่วงเศรษฐกิจผันผวน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน มีโครงการไทยช่วยไทย ช่วยส่งมอบสินค้าอุปโภคบริโภคไปทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงและผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่รายย่อย

เมื่อวันที่ 11 เมษายนหลังจากมีการประชุมคณะรัฐมนตรี ได้เพิ่มการส่งสินค้าในโครงการไทยช่วยไทย โดยมีการนำสินค้าจากผู้ประกอบการ SME อย่างน้อย 2,000 ราย นำมาขายผ่านช่องทางออนไลน์ทั่วประเทศ ผ่าน 5 แพลตฟอร์ม เช่น ไทยแลนด์ฟูดมาร์ท , Nex Gen Commerc , Shopee , LINE MAN และ TikTok โดยผู้ประกอบการแพลตฟอร์มไม่คิดค่าจีพี และกระทรวงพาณิชย์ช่วยดูแลเรื่องค่าขนส่ง นอกจากนั้นยังมีคูปองลดราคาให้กับประชาชนที่เข้ามาซื้อ

นอกจากเป็นการดูแลสินค้าราคาประหยัดอย่างเป็นการสร้างระดับมาตรฐานและสร้างแบรนด์ให้กับสินค้า SME ด้วยเช่นกัน รวมถึงมีสินค้าราคาประหยัดไปในพื้นที่ต่างๆ เช่น ตลาดนัดกว่า 1,000 แห่ง ผ่านทางรถโมบาย รถพุ่มพวง รถธงฟ้า และเดือนพฤษภาคมนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงของการเปิดเทอมกระทรวงพาณิชย์ได้ทำงานร่วมกันกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อส่งมอบชุดนักเรียนอุปกรณ์การเรียนการสอนที่มีราคาประหยัดไปให้กว่า 1,000 โรงเรียน

สำหรับสถานการณ์ปุ๋ย แบ่งเป็น 2 เรื่อง คือ เรื่องราคาปุ๋ย และ ความขาดแคลนปุ๋ย สำหรับเรื่องราคาปุ๋ยปัจจุบันปุ๋ยยังเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งยังไม่มีคนที่ก่อขึ้นราคาดังนั้นถ้าหากเห็นราคาที่ผิดปกติสามารถเข้าจับกุมและดำเนินคดีได้ปัจจุบันมี 48 รายที่ได้มีการระบุว่ามีคนทำผิดและอยู่ในช่วงการดำเนินการตามกฏหมาย แต่ปุ๋ยก็ยังคงต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบจากแหล่งอื่น โดยพบว่าแหล่งที่นำเข้ามาโดยตรงจากตะวันออกกลาง มี 5 ลำ ที่ยังเข้ามาไม่ได้ยังติดค้างอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาก็พยามที่จะหาปุ๋ยจากแหล่งอื่นที่สามารถเข้ามาได้โดยเร็วก็จะมีประเทศมาเลเซียและบรูไนที่จะช่วยทำให้ขยายความขาดแคลนปุ๋ยออกไปจากเมษายนเป็นพฤษภาคม สำหรับเรื่องความขาดแคลนปุ๋ย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นผู้หาแหล่ง เร่งนำเข้า ส่วนเรื่องราคากระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้ควบคุม

สำหรับการควบคุมราคาสินค้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า สินค้าโดยทั่วไปไม่สามารถคุมราคาได้ทั้งหมด แต่จะมีสินค้าควบคุมที่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น

ในส่วนสินค้าเกษตร โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน ที่มีการยกระดับให้เป็นสินค้าควบคุม หากจะส่งออก ต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์ เพราะจำเป็นต้องใช้มากขึ้นในไบโอดีเซล ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 7-7.90 บาทต่อกิโลกรัม หากราคาตกต่ำ จะเข้าดูแลทันที

ส่วนสินค้าจำเป็นบางรายการ เช่น น้ำมันปาล์ม อยู่ระหว่างพิจารณาการปรับราคา โดยหากจำเป็นจะปรับขึ้น จะปรับในระดับไม่มาก ขณะที่สินค้าอุปโภคอื่น เช่น แชมพูและสบู่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูล ยอมรับว่า ต้นทุนวัตถุดิบใหม่ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าบางส่วนมีแนวโน้มต้องปรับขึ้นตามกลไกตลาด และถึงเวลาที่ประชาชนต้องปรับตัว โดยขอความร่วมมือทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการร่วมกันประหยัด

และเย็นวันนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมประชุม 2 วง โดยวงแรก จะประชุมร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อดูแลต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์และเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญของราคาสินค้า พร้อมตั้งคณะทำงานดูแล นำโดยกรมการค้าภายใน ภายใต้ชื่อคณะกรรมการศึกษาแนวทางการกำกับดูแลสินค้าเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกในภาวะวิกฤตราคาพลังงาน ส่วนวงที่ 2 คือ การหารือกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อดูแลระดับท้องถิ่น เข้าใจความกังวลของประชาชนต่อค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และยืนยันว่าจะเร่งปรับมาตรการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button