ปวิน ฟาด บิลลี่ โอแกน หนุนภท.ไม่สร้างแรงกระเพื่อม แถม “นนนี่” ลูกสาวหลุดเปรยแรง!

เพลินตาแต่ไม่เพลินใจ “ปวิน” วิจารณ์ยับ ปมศิลปินยุค 90 หนุนทัพภูมิใจไทยออกนอกหน้า ชี้เป็นเพียงรีรันอดีตที่ไร้จินตนาการ จังหวะย่ำรอย” ของคนเก่าในยุคใหม่
ฟังข่าวว่าคุณ บิลลี่ โอแกน อดีตนักร้องชื่อดัง ออกมาประกาศหนุน พรรคภูมิใจไทย แล้วก็นึกขำในใจ มันชวนให้นึกถึงละครย้อนยุคที่พยายามจะกลับมาฉายซ้ำในเวลาที่คนเขาเลิกดูทีวีหันไปดูสตรีมมิ่งกันหมดแล้ว เรื่องนี้ยกตัวอย่างได้จากวาทะร่ายยาวของอาจารย์ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ แกเขียนถึงไว้อย่างเผ็ดร้อนว่า การขยับตัวครั้งนี้แทบไม่มีแรงกระเพื่อมใดๆ ในเชิงบวกเลยแม้แต่น้อย
ปวินแกมองอย่างนี้ครับ ! แกบอกว่าภาพของนักร้องยุค 90 ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะนี้ มันไม่ได้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์หรือความเข้าใจในโครงสร้างปัญหาประเทศที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน แต่มันกลับเป็นภาพของคนที่ “หมดบทบาท” ในพื้นที่วัฒนธรรมร่วมสมัย แล้วพยายามจะยื้อพื้นที่ความหมายของตัวเองด้วยการเกาะเกี่ยวอยู่กับขั้วอำนาจ
“การที่บิลลี่ โอแกน ออกมาหนุนพรรคภูมิใจไทย แทบไม่สร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองใดๆ ในเชิงบวกค่ะ กลับกัน มันสะท้อนภาพซ้ำของนักร้องยุค 90 ที่หมดบทบาทในพื้นที่วัฒนธรรมร่วมสมัย แต่พยายามยื้อพื้นที่ความหมายด้วยการเกาะการเมืองกระแสอำนาจมากกว่า (เหมือนดัง พันกร) บิลลี่ไม่ได้มีทุนทางความคิด นโยบาย หรือวิสัยทัศน์ทางสาธารณะใหม่ๆ ที่จะโน้มน้าวคนรุ่นปัจจุบันได้ สิ่งที่เหลืออยู่คือชื่อเสียงเก่า ที่หมดอายุไปพร้อมกับยุคสมัยแล้วค่ะ!”

อาจารย์ผู้ลี้ภัยต่างแดนเพื่อหนีคดี 112 ย้ำด้วยว่า มันเหมือนกับการเอาสินค้าหมดอายุมาปัดฝุ่นใหม่ แล้วหวังว่าชื่อเสียงเก่าๆ จะยังใช้โน้มน้าวใจคนรุ่นปัจจุบันได้ ทั้งที่ในความเป็นจริง “ทุนทางความคิด” มันร่อยหรอไปตามกาลเวลาเสียแล้ว
ที่น่าสนใจคือ ปวินแกจิกกัดพรรคภูมิใจไทยไว้อย่างน่าฟังว่า การเลือกใช้คนเหล่านี้เป็นเครื่องประดับทางการเมือง เพื่อส่งสัญญาณว่ามีแรงหนุนจากเหล่า “ศิลปินผู้รักชาติ” นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงการสร้างความชอบธรรมเชิงอารมณ์มากลบความล้มเหลวเชิงนโยบาย ตั้งแต่เรื่องปากท้อง การบริหารจัดการวิกฤต ไปจนถึงระบบอุปถัมภ์ที่ถูกตั้งคำถาม พรรคกลับเลือกจะใช้เสียงของคนดังรุ่นเก่ามาช่วย “พูดคำหวาน” แทนการตอบคำถามด้วยเหตุและผล
การดึงคนตกรุ่นมาเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าพรรคนี้ยังติดอยู่ในกรงขังของวิธีคิดแบบอนุรักษ์นิยมที่แข็งทื่อ ไม่ทันโลก และมองไม่เห็นอนาคต

ปวินแกฟันธงทิ้งท้ายไว้อย่างเจ็บแสบว่า หากภูมิใจไทยยังภูมิใจกับการเดินหมากแบบนี้ ก็ต้องบอกกันตรงๆ ว่านี่ไม่ใช่การพาประเทศไปข้างหน้า แต่มันคือการ “รีรันอดีตซ้ำๆ แบบไร้จินตนาการ” การเมืองไทยยุค 2026 ควรจะเป็นพื้นที่ของความรู้ใหม่ คนรุ่นใหม่ และข้อเสนอที่กล้าท้าทายอำนาจเดิม ไม่ใช่พื้นที่สงเคราะห์ศิลปินที่คิดไม่ทันโลกให้มีที่ยืน การเมืองแบบนี้ ปวินแกว่า นี่ไม่ใช่อนาคตของประเทศ แต่คือการรีรันอดีตซ้ำๆ แบบไร้จินตนาการ “อย่างนี้ต้องฝังลงในผืนดินจริงๆ”
ขณะเดียวกันด้านของ นนนี่ นนลนีย์ ลูกสาวคนสวยของนักแสดงสาว “แอน” สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ และ บิลลี่ โอแกน ได้แชร์ข้อความทางการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้ว่า “เห็นชอบ รัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทย เป็นไปได้” จากนั้นยังโพสต์ภาพจอดำ พร้อมเขียนข้อความเล็กๆ ไว้ตรงหัวมุม “อายคนจัง” และต่อด้วยอีกหนึ่งข้อความ “หนีกลับหลุม”
ยังไม่แน่ชัดว่า นนนี่ ต้องการสื่อถึงอะไร คงต้องรอฟังจากเจ้าตัวอีกที แต่ก็ยังมีหลายคนตั้งข้อสงสัยถึงกระแสของคุณพ่อบิลลี่ โอแกน ที่ประกาศชัดเจนถึงการเลือกตั้งว่า ไม่สนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ รวมถึงการประกาศตัวเลือก อนุทิน ชาญวีรกุล พรรค ภูมิใจไทย 37 ทั้ง ส.สเขตและ ปาร์ตี้ลิสต์


อย่างไรก็ดี อัปเดตล่าสุดในมุมของเจ้าอขงเพลงฮิตอมตะอย่าง “เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม” และ “ฝังไว้ในผืนดิน” เมื่อกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ได้เคลื่อนไหวทำนองแบ่งรับแบ่งสู้สั้น ๆ เป็นดอกล่าสุด โดยระบุว่า “อย่าดูถูกคนอื่น เพียงเพราะเขา แก่ชรา ยากจน หรือ ไม่ฉลาดเท่าคุณ”.



อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ดึงสติก่อนเลือกตั้งใหญ่! นักร้องดังชี้ศัตรูไม่ใช่คนเห็นต่าง แต่คือ คนโกง ที่รอเสวยสุข
- เพชร กรุณพล ตอบแล้วเลิกคบน็อตไหม เถียงเดือดหลังจบรายการ
- ชัดเจน! บิลลี่ โอแกน โพสต์เลือก อนุทิน นั่งนายกฯ ดันคนเชิดชูทหาร จงรักภักดีต่อชาติ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





