ศึกหีบเลือกตั้ง 69 ไทย VS ญี่ปุ่น วัดกันหมัดต่อหมัด วัสดุ-เทคโนโลยี-งบประมาณ ใครเจ๋งกว่ากัน?
วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2569) ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่ทั้ง “ไทย” และ “ญี่ปุ่น” ต่างจูงมือกันเข้าคูหาเลือกตั้ง สส. พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย! แต่ที่ทำเอาชาวเน็ตแชร์กันสนั่นคือความต่างของ “หีบ” และ “ระบบ” ที่สะท้อนถึงนวัตกรรมและงบประมาณของแต่ละประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยเหตุที่ประเทศไทยกับ “ญี่ปุ่น” จัดให้มีการเลือกตั้งใหญ่พร้อมกันในวันนี้ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ล่าสุดบนโลกออนไลน์จึงพากันแห่แชร์ไวรัลการจัดการเลือกตั้งของประเทศเพื่อนบ้านที่ขึ้นชื่อในเรื่องของระบบการจัดการและ “หีบบัตรเลือกตั้งเหล็ก” ซึ่งล็อกแน่นหนาถึง 2 ชั้น
เพจดังอย่าง “เบื่อเมีย Daily” และชาวโซเชียลต่างแซวถึงรูปลักษณ์หีบเลือกตั้งที่ต่างกันความจริงมีเหตุผลทางวิศวกรรมซ่อนอยู่
“วันนี้ที่ไทยและญี่ปุ่นมีเลือกตั้งเหมือนกัน หีบเลือกตั้งเราต่างกัน” แคปชั่นจากเพจชื่อดังพร้อมกับลงโพสต์ภาพประกอบของหีบเลือกตั้งไทยกับญี่ปุ่นเปรียบเทียบความแตกต่งาให้เก็นกันแบบจะ ๆ !

ความแตกต่างที่เห็นชัดเจนที่สุดคือหีบเลือกตั้ง ซึ่งในเชิงวิศวกรรมนั้นมีเหตุผลรองรับที่น่าสนใจ โดยทางฝั่งญี่ปุ่นเลือกใช้หีบที่ทำจากอลูมิเนียมเป็นหลัก ด้วยคุณสมบัติน้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแกร่งระดับตำนาน
บางใบถูกส่งต่อมาตั้งแต่มหาอุทกภัยหรือเหตุการณ์สำคัญในปี 1998 จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่พังทลาย ถือเป็นการเน้นความคุ้มค่าและความประหยัดในระยะยาวอย่างแท้จริง
ขณะที่ “ประเทศไทย” ยึดถือหลักการประจักษ์สายตาหรือความโปร่งใสเป็นที่ตั้ง หีบส่วนใหญ่จึงเป็นพลาสติกใสเพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าไม่มีบัตรเขย่งหรือบัตรผีแอบซ่อนอยู่ก่อนเริ่มงาน โดยมีต้นทุนต่อใบหลากหลายตั้งแต่วัสดุกระดาษราคาหลักร้อยไปจนถึงแบบเหล็กราคาหลักพัน



บัตรเลือกตั้ง: พลาสติก YUPO คืนตัวเองได้ VS กระดาษ 3 สี
จุดนี้ญี่ปุ่นกินขาดด้วยเทคโนโลยีบัตรยุโปะ (YUPO) ซึ่งเป็น “กระดาษสังเคราะห์ผสมพลาสติก”
ที่ญี่ปุ่น บัตรจะ “กางออกเอง” เมื่อหย่อนลงหีบ ทำให้เวลาเทออกมานับคะแนน เจ้าหน้าที่ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาคลี่บัตรทีละใบ ช่วยลดเวลาการนับคะแนนได้มหาศาล แถมฉีกยังไงก็ไม่ขาด!
ที่ไทยจะเน้นการจำง่ายด้วย “สี” (เขียว-เขต, ชมพู-ปาร์ตี้ลิสต์, เหลือง-ประชามติ) แต่ต้องใช้ความประณีตในการพับและคลี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กปน. ต้องรับบทหนักในคืนวันนับคะแนน


งบประมาณและระยะเวลา
- ญี่ปุ่น งบประมาณ 85,500 ล้านเยน (ราว 17,400 ล้านบาท)
- ไทย งบประมาณ 7,824 ล้านบาท
วันเลือกตั้งล่วงหน้าของไทยเรา 1 วัน คือวันที่ 1 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ส่วนเมืองปลาดิบจัดล่วงหน้า 11 วัน ตั้งแต่ 28 ม.ค. – 7 ก.พ. 69 ด้านการนับคะแนนบ้านเรา “กากบาท (X)” ส่วนของญี่ปุ่นให้เขียนชื่อผู้สมัครด้วยลายมือ
ทั้งนี้ น้อยประเทศนักที่จะใช้ระบบ “เขียนชื่อด้วยลายมือ” แบบญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะใช้บัตรที่พิมพ์ชื่อผู้สมัครไว้แล้วเพื่อให้ประชาชนกากบาท ซึ่งง่ายและเร็วกว่ามาก แต่เหตุผลที่ญี่ปุ่นยังไม่เปลี่ยน เพราะสมาชิกสภาบางส่วนกังวลว่าหากพิมพ์ชื่อเรียงกัน ประชาชนจะแห่กันเลือกชื่อแรกๆ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้สมัครรายอื่น
ผู้ใช้สิทธิของญี่ปุ่นสามารถเดินทางไปเลือกตั้งได้ทุกวันตามจุดที่กำหนด ตั้งแต่เวลา 08.30 – 20.00 น. ยกเว้นบางหน่วยเลือกตั้งที่อาจมีการปรับเปลี่ยนเวลาตามความเหมาะสมและความปลอดภัย ส่วนของไทยเวลาลงคะแนน 08.00 น. – 17.00 น.
อย่างไรก็ตามไม่ว่าหีบจะสวยหรือบัตรจะไฮเทคแค่ไหน สุดท้ายอำนาจที่แท้จริงอยู่ที่ “ปลายนิ้ว” ของพวกเราทุกคน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญนอกจากระบบและเครื่องมืออำนวยความสะดวกแล้ว ย่อมหนีไม่พ้นหัวใจที่พร้อมออกไปใช้สิทธิอย่างถูกต้อง.





อ่านข่าวเพิ่มเติม
- มิลลิ โผล่เช็กอินเลือกตั้ง พร้อมไอเท็มจัดเต็ม แฟนคลับแห่เมนต์เพียบ
- กปน.พะเยา ถูกกล่าวหา แอบยัดบัตรเลือกตั้ง 7 ใบลงหีบ กกต. สั่งสอบด่วน!
- กกต.ตอบ เลือกตั้งชลบุรีเขต 1 หน่วย 3 ปัญหากปน.ไม่ให้เซ็นชื่อบัตรประชามติ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





