สุขภาพและการแพทย์

ไขข้อข้องใจ “จู๋เลือด” กับ “จู๋เนื้อ” ต่างกันอย่างไร แบบไหนเจอได้เยอะกว่ากัน

ไขข้อข้องใจ “จู๋เลือด” กับ “จู๋เนื้อ” ต่างกันอย่างไร แบบไหนพบเยอะกว่ากัน หลังโซเชียลแชร์ประสบการณ์บนเตียง

กลายเป็นที่น่าสนใจหลังจากที่เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict แชร์ข้อความจากแพลตฟอร์ม X พูดถึงประสบการณ์กับอวัยวะเพศชาย โดยได้มีผู้ใช้รายหนึ่งพูดระหว่างอวัยวะเพศสองแบบคือ “จู๋เลือด” กับ “จู๋เนื้อ” ไว้อย่างน่าสนใจ

ข้อมูลจากเว็บไซต์ healthline ได้มีการอธิบายเกี่ยวกับอวัยวะเพศชายทั้ง 2 แบบไว้ว่า “จู๋เลือด” (Grower) คือ องคชาติที่มีขนาดยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปลี่ยนจากตอนอ่อนตัวเป็นตอนแข็งตัว

ส่วน “จู๋เนื้อ” (Shower) คือ องคชาตที่เมื่ออ่อนตัวและตอนแข็งตัวมีความยาวใกล้เคียงกัน และไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงของขนาดมากนัก

เกณฑ์การวัดขนาดและสถิติงานวิจัย

เกณฑ์ที่แพทย์มักนำมาใช้อ้างอิงมาจากงานวิจัยปี 2018 ศึกษาในกลุ่มผู้ชายที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) จำนวน 274 คน พบค่ากลางของการเปลี่ยนแปลงขนาดตั้งแต่ตอนอ่อนตัวจนถึงแข็งตัวอยู่ที่ 4 เซนติเมตร (1.5 นิ้ว)

งานวิจัยดังกล่าวได้ใช้ตัวเลขขนาด 1.5 นิ้วเป็นเกณฑ์ตัดสิน หากแข็งตัวแล้วยาวขึ้นเกิน 1.5 นิ้ว จัดอยู่ในกลุ่ม “จู๋เลือด” ถ้ายาวขึ้นไม่ถึง 1.5 นิ้ว ถือว่าเป็น “จู๋เนื้อ” งานวิจัยในหลายประเทศทั่วโลกได้ผลลัพธ์ต่างกันไปตามปัจจัยทางภูมิศาสตร์และเทคนิคการวัด

  • ปี 2023 (ทั่วโลก): กลุ่มตัวอย่าง 55,761 คน ความยาวเฉลี่ยตอนอ่อนตัว 8.7 ซม. (3.4 นิ้ว) ตอนแข็งตัว 13.9 ซม. (5.5 นิ้ว) สัดส่วนการเปลี่ยนแปลงเฉลี่ย 5.23 ซม. (2 นิ้ว)
  • ปี 2021 (เวียดนาม): กลุ่มตัวอย่าง 14,597 คน ค่ามัธยฐานตอนอ่อนตัว 9.03 ซม. (3.5 นิ้ว) ตอนยืดออก 14.67 ซม. (5.78 นิ้ว) สัดส่วนการเปลี่ยนแปลง 5.64 ซม. (2.2 นิ้ว)
  • ปี 2021 (อิตาลี): กลุ่มตัวอย่าง 4,685 คน ความยาวเฉลี่ยตอนอ่อนตัว 9.47 ซม. (3.7 นิ้ว) ตอนแข็งตัว 16.78 ซม. (6.6 นิ้ว) สัดส่วนการเปลี่ยนแปลง 7.31 ซม. (2.9 นิ้ว)

จู๋แบบไหนพบเจอได้บ่อยกว่ากัน

ข้อมูลจากงานวิจัยปี 2018 ระบุว่ากลุ่มตัวอย่าง 26% เป็นกลุ่มจู๋เลือด (ยาวขึ้นเฉลี่ย 2.1 นิ้ว) ส่วน 74% เป็นกลุ่มจู๋เนื้อ (ยาวขึ้นเฉลี่ย 1.2 นิ้ว) กลุ่มตัวอย่างนี้เป็นผู้รับการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ปัญหาการทำงานขององคชาตอาจมีส่วนทำให้ความยาวเพิ่มขึ้น ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนถึงประชากรทั้งโลก ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์เพียงพอที่จะยืนยันได้ว่าอวัยวะเพศรูปแบบใดพบได้บ่อยกว่ากัน

ขนาดอวัยวะเพศสำคัญต่อชีวิตรักหรือไม่

งานวิจัยปี 2025 สำรวจกลุ่มชายหญิงรักต่างเพศจำนวน 52,031 คน พบผู้ชายถึง 55% ไม่พอใจขนาดองคชาตตนเอง สวนทางกับฝั่งผู้หญิง 85% พึงพอใจกับขนาดองคชาตของคู่นอน ความพึงพอใจในชีวิตเซ็กส์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์ตอนอ่อนตัว

ความมั่นใจและการสื่อสารกับคู่นอนคือสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์ทางเพศที่ดี ผู้มีความกังวลเรื่องขนาดจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อรับคำแนะนำในการปรับทัศนคติและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button