“ฟีฟ่า” เครียด “จีน-อินเดีย” ไม่ยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก กระทบ 3 พันล้านคน

ฟีฟ่า เครียด จีน-อินเดีย ไม่ยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก จะส่งผลให้ประชากรเกือบ 3 พันล้านคน อดดูบอลโลกอย่างถูกกฎหมาย
แม้ว่าจะเข้าใกล้ฟุตบอลโลก 2026 เข้าไปทุกที โดยเกมเปิดสนามจะเริ่มในวันที่ 11 มิถุนายน (ตามเวลาท้องถิ่น) ระหว่างเม็กซิโก และ แอฟริกาใต้ อย่างไรก็ตามประเทศอินเดียและจีน สองประเทศยักษ์ใหญ่บนโลกยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงถ่ายทอดลิขสิทธิ์ได้ ซึ่งจะส่งผลให้ประชากรทั้งสองชาติที่รวมกันกว่าเกือบ 3 พันล้านคน จะไม่ได้รับชมการแข่งขันอย่างถูกลิขสิทธิ์
ปักกิ่งเดลีสื่อของประเทศจีนรายงานว่าสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เรียกค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในจีนสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทางสถานทีโทรทัศน์จีนไม่ยอมจ่าย และยังคงไม่รับข้อตกลง แม้ว่า จานนี่ อินฟานตีโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ จะยอมลดค่ายลิขสิทธิ์ถึงครึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม
เช่นเดียวกันกับที่อินเดียซึ่งยังไม่มีความคืบหน้า แม้ว่าทาง FIFA ลดราคาลงมาเหลือ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว แต่ข้อเสนอที่ใกล้เคียงที่สุดคือ 20 ล้านดอลลาร์ที่ยื่นโดย JioStar ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นตัวเลขที่น้อยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับบอลโลกครั้งก่อน

ส่วนหนึ่งนั้นมาจากที่เวลาลงเตะไม่เอื้อต่อจีนและอินเดีย ซึ่งหลายๆคู่จะเตะในช่วงดึก หรือไม่ก็เตะในช่วงเช้า และการที่ทั้งสองชาติไม่สามารถผ่านเข้ารอบไปเตะได้ แม้จะขยายจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม ก็มีผลต่อความต้องการรับชมอีกด้วย
อย่างไรก็ตามใช่ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นการปิดตายโอกาสการรับชมฟุตบอลโลกของทั้งชาติ โดยก่อนหน้านี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยเข้าพบกับนายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เพื่อถกถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและ NBA หลังจากที่ผู้จัดการทีมฮิวสตัน ร็อคเก็ต เคยออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนฮ่องกง จนทำให้ทางการจีนหยุดออกอากาศบาสเก็ตบอลและยุติกิจกรรมโปรโมตทุกอย่าง จนทำให้ทางการจีนกลับออกอากาศการแข่งขันอีกครั้ง
ซึ่งนายทรัมป์จะเดินทางเยือนประเทศจีนในวันที่ 13-15 พ.ค. นี้และมีความเป็นไปได้ว่าทั้งสองฝ่ายอาจจะหารือถึงลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกที่มีอเมริกา, แคนาดา และ เม็กซิโก เป็นเจ้าภาพ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ศิริกัญญา ค้านรัฐบาลทุ่ม 1.3 พันล้าน ซื้่อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก หวั่นซ้ำรอย 4 ปีก่อน
- ครม.ไฟเขียว 1,300 ล้าน ให้ กสทช. ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2026
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





