ข่าวการเมือง

ศิริกัญญา ค้านรัฐบาลทุ่ม 1.3 พันล้าน ซื้่อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก หวั่นซ้ำรอย 4 ปีก่อน

ศิริกัญญา ค้านรัฐบาลทุ่ม 1.3 พันล้าน ซื้่อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก หวั่นซ้ำรอย 4 ปีก่อน รัฐบาลควรจัดลำดับความสำคัญ อย่าใช้เงินผิดวัตถุประสงค์เพียงเพื่อสร้างคะแนนนิยมระยะสั้น

จากกรณีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณ 1,300 ล้านบาท มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 โดย กสทช. จะทำหน้าที่แม่งานในการดึงภาคเอกชนมาร่วมซื้อโฆษณา ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้นั้น

ล่าสุด น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า มติ ครม. ยังมีความคลุมเครือว่าใครจะเป็นคนซื้อลิขสิทธิ์ และใครจะเป็นคนจ่ายเงิน จึงกังวลว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมกับเมื่อ 4 ปีก่อนหรือไม่

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว แหล่งที่มาของเงินส่วนหนึ่งที่ใช้ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมาจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งนำไปสู่ข้อครหาเรื่องการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ เพราะกองทุน กทปส. มีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง คนรายได้น้อย และผู้พิการให้เข้าถึงสื่อ ไม่ใช่การนำมาอุดหนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกให้คนทั้งประเทศดูฟรี ขณะที่งบจากกองทุนกีฬาฯ ก็ควรถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนากีฬาในประเทศ มากกว่าการซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่

นอกจากนี้ บริบทโทรทัศน์ไทยในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม เนื่องจาก (1) กสทช. ได้ถอดฟุตบอลโลกออกจากกฎ Must Have แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่รัฐต้องควักเงินอุดหนุนเพื่อถ่ายทอดสดให้คนดูฟรีหรือไม่ และ (2) ประสบการณ์เมื่อ 4 ปีที่แล้วเรื่องการละเมิดกฎ Must Carry ของบริษัทเอกชนที่ได้สิทธิ์ถ่ายทอดสด คือทำให้ประชาชนไม่สามารถดูฟุตบอลโลกได้ผ่านทุกช่องทาง ทุกแพลตฟอร์ม บางกล่องก็เกิดปรากฏการณ์จอดำจนเกิดข้อพิพาทกันอยู่ในศาล ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่จบ ดังนั้น ถ้ารอบนี้จะต้องมีการซื้อลิขสิทธิ์จริงๆ ขอให้เป็นเอกชนที่มีแรงจูงใจในเรื่องนี้ ในการเป็นคนที่ใส่เงินลงมา มากกว่าที่จะเป็นฝั่งของภาครัฐ

การที่รัฐบาลรีบฟันธงว่าประชาชนจะได้ดูฟรีแน่นอน ส่งผลกระทบต่ออำนาจต่อรองของตัวเอง ทั้งในการเจรจากับเอเยนต์ผู้ถือสิทธิ์และการดึงภาคเอกชนมาร่วมลงทุน เพราะเอกชนจะมองเห็นช่องทางที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเป็นคนจ่ายเงินสมทบด้วยหรือไม่

ถึงแม้จะไม่ใช่งบประมาณที่ต้องเอามาใช้เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า แต่เงินในกองทุนต่างๆ ก็มีวัตถุประสงค์เฉพาะ และหากไม่ได้ใช้ก็ควรนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน รัฐบาลจึงควรจัดลำดับความสำคัญให้ดี อย่าใช้เงินผิดวัตถุประสงค์เพียงเพื่อสร้างคะแนนนิยมระยะสั้น พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่ได้มีเจตนาขัดขวางโอกาสของแฟนบอลในการรับชมฟุตบอลโลก แต่ต้องการให้รัฐบาลใช้เงินอย่างโปร่งใส ตรงตามวัตถุประสงค์ และให้ความสำคัญกับเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนต่อชีวิตประชาชนมากกว่า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button