คดีฉาว ตร.อังกฤษ จับเหยื่อถูกใส่กุญแจมือจนตาย เชื่อฆาตกร อ้างโดนเหยียดเชื้อชาติ

คดีสะเทือนขวัญจากเมืองเซาแทมป์ตัน ประเทศอังกฤษ กำลังเป็นที่พูดถึงทั่วโลก หลังจากมีการเปิดเผยฟุตเทจจากกล้องบอดีแคมของตำรวจ ที่แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ใส่กุญแจมือเหยื่อที่กำลังจะตายเพราะถูกแทง แทนที่จะช่วยชีวิตเขา เพียงเพราะเชื่อคำโกหกของฆาตกร ว่าโดนเหยียดเชื้อชาติ
ย้อนกลับไป คืนวันที่ 3 ธันวาคม ปีที่แล้ว เฮนรี่ โนวัค วัย 18 ปี นักศึกษาสาขาการเงินชั้นปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนในใจกลางเมืองตามปกติของคนวัยนั้น ราวๆ ตีหนึ่งทุ่ม เขาตัดสินใจเดินทางกลับที่พักคนเดียว พร้อมคุยกับเพื่อนผ่านแอป Snapchat ระหว่างทาง
ระหว่างนั้น เขาเดินสวนทางกับ วิกรัม ดิกวา ชายวัย 23 ปีที่ไม่รู้จักกันมาก่อน สิ่งที่สะดุดตาคือมีดขนาดใหญ่ที่ดิกวาสวมใส่ไว้ในฝักอย่างเปิดเผยบนตัว เฮนรี่หยุดพูดคุยกับเขา วิดีโอในโทรศัพท์ที่พบในภายหลังบันทึกเสียงเฮนรี่พูดว่า “แกเป็นคนไม่ดีนะ บอกมาสิว่าแกเป็นคนไม่ดี” ดิกวาตอบกลับว่า “ฉันเป็นคนไม่ดีก็ได้” จากนั้นการบันทึกก็ตัดจบ
ไม่นานหลังจากนั้น ดิกวาหยิบมีดพิธีกรรมซิกข์ขนาด 8 นิ้วออกมา ก่อนแทงเฮนรี่ถึง 6 ครั้ง หนึ่งในนั้นลึกถึง 8 เซนติเมตรที่บริเวณหน้าอก หลังก่อเหตุ เขายังไล่ตามเหยื่อที่พยายามหนีด้วยความก้าวร้าว พร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอเฮนรี่ขณะกำลังล้มพับ รวมทั้งถ่ายภาพระยะใกล้ที่ใบหน้าของเหยื่อ

คำโกหกพลิกทุกอย่าง
เมื่อตำรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ภาพที่เห็นคือเฮนรี่นั่งเอนพิงอยู่กับผนังบ้าน โดยมีพ่อของดิกวาพยุงไว้ ส่วนดิกวาเองยืนอยู่ใกล้ๆ โดยไม่สวมผ้าโพกหัว ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวซิกข์ที่เรียกว่าเทอร์บัน
ดิกวาเล่นไพ่ใบสำคัญในทันที เขาโกหกตำรวจว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกโจมตี อ้างว่าเฮนรี่ตะโกนด่าด้วยถ้อยคำเหยียดเชื้อชาติ ต่อยหน้า และฉีกผ้าโพกหัวออก เขาชี้ให้ตำรวจดูตาของตัวเองพร้อมอ้างว่าได้รับบาดเจ็บ พี่ชายของดิกวาที่โทรแจ้ง 999 ก็บอกเจ้าหน้าที่เช่นกันว่าน้องชายถูก “โจมตีด้วยแรงจูงใจทางเชื้อชาติ” ทั้งหมดนั้นเป็นคำโกหก
ศาลพิสูจน์ในภายหลังว่า ดิกวายังสวมผ้าโพกหัวอยู่หลังจากแทงเหยื่อแล้ว และน่าจะถอดออกเองก่อนตำรวจจะมาถึง ส่วนผู้พิพากษากล่าวยืนยันว่า “มั่นใจแน่นอน” ว่าเฮนรี่ไม่เคยพูดสิ่งใดที่เป็นการเหยียดเชื้อชาติเลย เพราะนั่น “ขัดกับลักษณะนิสัยที่แท้จริงของเขาอย่างสิ้นเชิง”
แต่ในคืนนั้น ตำรวจเชื่อคำของดิกวา

“ผมถูกแทง หายใจไม่ออก”
ฟุตเทจบอดีแคมที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 บันทึกเหตุการณ์อย่างละเอียด เฮนรี่พยายามบอกเจ้าหน้าที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า 9 ครั้งว่า “ผมถูกแทง” แต่เจ้าหน้าที่นายหนึ่งตอบกลับว่า “ไม่ได้หรอกเพื่อน” เจ้าหน้าที่ลากตัวเขาไปบนพื้นขณะที่เขายังคงร้องขอความช่วยเหลือ บอกว่าหายใจไม่ออก ก่อนจะถูกสั่งให้วางมือเพื่อใส่กุญแจมือ
ในฟุตเทจยังปรากฏภาพดิกวาบอกตำรวจว่าเหยื่อไม่ได้ถูกแทง และเจ้าหน้าที่หญิงตอบว่า “ฉันรู้ค่ะ แต่เราต้องตรวจสอบกันหน่อยใช่ไหม”
เฮนรี่ โนวัค เสียชีวิตในเวลาไม่นานหลังจากนั้น จากการจมอยู่ในเลือดของตัวเอง ขณะที่มือของเขายังถูกล็อกด้วยกุญแจมืออยู่
โจทก์สรุปในชั้นศาลว่า “การที่เฮนรี่ โนวัค ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว ถูกย่ำยีศักดิ์ศรี และถูกใส่กุญแจมือ คือผลโดยตรงจากคำโกหกของวิกรัม ดิกวา”
การพิพากษา ความเจ็บปวดเกินทนได้
วิกรัม ดิกวา ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรม และถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตโดยต้องรับโทษขั้นต่ำ 21 ปี ผู้พิพากษาบอกกับดิกวาว่า สิทธิ์การพกมีดในที่สาธารณะตามหลักศาสนาซิกข์นั้นเป็น “สิทธิพิเศษ” ที่มาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวง”
หลักการพื้นฐานของศาสนาก็คือมีดนั้น “ไม่เคยถูกพกไปเพื่อจุดประสงค์การรุกราน” ผู้พิพากษากล่าวต่อว่า ดิกวา “นำความอัปยศมาสู่ครอบครัวและศาสนาของตน” การกระทำของเขาก่อให้เกิดความตึงเครียดทางเชื้อชาติทั่วประเทศ จนชาวซิกข์จำนวนมากรู้สึกไม่ปลอดภัย
ท่ามกลางน้ำตาของสมาชิกในครอบครัวนอกศาล มาร์ค โนวัค บิดาของเฮนรี่กล่าวว่า “เฮนรี่ไม่ควรต้องตายบนถนนในเมืองเซาแทมป์ตันขณะอยู่ในความดูแลของตำรวจ วิธีที่ลูกชายเราถูกปฏิบัติเป็นสิ่งไร้มนุษยธรรมและย่ำยีศักดิ์ศรี”
เขากล่าวต่อว่าสิ่งที่ทนไม่ได้ที่สุดคือความแตกต่างระหว่างการปฏิบัติต่อลูกชายกับการปฏิบัติต่อฆาตกร “ตำรวจเชื่อฆาตกร ไม่ถูกใส่กุญแจมือทั้งตอนถูกจับและตอนถูกพาตัวไปสถานีตำรวจ อย่างที่ดิกวาเองบอกในศาลว่า ขณะถูกจับกุมในคดีฆาตกรรมลูกชายเรา ตำรวจยังพาเขาไปที่ครัวเพื่อให้เลือกอาหารด้วยซ้ำ ความแตกต่างนี้ทนไม่ได้จริงๆ”
มาร์คยังเรียกร้องให้มีการสอบสวน “เต็มรูปแบบ กล้าหาญ และโปร่งใส” เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในคืนนั้น

คลื่นความโกรธจากการเมืองและสังคม
คดีนี้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในอังกฤษและต่างประเทศ ไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรค Reform UK แชร์วิดีโอพร้อมระบุว่านี่คือ “ฟุตเทจการเลือกปฏิบัติที่น่าตกตะลึงที่สุดที่คุณจะได้เห็น” ส่วน โรเบิร์ต เจนริค นักการเมืองอีกคนก็แชร์ต่อพร้อมระบุว่า “เขาเป็นเหยื่อ แต่ถูกปฏิบัติเหมือนอาชญากร”
มหาเศรษฐีเทคโนโลยี อีลอน มัสก์ ประกาศเสนอสนับสนุนเงินทุนในการดำเนินคดีส่วนตัวกับตำรวจ ขณะที่ตำรวจแฮมป์เชียร์ออกมาขอโทษต่อครอบครัวโนวัค รองหัวหน้าตำรวจยอมรับกับสื่อว่า “ผมเสียใจที่เขาถูกใส่กุญแจมือและถูกจับกุม” และขณะนี้สำนักงานอิสระเพื่อการกำกับดูแลตำรวจกำลังสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในคืนเกิดเหตุอยู่
คดีนี้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญว่า การฝึกอบรมด้านการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติที่ตำรวจอังกฤษได้รับนั้น กำลังส่งผลเสียต่อวิจารณญาณของเจ้าหน้าที่หรือไม่ เมื่อพวกเขาให้น้ำหนักกับข้อกล่าวหาเรื่องเชื้อชาติจนมองข้ามสัญญาณที่ชัดเจนว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ตรงหน้า

ประวัติฆาตกร ชายผู้หลงใหลอาวุธ
หลังจากเกิดเหตุ มีการเปิดเผยว่าดิกวามีความหลงใหลในอาวุธมาหลายปีก่อนแล้ว เขาและ กุรปรีต พี่ชายเคยเป็นครูสอน “กัทกา” ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ด้วยอาวุธของชาวซิกข์ วิดีโอจากปี 2023 บันทึกภาพทั้งสองคนสาธิตกัทกาด้วยมีดและโล่เล็กต่อหน้าผู้ชมในงานซิกข์แห่งหนึ่งในลอนดอน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในชุมชนซิกข์เปิดเผยว่าชุมชนตัดความสัมพันธ์กับดิกวาไปก่อนหน้านี้แล้ว เพราะกังวลในพฤติกรรมของเขา
ในห้องนอน ดิกวาและพี่ชายเก็บอาวุธไว้จำนวนมากราวกับคลังแสง และเมื่อถูกสอบปากคำเรื่องมีดที่ใช้ฆ่าเหยื่อ ดิกวายังพูดถึงมันด้วย “ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความรัก”
ครอบครัวโนวัคระบุว่าพวกเขายึดมั่นว่า “วิกรัม ดิกวาคือผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวและร้อยเปอร์เซ็นต์ต่อการฆาตกรรมอันโหดร้ายของลูกชายเรา” แต่ยังคงเรียกร้องความยุติธรรมจากระบบที่ปล่อยให้เฮนรี่ตายคนเดียว ถูกย่ำยีศักดิ์ศรี บนถนนในเมืองที่เขามาเรียนหนังสือ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สลดซ้ำซาก! เรือผู้อพยพล่มนอกชายฝั่งลิเบีย สังเวย 53 ชีวิต รอดเพียง 2 ราย
- เด็กหญิงสวีเดน 16 ปี ถูกผู้อพยพข่มขืน แต่ศาลไม่เนรเทศ อ้างเพราะข่มขืนไม่นานพอ ไม่ร้ายแร
- ถกเดือด รร.สวิส สอนมารยาท นทท.อินเดีย ห่อบุฟเฟต์กลับห้อง สั่งจานเดียวแบ่งกินหลายคน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





