ข่าว

ศุภมาส ควง อย.-สคบ. บุกโรงงาน “ปลากระป๋อง” ไม่ตรงปก พร้อมอายัดทุกยี่ห้อที่ผลิต

ศุภมาส นำทีม อย.-สคบ. บุกโรงงาน “ปลากระป๋อง” ไม่ตรงปก หลังพบใช้ปลานิล แทนปลาแมคเคอเรล พร้อมอายัดทุกยี่ห้อที่ผลิต

6 พ.ค. 2569 รัฐบาลเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดราม่าปลากระป๋อง “ไม่ตรงปก” ที่กำลังเป็นกระแสในโลกออนไลน์ นำโดยนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย., สสจ.สมุทรสาคร และ สคบ. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ จ.สมุทรสาคร

น.ส.ศุภมาส ในฐานะผู้กำกับดูแล สคบ. กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ว่า การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และต้องการมาดูกระบวนการผลิตด้วยตาตนเองโดยตรง ชี้ว่าการที่บริษัทเยียวยาผู้โพสต์และขอให้ลบคลิปเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สคบ. ต้องเข้ามาดูภาพรวมของเรื่องสินค้าไม่ตรงปก เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภคอย่างชัดเจน

หากฉลากระบุว่าเป็นปลาแมคเคอเรลแต่ข้างในเป็นปลานิลหรือปลาชนิดอื่น ถือว่าทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสินค้า และส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนทั้งประเทศ

น.ส.ศุภมาส กล่าวย้ำว่า “ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คือหัวใจสำคัญของการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จะดำเนินการทุกมาตรการเพื่อรักษามาตรฐานดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายจากการใช้สินค้าหรือบริการดังกล่าว ตามสิทธิขั้นพื้นฐานของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค” พร้อมยืนยันว่า สคบ. จะทำงานร่วมกับ อย. อย่างใกล้ชิดเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้ถึงที่สุด

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. เผยว่า ขณะนี้ได้สั่งระงับการผลิตและเก็บตัวอย่างส่งพิสูจน์สายพันธุ์ปลาไปยังกรมประมงแล้ว จากการตรวจสอบที่โรงงาน บริษัท ศรีรุ้งงามฟู้ดส์ จำกัด พบสถานที่ผลิตไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน GMP ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขอนามัย และยืนยันพบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปลาผิดชนิดจริงตามที่เป็นข่าว เจ้าหน้าที่จึงอายัดปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ ตรา ดอกโบตั๋น เลขสารบบอาหาร 74-1-13654-1-0002 พร้อมยี่ห้ออื่นที่พบทั้งหมด ณ สถานที่ผลิต จำนวน 12,760 กระป๋อง และ ณ สถานที่จำหน่าย จำนวน 250 กระป๋อง

ภญ.สุภัทรา ย้ำว่า การใช้ปลาผิดชนิดแทนที่ระบุไว้บนฉลาก เข้าข่าย “อาหารปลอม” ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับ 5,000 ถึง 100,000 บาท ส่วนฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้องมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท และกรณีสถานที่ผลิตไม่ผ่านเกณฑ์มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบการทั่วประเทศว่า การลดต้นทุนด้วยการเปลี่ยนวัตถุดิบโดยไม่แจ้งผู้บริโภค ไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังทำลายชื่อเสียงอุตสาหกรรมอาหารไทยในเวทีโลกด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button