การเงินเศรษฐกิจ

เช็กด่วน! กลุ่มไหนอดเงิน 4,000 ไม่มีสิทธิลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส 2569

สรุปเงื่อนไขโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ก่อนเริ่มใช้ 1 มิ.ย. 69 ประชาชนทั่วไปใช้สิทธิแบบรัฐสมทบ 60% และผู้ได้สิทธิจ่ายเอง 40% เช็กด่วนกลุ่มไหนเสี่ยงอดเงิน 4,000 บาท

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส (คนละครึ่งพลัส) กำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนเปิดใช้จริง 1 มิถุนายน 2569 รัฐบาลวางวงเงินช่วยเหลือ 4,000 บาทต่อคน โดยทยอยจ่ายเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน รูปแบบรัฐสมทบ 60% ประชาชนจ่าย 40% และตั้งเป้าครอบคลุมผู้รับสิทธิเกิน 20 ล้านคน

แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้สิทธิอัตโนมัติ บางกลุ่มเสี่ยงตกหล่น บางกลุ่มต้องลงทะเบียนใหม่ และบางกลุ่มได้เงินคนละรูปแบบกัน บทความนี้สรุปให้ครบ ใครได้ ใครพลาด และต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนเปิดลงทะเบียนเดือนพฤษภาคม

ไทยช่วยไทยพลัสคืออะไร แตกต่างจากคนละครึ่งเดิมตรงไหน

ไทยช่วยไทยพลัสเป็นแพ็กเกจรวม 2 มาตรการเข้าด้วยกัน คือโครงการ คนละครึ่งพลัส สำหรับประชาชนทั่วไป และมาตรการ เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับผู้ถือบัตรคนจนราว 14 ล้านคน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุเหตุผลเปลี่ยนชื่อโครงการว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน รัฐบาลจึงปรับเป้าหมายจากการกระตุ้นเศรษฐกิจมาเป็นการบรรเทาภาระโดยตรง ขยายระยะเวลาจาก 2 เดือนเป็น 4 เดือน และปรับสัดส่วนรัฐสมทบจาก 50:50 เดิม เป็น 60:40

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าจะเปิดลงทะเบียนภายในเดือนพฤษภาคม 2569 และเริ่มใช้สิทธิ 1 มิถุนายน 2569 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

วงเงินและรูปแบบที่แต่ละกลุ่มได้รับ

ประชาชนทั่วไปที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับสิทธิรวม 4,000 บาท ทยอยจ่ายเดือนละ 1,000 บาท ตั้งแต่มิถุนายนถึงกันยายน 2569 รัฐออกให้ 60% ผู้ใช้สิทธิจ่ายเอง 40% เมื่อสแกนซื้อสินค้ากับร้านค้าที่เข้าร่วม

วงเงินรายเดือนต้องใช้ให้หมดภายในเดือนนั้น ไม่สามารถสะสมข้ามเดือนได้ และห้ามถอนเป็นเงินสด ใช้สแกนจ่ายผ่านแอปฯ เท่านั้น

ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 14 ล้านคน รัฐจ่ายให้เต็มจำนวน 4,000 บาท ทยอยจ่ายเดือนละ 1,000 บาทเช่นกัน แต่ไม่ต้องจ่ายสมทบ เพราะเป็นกลุ่มที่รัฐออกให้ 100%

กลุ่มไหนเสี่ยงอดเงิน 4,000 บาท

จากเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังเปิดเผยเบื้องต้น และจากเกณฑ์โครงการคนละครึ่งรอบก่อน กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษมีดังนี้

1. คนไม่มีสัญชาติไทยหรือไม่มีบัตรประชาชน — เงื่อนไขกำหนดชัดว่าผู้มีสิทธิต้องเป็นคนสัญชาติไทยและมีบัตรประจำตัวประชาชน กลุ่มนี้หลุดตั้งแต่ด่านแรก

2. คนอายุไม่ถึงเกณฑ์ — รายงานล่าสุดจากนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเกณฑ์อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน ขณะที่บางสำนักข่าวยังอ้างเกณฑ์รอบก่อนที่ 16 ปี ผู้ที่อยู่ในช่วงอายุนี้ควรรอประกาศเป็นทางการอีกครั้ง

3. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสไม่ได้ — กลุ่มนี้ไม่เสียสิทธิทั้งหมด แต่จะอยู่ในมาตรการเติมเงินโดยตรง ไม่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ 60:40 ของประชาชนทั่วไปได้

4. คนเคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากคนละครึ่งระยะ 1-5 — หากรัฐบาลยึดเกณฑ์เดิม กลุ่มนี้จะไม่เข้าเงื่อนไข

5. คนที่ลงทะเบียนไม่ทันหรือยืนยันตัวตนผ่านเป๋าตังไม่สำเร็จ — แม้คุณสมบัติครบถ้วน แต่หากพลาดขั้นตอนยืนยันตัวตน OTP หรือสแกนใบหน้าในแอปฯ ก็ใช้สิทธิไม่ได้

ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนเปิดลงทะเบียน

แอปพลิเคชันเป๋าตังยังเป็นช่องทางหลัก กรุงไทยดูแลระบบเช่นเดิม ผู้ที่เคยติดตั้งไว้แล้วควรอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดและเปิดใช้งาน G Wallet ไว้ล่วงหน้า

เมื่อเปิดลงทะเบียน ผู้ใช้ต้องเข้าแอปฯ กดแบนเนอร์โครงการ ยอมรับข้อตกลง ยืนยันลงทะเบียน รอผลแจ้งกลับผ่านแอปฯ และ SMS ภายใน 3 วัน จากนั้นเติมเงินเข้า G Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิในช่วงเวลา 06.00-23.00 น. ตามวันที่รัฐบาลกำหนด

สิ่งที่ต้องรอความชัดเจน

แม้กรอบเวลาและสัดส่วนรัฐสมทบจะถูกเคาะแล้ว แต่รายละเอียดบางส่วนยังต้องรอประกาศเป็นทางการ ทั้งวันเปิดลงทะเบียนที่แน่นอน เกณฑ์อายุขั้นต่ำที่จะใช้จริง เกณฑ์รายได้ขั้นสูง และที่มาของงบประมาณ ซึ่งกระทรวงการคลังคาดว่าจะใช้งบจาก พ.ร.บ. โอนงบประมาณปี 2569 ส่วนที่ส่วนราชการก่อหนี้ผูกพันไม่ทันเดดไลน์ 30 เมษายน 2569

นายภราดรย้ำว่าจำนวนผู้ได้รับสิทธิจะขึ้นอยู่กับงบประมาณที่จัดสรรได้ ดังนั้นตัวเลข 20 ล้านคนยังเป็นเป้าหมายเบื้องต้น ไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย

ผู้สนใจควรติดตามประกาศจากกระทรวงการคลังและแอปฯ เป๋าตังอย่างใกล้ชิดในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button