พรรคประชาชน สับรัฐบาล “มิบังควร” 9 องคมนตรี ร่วมประชุม บกปภ.ช. ภัยแล้ง 69
ไอซ์ รักชนก แชร์โพสต์พรรคประชาชน ตั้งคำถามรัฐบาลอนุทิน หลัง 9 องคมนตรีเข้าให้คำแนะนำในประชุม บกปภ.ช. รับมือภัยแล้งปี 2569 ชี้กระทบหลักความรับผิดชอบฝ่ายบริหาร
วันพุธที่ 20 พ.ค. 69 พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ตั้งข้อสังเกตรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล หลังคณะองคมนตรี 9 ราย เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมแผนรับมือภัยแล้งปี 2569 ระบุว่ารัฐบาลกำลังกระทำการ “มิบังควร” และเสี่ยงละเมิดหลักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
สส. รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แชร์โพสต์จากเฟซบุ๊กเพจ พรรคประชาชน – People’s Party” ที่เผยแพร่บทวิเคราะห์ดังกล่าว
องคมนตรี 9 ราย ร่วมประชุม บกปภ.ช. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.55 น. ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คณะองคมนตรีจำนวน 9 ราย เข้าร่วมสังเกตการณ์ ให้คำแนะนำ และข้อห่วงใย ในการประชุม บกปภ.ช. เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้งปี 2569
รายชื่อองคมนตรีที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย
- นายพลากร สุวรรณรัฐ
- พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข
- พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
- พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
- พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา
- พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ
- พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท
- พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง
- นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ

การประชุมครั้งนี้ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธาน ผ่านระบบ Video Conference ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ
พรรคประชาชน ชี้เป็นการ “คลุกวงใน” ฝ่ายบริหารแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
โพสต์จากเพจพรรคประชาชน ระบุว่า การประชุม บกปภ.ช. เป็นกลไกปกติของฝ่ายบริหารในการกำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือการที่คณะองคมนตรีหลายท่านเข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ”
พรรคประชาชนมองว่า การที่องคมนตรีเข้า “คลุกวงใน” กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิด ชวนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในทางหลักการ
ชี้ขัดหลักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พรรคประชาชน ระบุหลักการพื้นฐานว่า พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบัน โดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร
ส่วนองคมนตรี มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ จึงต้องวางตัวเป็นกลาง และไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะ เพื่อไม่ให้ถูกตีความว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร
พรรคประชาชน เห็นว่าเส้นแบ่งระหว่าง “การให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางมาก โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย คำแนะนำจากองคมนตรีย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการของผู้ปฏิบัติงานจริง
ตั้งคำถามเรื่องหลักความรับผิดรับชอบ
ประเด็นสำคัญที่พรรคประชาชนหยิบยกขึ้นมา คือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย
รัฐบาลเป็นฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ส่วนองคมนตรีมีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ
พรรคประชาชน ตั้งคำถามว่า หากคำแนะนำขององคมนตรีถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่ หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน

สรุปจุดยืนพรรคประชาชน
พรรคประชาชน ระบุว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้จะสร้างความสับสนว่าใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรง แต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง
พรรคประชาชน ปิดท้ายโพสต์ว่า ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย ความหวังดีต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้คำแนะนำกลายสภาพเป็นข้อสั่งการ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน
ฝั่งรัฐบาล นายกฯ อนุทินกล่าวรับเกียรติ
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมว่า การประชุม บกปภ.ช. ในวันดังกล่าว “ได้รับเกียรติอย่างสูงยิ่งจากคณะองคมนตรี” พร้อมระบุว่ารัฐบาลห่วงใยต่อสถานการณ์ภัยพิบัติที่รุนแรงและถี่ขึ้น
นายกฯ ระบุด้วยว่า ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีปริมาณฝนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากแนวโน้มเผชิญสภาวะเอลนีโญในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2569 และอาจต่อเนื่องถึงปลายปี
ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งระหว่างปี 2564-2568 ครอบคลุม 25 จังหวัด 104 อำเภอ 465 ตำบล 3,821 หมู่บ้านและชุมชน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข้อมูล
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





