สาวโวย รพ.ถลาง วินิจฉัยมั่ว-จ่ายยาผิด เพจดังงัดหลักฐานกลับ ความดันพุ่งทะลุ 200
สาวโพสต์เดือด แฉโรงพยาบาลถลางวินิจฉัยโรคผิด หวังขอยาแก้ปวดจากอุบัติเหตุรถชน แต่หมอตรวจพบความดันสูงวิกฤต ล่าสุดเพจ Drama-addict กางแถลงการณ์ชี้แจง โรงพยาบาลทำถูกมาตรฐาน เตือนคนไข้รีบรักษาด่วน
เกิดประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความวิจารณ์การทำงานของ โรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต อย่างรุนแรง ระบุว่า ตนเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อใช้สิทธิ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หวังรับการรักษาอาการปวดต้นคอ กล้ามเนื้อ และปวดขา ซึ่งเป็นผลจากอุบัติเหตุรถชนอย่างแรง เธอต้องการยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยานวด และใบรับรองแพทย์
แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อแพทย์ผู้วินิจฉัยระบุว่าเธอมีอาการของโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง เจ้าของโพสต์แสดงความไม่พอใจอย่างหนัก กล่าวหาว่าแพทย์ออกใบรับรองแพทย์มั่ว มักง่าย และไม่ใส่ใจผู้ป่วย เธออ้างคำพูดของแพทย์ที่ระบุว่าอาการจากรถชนน่าจะหายไปนานแล้ว เธอเปรียบเทียบศักยภาพของแพทย์โรงพยาบาลถลางว่าสู้โรงพยาบาลศิริราชไม่ได้ พร้อมประกาศกร้าวว่าจะไม่ลบโพสต์ ไม่รับกระเช้าขอโทษ และท้าให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรวจสอบเรื่องนี้
ต่อมา เจ้าของโพสต์ยังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลถลางออกจดหมายปกป้องแพทย์ที่จ่ายยาผิด และขอให้ผู้สื่อข่าวรวมถึงชาวเน็ตช่วยแชร์เรื่องนี้ให้ถึงรายการโหนกระแส เพื่อตีแผ่ระบบการทำงานของแพทย์ในภูเก็ต

เรื่องราวทำท่าจะบานปลาย จนกระทั่งวันที่ 28 เมษายน 2569 เฟซบุ๊ก เพจ Drama-addict ได้แชร์แถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงจากโรงพยาบาลถลาง พร้อมแสดงความคิดเห็นที่ทำเอาคดีพลิก เพจดังระบุว่าโรงพยาบาลปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องแล้ว
ข้อมูลจากแถลงการณ์เผยให้เห็นความจริงอีกด้าน คนไข้รายนี้ประสบอุบัติเหตุจราจรมาก่อนหน้านี้เป็นเวลาหนึ่งเดือน ในตอนนั้นแพทย์ตรวจร่างกายและเอกซเรย์แล้ว คนไข้มีอาการปวดศีรษะรุนแรง แพทย์แนะนำให้ทำซีทีสแกน (CT Scan) แต่คนไข้ปฏิเสธการตรวจ
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน คนไข้กลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งด้วยอาการปวดศีรษะ แพทย์ตรวจพบความดันโลหิตสูงถึงขั้นวิกฤตที่ 207/135 แพทย์จึงทำการซีทีสแกนและไม่พบความผิดปกติในสมอง แพทย์สรุปอาการปวดศีรษะเกิดจากภาวะความดันโลหิตสูงรุนแรง ไม่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุเมื่อเดือนที่แล้วแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น คนไข้ยังปฏิเสธการรับยาลดความดันอีกด้วย

อ่านข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติม
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





