ข่าวการเมือง

“เท้ง ณัฐพงษ์” ได้ไปต่อ นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชนเหมือนเดิม ชี้ 4 หมุดอุปสรรคประเทศ

“เท้ง ณัฐพงษ์” ได้ไปต่อ นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชนเหมือนเดิม พร้อมสื่อสารที่ชัดเจน ชี้ 4 หมุดอุปสรรคของประเทศ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชน ครั้งที่ 1/2569 ที่โรงแรมเมเปิล บางนา โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวาระการประชุมใหญ่สามัญของพรรคอย่างเป็นทางการ แต่จริงๆ แล้วเรามีการสัมมนาร่วมกันตลอด 2 วันที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าช่วงเวลา 2 วันที่ผ่านมา เราไม่ได้พูดคุยกันแค่เรื่องปัญหาภายในพรรค แต่สิ่งที่เราพูดคุยกันคือปัญหาและอนาคตของประเทศ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการที่พวกเราจะทำอย่างไรให้พรรคประชาชนเป็นยานพาหนะที่จะนำมาซึ่งการสร้างการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ดีกว่าอย่างแท้จริง

สำหรับหัวข้อที่เราพูดคุยกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายประเด็นที่เป็นประเด็นที่เราได้รับเสียงสะท้อนมาตั้งแต่หลังเลือกตั้ง และต้องยอมรับกันว่าหลังการเลือกตั้งหลายอย่างเกิดความไม่ชัดเจนขึ้นในสังคม จากที่ได้พูดคุยและตกผลึก สร้างความคิดร่วมกัน และสามารถสร้างความชัดเจนขึ้นได้ ทั้งในองคาพยพของพรรค และความชัดเจนที่จะนำเสนอต่อสังคม 3 ความชัดเจน คือ บุคลากร การทำงานของพรรค และอุปสรรคที่สำคัญของประเทศ รวมถึง 4 หมุดหมายที่สำคัญที่เราจะนำเสนอต่อประชาชนคนไทย ว่า เมื่อเรามีความชัดเจนในข้อนี้แล้ว อะไรเป็นหมุดที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2569

ทั้งนี้ ความชัดเจนแรก ตนขอแสดงความยินดีกับ 10 สส. ที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อในสภาผู้แทนราษฎรกับทุกคนต่อ ความชัดเจนที่ 2 คือ ความชัดเจนของคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่เราจะนำเสนอในระเบียบวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ โดยที่ผ่านมาเราถูกบีบว่าพรรคประชาชนจะต้องเลือกทำทางไหน สังคมตั้งคำถามกับเราว่าจะเป็นพรรคเชิงกระแสหรือเป็นพรรคที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปทำงานในพื้นที่ เลือกทำการเมืองแบบที่พรรคอื่นทำในอดีต

“การเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเลือกทางเดินทางหนึ่งได้ เราต้องเลือกทั้ง 2 ทางอย่างดีที่สุดโดยพร้อมกัน มีข้อเสนอจากเพื่อนสมาชิกว่าทำงานทางความคิดต้องเริ่มอย่างเข้มข้นและต้องเริ่มจากพรรค มีข้อเสนอว่าเราจะไปทำงานความคิดกับประชาชนได้อย่างไรหากองคาพยพยังมีความคิดและความเชื่อไม่ตรงกัน นี่เป็นสิ่งสำคัญและตนให้คำมั่นสัญญากับเพื่อนสมาชิกทุกคนว่า คณะกรรมการบริหารพรรค ผู้บริหารของพรรค เราจะเน้นการทำงานทางความคิดให้เข้มข้นทั้งภายในพรรคและภายนอกพรรคอย่างต่อเนื่องต่อไป”

อย่างไรก็ตาม การทำงานทางความคิดเพียงอย่างเดียวย่อมไม่สามารถที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้ ซึ่งต้องทำงานในพื้นที่ด้วยอย่างเข้มข้นด้วย และจะมีการจัดตั้งแกนนำในชุมชนต่างๆ เพื่อปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชนและคนรุ่นหลัง การทำงานพื้นที่ของเราจะไม่มีวันไปทำงานประเภทแจกของหรือสร้างบุญคุณตามตอบแทนกับประชาชน ประชาชนไม่จำเป็นต้องมาติดหนี้พวกเราในฐานะนักการเมือง เราต้องรับใช้พวกเขา มีข้อเสนอจากเพื่อน สส. ว่าการทำงานจัดตั้งมวลชนของพวกเราคือการชวนให้เขามาเป็นเจ้าของประเด็น ร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไปพร้อมกับเรา

ประเทศไทยในวันนี้สิ่งสำคัญไม่ใช่อุปสรรคภายนอก หากเรามีระบบรัฐบาลและการเมืองในประเทศที่เข้มแข็ง มีรัฐบาลที่ไม่มีสีเทา สมาชิกรัฐสภาไม่ได้ถูกครอบงำโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างที่ไม่ควรจะเป็น หากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ว่าอุปสรรคภายนอกจะร้ายแรงแค่ไหน ประชาชนก็ยังคาดหวังสิ่งที่ดีกว่าได้เสมอ เห็นได้จากวิกฤติพลังงานที่ผ่านมา ใครที่มีเส้นสายกับบ้านใหญ่หรือกลุ่มทุนพลังงานก็อาจเข้าสู่ทรัพยากรได้เร็วกว่าคนตัวเล็กตัวน้อย

สิ่งสำคัญของเราต่อจากนี้คือการล็อกเป้า และชี้เป้าให้คนไทยทั้งประเทศเห็นภาพร่วมกับเราชัดๆ ไม่ว่าเขาจะเคยเลือกพรรคการเมืองใดในอดีตก็ตาม แต่อุปสรรคและศัตรูของประชาชนที่สำคัญในประเทศนี้ไม่ใช่วิกฤติพลังงานเฉพาะหน้า หรือวิกฤติต่อๆ ไปที่ถาโถมในอนาคต แต่คือวิกฤติภายในของพวกเราเอง เราจะต่อสู้กับระบอบการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองมุ้งใหญ่อย่างไร องค์กรอิสระ หรือสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระบบราชการที่ไม่มีความโปร่งใส และไม่ยึดโยงกับประชาชน เป็นภารกิจหน้าที่ของเราทุกคน การสื่อสารของพวกเราต่อจากนี้ ต้องชี้เป้าให้ชัดเจนว่าอุปสรรคที่สำคัญของประเทศคือระบอบกินรวบที่กำลังกัดกินประเทศนี้อยู่ สำหรับ 4 หมุดหมาย คือ

1. เตรียมเปิดตัวคณะรัฐมนตรีเงาที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล

2. ขับเคลื่อนกรรมาธิการทั้ง 9 คณะ ต้องขอชื่นชมทีมเจรจาที่ทำให้เราได้คณะกรรมาธิการที่ดีมาก และสามารถขับเคลื่อนประเด็นที่เราตั้งใจในสภาฯ ชุดนี้ได้

3. การทำงานยุทธศาสตร์พื้นที่ พรรคได้ตั้งทีมทำงานขึ้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง เราเตรียมพร้อมจะเคาะผู้สมัครให้เร็วภายในเดือนกรกฎาคม ให้ลงไปทำงานในพื้นที่ ให้มีเวลาในการเข้าไปนำเสนอนโยบาย และปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชน ส่วนในเรื่องของปัญหาคุณสมบัติผู้สมัคร ยิ่งเราเคาะผู้สมัครได้เร็ว ประชาชนก็ยิ่งมีโอกาสเข้ามาตรวจสอบผู้สมัครของเราได้เร็ว

4. การเลือกตั้งท้องถิ่น เราเห็นแล้วว่าลำพูนโมเดล การเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่น ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ เรายังเดินหน้าและเอาจริงกับสนามการเลือกตั้งท้องถิ่นเช่นกัน และสมาชิกพรรคเสนอให้มีการเคาะตัวผู้สมัครการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นให้เร็วเช่นเดียวกัน นอกจากสนามพัทยาและ กทม. เชื่อว่าภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทีมกรุงเทพฯ ทั้งผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีของชาวกรุงเทพฯ แน่นอน ขอบคุณสมาชิกทุกคนอีกหนึ่งครั้งที่ยังมีสปิริต และยังเชื่อในความเป็นพรรคมวลชนของพวกเรา ซึ่งหมายถึงทุกคนในพรรคมีส่วนร่วมเข้ามากำหนดทิศทางอย่างแท้จริง

จากนั้นเวลา 09.40 น. นายณัฐพงษ์ เสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทน นายศรายุทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคซึ่งลาออก คือ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค นอกจากนี้ยังมี น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีต สส.นครปฐม ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ขณะที่นายณัฐพงษ์ ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ ยังคงเดิม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button