จำคุก 17 ปี อดีตหัวหน้าพรรคดัง คดีทุจริตรับสินบน ยักยอกเงินบริจาค

ศาลไต้หวันสั่งจำคุก 17 ปี เคอเหวินเจ๋อ อดีตผู้นำพรรค TPP คดีทุจริตรับสินบน หมดสิทธิ์ลงเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบหน้า
ศาลแขวงไทเปมีคำพิพากษาตัดสินจำคุก นายเคอเหวินเจ๋อ อดีตนายกเทศมนตรีกรุงไทเป ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) เป็นเวลา 17 ปี โทษฐานทุจริตคอร์รัปชัน ศาลยังมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิพลเมืองของเขาเป็นเวลา 6 ปี
อัยการเริ่มสอบสวนเส้นทางการเงินของเคอเหวินเจ๋อ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2024 เจ้าหน้าที่พบหลักฐานการรับสินบนมูลค่ากว่า 535,000 ดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการเอื้อประโยชน์ในโครงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี เขายังถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินบริจาคทางการเมืองมูลค่า 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024
ตำรวจควบคุมตัวเขาเพื่อสอบสวนสลับกับการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี ศาลตั้งหลักทรัพย์คัดค้านการประกันตัวไว้สูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้ถือเป็นหนึ่งในวงเงินประกันตัวที่สูงที่สุดสำหรับนักการเมืองในประวัติศาสตร์ไต้หวัน
คำตัดสินของศาลชั้นต้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมายังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด ระบบกฎหมายของไต้หวันเปิดโอกาสให้ทั้งฝ่ายจำเลยรวมถึงฝ่ายอัยการสามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อต่อสู้คดีในระดับต่อไปได้ บทลงโทษทั้งหมดจะยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่ากระบวนการทางกฎหมายจะเสร็จสมบูรณ์
ย้อนเส้นทาง เคอเหวินเจ๋อ ม้ามืดการเมืองไต้หวัน ผู้ทลายกำแพงพรรคใหญ่ครองอำนาจ
การเมืองไต้หวันถูกผูกขาดด้วย 2 พรรคใหญ่มาตั้งแต่ปี 2000 พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) เป็นตัวแทนของแนวคิดฝั่งสีเขียว พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) เป็นตัวแทนของแนวคิดฝั่งสีน้ำเงิน ผลัดกันแพ้ชนะมาตลอด การเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนมกราคม 2024 มีตัวเลือกที่สามปรากฏตัวขึ้น เขาคือ เคอเหวินเจ๋อ ผู้สมัครรับเลือกตั้งวัย 64 ปี
เคอเหวินเจ๋อเป็นอดีตนายกเทศมนตรีนครไทเป ตัดสินใจก่อตั้งพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) เพื่อลงชิงตำแหน่งผู้นำประเทศเป็นครั้งแรก วางจุดยืนทางการเมืองไว้ตรงกลางระหว่างสองขั้วอำนาจเดิม
ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าเขากวาดคะแนนเสียงไปได้มากกว่าหนึ่งในสี่ของผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด คว้าที่นั่งในสภานิติบัญญัติมาได้ 8 ที่นั่ง มากพอที่จะทำให้พรรค TPP กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการโหวตผ่านกฎหมายต่างๆ เนื่องจากไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาดในสภา
ผู้สนับสนุนหลักของเคอเหวินเจ๋อ คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยรุ่นไต้หวันเบื่อหน่ายกับปัญหาเศรษฐกิจเรื้อรัง ค่าแรงขั้นต่ำตกต่ำ ราคาที่อยู่อาศัยแพงลิ่ว คนหนุ่มสาวมองว่าพรรคการเมืองเดิมไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เคอเหวินเจ๋อเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการทางเลือกใหม่
บุคลิกส่วนตัวของเคอเหวินเจ๋อ เป็นอีกปัจจัยที่ดึงดูดใจผู้ลงคะแนน เขาเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา หลายครั้งมีอารมณ์ร่วมสูง บางคนมองว่าเขาดูแปลก แต่ก็ได้ใจมวลชน แม้เขาจะเคยถูกวิจารณ์เรื่องการใช้คำพูดเหยียดเพศหรือพฤติกรรมเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกันก็ตาม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่เลือกที่จะมองข้ามประเด็นเหล่านั้น พวกเขาต้องการความเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างเศรษฐกิจมากกว่า
นักวิชาการรัฐศาสตร์ประเมินว่าความสำเร็จของพรรค TPP ทำให้ภูมิทัศน์การเมืองไต้หวันเปลี่ยนไปแบบไม่มีทางย้อนกลับ การเมืองไต้หวันจะไม่ใช่การต่อสู้ของสองพรรคใหญ่อีกต่อไป
หลังทราบผลการเลือกตั้งว่าพ่ายแพ้ เคอเหวินเจ๋อกล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนว่า “ผมอยากจะเรียกร้องให้พวกคุณอย่ายอมแพ้ เพราะผมก็จะไม่ยอมแพ้ ดังนั้น พรรค TPP ก็ไม่ควรยอมแพ้” เขาประกาศชัดเจนว่าจะทำงานหนักต่อไปอีกสี่ปีเพื่อรวบรวมพลังให้เข้มแข็งขึ้น เขาตั้งเป้าหมายนำพรรค TPP ชนะการเลือกตั้งครั้งหน้าเพื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารไต้หวันให้ได้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ศาลอาญาคดีทุจริตนัด กกต. ฟังคำสั่ง 24 มิ.ย. กรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้
- “ไอซ์ รักชนก” จี้ กทม. ชี้แจงทุกเคส ถูกตั้งคำถามซื้อของแพง ส่อทุจริต
- ด่วน! ศาลนัดตรวจฟ้อง 8 กกต. ใช้บัตรเลือกตั้งทุจริตฯ มีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





