ข่าว

คุรุสภา สั่งพักราชการ ครูพละหื่น ลวนลามเด็ก ม.3 พบใบประกอบฯ หมดอายุ

“คุรุสภา” สั่งฟันครูพละหื่น ลวนลามนักเรียนหญิง ม.3 พบใบประกอบวิชาชีพ หมดอายุตั้งแต่ปี 63 สั่งพักราชการด่วน จ่อดำเนินคดี-เพิกถอนใบอนุญาต

วันที่ 24 มี.ค. 2569 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยต่อกรณีครูสอนวิชาพละศึกษา โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ถูกแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดี ข้อหาลวนลามนักเรียน ชั้น ม.3 หลายครั้งหลายสถานที่ว่า

ตนเองได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์และข้อมูลของครูที่ตกเป็นข่าวทันที โดยข้อมูลเบื้องต้น ปรากฏว่า ครูที่ก่อเหตุเป็นข้าราชการครู ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ออกให้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2558 หมดอายุวันที่ 7 สิงหาคม 2563

แต่ไม่พบข้อมูลการต่ออายุใบอนุญาต และขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งให้ครูรายดังกล่าวพักราชการ มิให้ปฏิบัติหน้าที่การสอน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องร้ายแรง มีระดับโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะดำเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพโดยเสนอต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาความผิด ตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2568 และจะบันทึกพฤติการณ์ดังกล่าวไว้ในระบบสารสนเทศผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อประกอบการพิจารณาลักษณะต้องห้ามในการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

นอกจากนี้ คุรุสภาจะตั้งข้อหาดำเนินคดีอีกเรื่องหนึ่งด้วย ในกรณีการประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนตามกฎหมายมีโทษทางอาญา ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546

“คุรุสภาจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาโทษทางจรรยาบรรณของวิชาชีพโดยเร็วที่สุด การกระทำล่วงละเมิดทางเพศหรืออนาจารเด็กนักเรียน โทษสูงสุดคือการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถเป็นครูได้อีกต่อไป รวมทั้งผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษทางอาญาอีกทางหนึ่งด้วย

เนื่องจากประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สำหรับกรณีนี้ คุรุสภาจะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายและจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และเป็นธรรมพร้อมทั้งตั้งข้อหาโทษสถานหนักเพื่อเอาผิดทางจรรยาบรรณขั้นสูงสุด โดยจะไม่มีการอนุโลมใด ๆ เพื่อให้สังคมเชื่อมั่นได้ว่าผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษจากการกระทำของตนเอง” เลขาธิการคุรุสภากล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button