
วิธีเช็กสถานะคืนภาษี 2569 ผ่าน My Tax Account (D-MyTax) แบบละเอียด ทำตามได้จริง พร้อมคำตอบยื่นไปกี่วันถึงได้เงิน ปัจจัยที่ทำให้คืนช้า วิธีเช็กพร้อมเพย์ผูกบัญชีธนาคารไหน และควรทำอย่างไรเมื่อระบบขอเอกสารเพิ่ม
การเช็กสถานะ คืนภาษี 2569 (ปีภาษี 2568) ในปัจจุบันทำได้สะดวกที่สุดผ่านระบบ My Tax Account (หรือบริการ D-MyTax) ของกรมสรรพากร เนื่องจากเป็นช่องทางทางการที่ปลอดภัยสำหรับการติดตามผลการคืนภาษีและการนำส่งเอกสาร โดยมีการยืนยันตัวตนก่อนใช้งานตามมาตรฐาน PDPA
ก่อนเช็กสถานะ เตรียม 3 สิ่งนี้ให้พร้อม
เพื่อให้การตรวจสอบลื่นไหล ไม่สะดุดกลางทาง ควรเตรียมข้อมูลดังนี้
1. เลขบัตรประชาชน หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
2. บัญชีเข้าใช้งาน บัญชีที่ใช้ยื่น e-Filing (RD ID) หรือ แอปพลิเคชัน ThaID สำหรับการยืนยันตัวตนแบบดิจิทัล
3. โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล สำหรับรับรหัส OTP ในขั้นตอนยืนยันตัวตน
วิธีเช็กสถานะคืนภาษี 2569 ผ่าน My Tax Account
ทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ โดยเริ่มจากการ เข้าเว็บไซต์ กรมสรรพากร ไปที่ พอร์ทัลบริการภาษี ของกรมสรรพากร แล้วเลือกเมนู My Tax Account หรือ D-My Tax
จากนั้นให้ ล็อกอินเข้าสู่ระบบ สามารถเลือกเข้าใช้งานได้ 2 รูปแบบหลัก คือ เข้าผ่าน Digital ID / ThaID (สแกน QR Code ผ่านแอป ThaID) หรือเข้าผ่าน RD ID (บัญชีเดียวกับที่ใช้ยื่น e-Filing)
ตรวจสอบสถานะ เลือกเมนู ติดตามสถานะขอคืน/นำส่งเอกสาร เพื่อดูความคืบหน้าล่าสุดของแบบที่ยื่นไป ในส่วนของ กรณีต้องส่งเอกสาร หากระบบขึ้นสถานะว่า ขอเอกสารเพิ่มเติม/ให้นำส่งเอกสาร ให้รีบจัดเตรียมและอัปโหลดผ่านระบบทันที เพราะยิ่งส่งช้า การพิจารณาก็จะยิ่งล่าช้าออกไป

แปลความหมาย สถานะ ที่พบบ่อย ในการขอคืนภาษี
เมื่อเข้าไปดูแล้วอาจเจอข้อความเหล่านี้ นี่คือความหมายเบื้องต้น
อยู่ระหว่างดำเนินการ/พิจารณา
- เจ้าหน้าที่และระบบกำลังตรวจสอบข้อมูลความถูกต้อง
ขอเอกสารเพิ่ม
- จำเป็นต้องส่งหลักฐานประกอบการลดหย่อนหรือรายได้เพิ่มเติม (เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย)
ส่งคืนภาษี/อนุมัติแล้ว
- ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบแล้ว อยู่ระหว่างกระบวนการโอนเงินคืน
ได้รับเงินคืนแล้ว
- กรมสรรพากรโอนเงินสำเร็จ หรือได้ดำเนินการคืนเงินเรียบร้อยแล้ว
ไขข้อข้องใจ ยื่นไปกี่วันถึงได้เงิน?
ระยะเวลาการได้รับเงินคืนแบ่งออกเป็น 2 กรอบเวลาหลัก ๆ ดังนี้
1. กรอบระยะเวลาตามระเบียบทางการ
กรมสรรพากรระบุว่า หากเอกสารชัดเจนว่ามีการเสียภาษีเกิน ผิด ซ้ำ หรือไม่มีหน้าที่ต้องเสีย จะดำเนินการคืนภาษี ภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ได้รับคำร้องหรือแบบแสดงรายการ (ภ.ง.ด.90/91)
2. ความเร็วหลังสถานะขึ้น อนุมัติ
หากสถานะเปลี่ยนเป็น ส่งคืน/อนุมัติแล้ว และผู้เสียภาษีได้ผูกบัญชี พร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน ไว้แล้ว เงินมักจะเข้าบัญชีภายในเวลาไม่กี่วันทำการ (โดยทั่วไปประมาณ 3–7 วันทำการหลังอนุมัติ ขึ้นอยู่กับรอบการโอน)
สรุปสั้น ๆ คือ เร็วสุด เพียงไม่กี่วันทำการหลังจากสถานะเปลี่ยนเป็นอนุมัติ กรณี ช้าสุด อาจใช้เวลาเกือบ 3 เดือน หากต้องมีการตรวจสอบเอกสารละเอียดหรือขอข้อมูลเพิ่ม
เช็กให้ชัวร์ เงินเข้าบัญชีไหน
การรับเงินคืนผ่านพร้อมเพย์เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด แต่ต้องระวังการผูกบัญชีผิด
1. ตรวจสอบบัญชี ในระบบ My Tax Account มีเมนูให้ตรวจสอบได้ว่าท่านผูกพร้อมเพย์รับเงินคืนไว้กับธนาคารใด (ในเมนูติดตามสถานะ)
2. ช่องทางหลัก ในแบบ ภ.ง.ด.91 กรมสรรพากรระบุชัดเจนว่าแนวทางการคืนเงินจะทำผ่าน ระบบโอนแบบพร้อมเพย์ เพื่อความรวดเร็ว
5 สาเหตุที่ทำให้ได้เงินคืนช้า
หากรู้สึกว่ารอนานผิดปกติ อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้
ส่งเอกสารเพิ่มเติมล่าช้า
- เมื่อระบบขอเอกสารแล้วผู้ยื่นไม่ได้เข้าไปเช็กหรือส่งช้า
ข้อมูลไม่ตรง
- รายได้หรือรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ตรงกับข้อมูลในระบบ (เช่น ใบ 50 ทวิ ไม่ตรงกับที่นายจ้างส่งกรมฯ)
ปัญหาพร้อมเพย์
- ยังไม่ได้สมัครพร้อมเพย์ หรือผูกไว้กับบัญชีธนาคารที่ปิดไปแล้ว หรือผูกผิดธนาคาร
ยอดขอคืนสูง
- กรณีมียอดขอคืนจำนวนมาก อาจเข้าข่ายต้องได้รับการตรวจสอบรายละเอียดมากกว่าปกติ
การยื่นแก้ไข
- หากยื่นแล้วพบข้อผิดพลาดจนต้องยื่นเพิ่มเติมหรือแก้ไขแบบ จะต้องเริ่มกระบวนการตรวจสอบใหม่ตามแนวทางที่กำหนด

ถ้ารอนานเกินไป ควรทำอย่างไร?
เช็กสถานะอีกครั้ง
- เข้าไปดูใน D-MyTax ว่ามีสถานะ ขอเอกสารเพิ่มเติม ค้างอยู่หรือไม่ เพราะบางครั้งระบบรอข้อมูลจากเราอยู่
ติดต่อเจ้าหน้าที่
- หากสถานะนิ่งนานเกินไป สามารถโทรสอบถาม RD Call Center 1161 หรือติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่
เงินคืนภาษี คืออะไร? ทำไมบางคนได้คืนเป็นหมื่น
การคืนภาษี คือเงินที่ กรมสรรพากร คืนกลับมาให้เรา เพราะตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เราถูกหักเงินไปจ่ายภาษี เยอะเกินกว่าที่ควรจะจ่ายจริง
สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เงินมัดจำของเราสูงกว่าค่าภาษีจริง มักเกิดจาก 3 ข้อนี้
1. โดนหักระหว่างปีไว้เยอะ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน หรือฟรีแลนซ์ที่มีรายได้หลายทาง
2. มีตัวช่วยลดหย่อนภาษี ระหว่างปีคุณอาจจะซื้อประกันชีวิต, ซื้อกองทุน (SSF/RMF), จ่ายดอกเบี้ยบ้าน หรือบริจาคเงิน สิ่งเหล่านี้จะไปกดให้ “บิลภาษีจริง” ต่ำลง แต่เงินที่ถูกหักไปแล้วมันเท่าเดิม ส่วนต่างจึงเยอะขึ้น
3. จ่ายผิด/ซ้ำ หรือบางคนรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี แต่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปก่อน ก็สามารถขอคืนได้ทั้งหมด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “ทรัมป์” กลับลำ ขึ้นภาษีเกาหลีใต้ 25% ซัด สส.โสมขาว ทำงานช้า
- “จุลพันธ์” แจงนโยบาย “สร้างเศรษฐีวันละ 9 คน” ชี้ รัฐมีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้นอัตโนมัติ
- เจาะธุรกิจ “ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์” ผู้ชนะประมูลตัดสูทประกันสังคม 42 ล้าน
อ้างอิงข้อมูลจาก: ไทยคู่ฟ้า, กรมสรรพากร,
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





