อนุทิน ผงาดนายกฯ 2569 เปิดขั้นตอนหลังโหวต ตั้ง ครม. จนถึงวันแถลงนโยบาย

อัปเดตสถานการณ์การเมืองไทยหลังสภาโหวตเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 33 กางปฏิทินดูขั้นตอนโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พร้อมเช็กกำหนดการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาให้ประชาชนติดตาม
ล่าสุดในวันที่ 19 มีนาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎรมีมติโหวตเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 ของประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว แต่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่เสร็จสิ้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดขั้นตอนหลังจากการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีไว้ทั้งหมด 7 ด่าน ดังนี้
ด่านที่ 1 สภาลงคะแนน ต้องได้เสียงเกินครึ่ง
สภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีโดยเปิดเผยด้วยการเรียกชื่อ สส. ทีละคน ผู้ที่ได้รับเลือกต้องได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของ สส. ทั้งหมดที่มีอยู่ ปัจจุบันสภามี สส. ปฏิบัติหน้าที่ 499 คน ผู้ได้รับการเสนอชื่อจึงต้องได้เสียงสนับสนุนตั้งแต่ 250 เสียงขึ้นไป
ด่านที่ 2 ประธานสภาฯ นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ
เมื่อสภามีมติเห็นชอบบุคคลใด ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดกรอบเวลาในขั้นตอนนี้ ระยะเวลาจึงขึ้นอยู่กับกระบวนการภายในและพระราชกรณียกิจ
ด่านที่ 3 พระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
รัฐธรรมนูญ มาตรา 158 กำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 35 คน ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ บุคคลนั้นจะถือเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการหลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา แต่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่เต็มรูปแบบได้หลังผ่านขั้นตอนถวายสัตย์ปฏิญาณ
ด่านที่ 4 และ 5 จัดตั้ง ครม. และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
นายกรัฐมนตรีนำรายชื่อบุคคลไม่เกิน 35 คนขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี การจัดตั้ง ครม. ใช้เวลานานที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลต้องเจรจาต่อรองและตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีแต่ละคนอย่างละเอียด
หลังราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะแจ้งให้รัฐมนตรีใหม่เตรียมพร้อมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ

ด่านที่ 6 ถวายสัตย์ปฏิญาณ บันไดสุดท้ายก่อนทำงาน
รัฐมนตรีทุกคนต้องเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ก่อนเข้ารับหน้าที่ ด้วยถ้อยคำว่าจะจงรักภักดี ซื่อสัตย์สุจริต ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ปกติแล้วนายกรัฐมนตรีจะนำ ครม. เดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ
ด่านที่ 7 แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ภายใน 15 วัน
คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วันนับจากวันเข้ารับหน้าที่ (วันถวายสัตย์ฯ) นโยบายต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ ขั้นตอนนี้ไม่มีการลงมติความไว้วางใจ คณะรัฐมนตรีจะประชุมนัดพิเศษเพื่อเตรียมร่างนโยบายและส่งให้ สส. และ สว. ศึกษาล่วงหน้าก่อนวันแถลงจริง
สรุป รัฐบาลใหม่เริ่มทำงานจริงเมื่อไหร่?
ช่วงเวลาระหว่างวันโหวตนายกรัฐมนตรีจนถึงวันแถลงนโยบายมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับการเจรจาของพรรคร่วมรัฐบาล ตัวอย่างเช่น ครม. อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าถวายสัตย์ฯ วันที่ 24 กันยายน 2568 และแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันถัดมา
กฎหมายไม่ได้กำหนดกรอบเวลาสำหรับขั้นตอนที่ 2 ถึง 5 มีเพียงขั้นตอนสุดท้ายคือการแถลงนโยบายเท่านั้นที่บังคับให้ดำเนินการภายใน 15 วันตามมาตรา 162
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- “จุลพันธ์” ยืนยันโหวตนายกวันนี้ หนุน “อนุทิน” เพื่อไทยไม่มีเสียงแตก
- สะพัด! สส.พรรคประชาชน ภาคอีสาน เตรียมสวนมติโหวตนายก แลกค่าตอบแทน
- ประธานสภา เผยโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 19 มี.ค. ลุ้น “อนุทิน” 292 เสียง
แหล่งอ้างอิง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





